วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อนักการเมืองไทยแสดงธาตุแท้ (อีกครั้ง)


ได้เคยเตือนแล้วว่าอย่าไปหลงคารมนักการเมืองบ้านเรามากนัก  เพราะสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำมันเป็นคนละเรื่องทุกที

              

ยิ่งถ้าเป็นคำมั่นสัญญาณในช่วงหาเสียงด้วยแล้วละก้อ  ต้องทำใจเอาร้อยหาร

           

เพราะอย่างที่เคยเขียนไว้ละครับ  นโยบายหรือความคิดจะทำโน้นทำนี้ให้กับชาวบ้านมันจะมีความหมายเฉพาะในตอนหาเสียงเท่านั้น

           

คงไม่ลืมภาพของบรรดาแกนนำพรรคการเมืองทั้งหลายที่แย่งกันโผล่หน้าจอทีวีแข่งกันจ้อขายฝันให้ประชาชนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง   ประกาศเป็นจุดยืนแบบเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้าจะเข้าร่วมกับใครเป็นรัฐบาลนโยบายของพรรคต้องมาก่อน

           

เป็นเงื่อนไขที่ยอมไม่ได้เป็นอันขาด  เพราะพรรคของเราต้องการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง  เพราะฉะนั้นชาวบ้านต้องมาก่อน  เรื่องตำแหน่งเป็นเรื่องรอง

            

แต่แค่ชั่วข้ามคืน  หลังจากชาวบ้านออกไปหย่อนบัตรเลือกตั้งมอบอำนาจให้ไปบริหารบ้านเมือง   นักการเมืองทั้งหลายก็ลืมสิ่งที่เคยคุยโม้ไว้ทันที

           

ตอนนี้ต่างวิ่งกันขวาขวิดเข้าหาพรรคใหญ่ที่มีท่าว่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล  ต่อรองขอเก้าอี้กระทรวงนั้นกระทรวงนี้     บางรายขอคำมั่นสัญญาว่าคดีโกงบ้านโกงเมืองต่างๆ ที่เคยโดนมาในอดีตและยังคาราคาซังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะได้รับการเคลียร์

          

บางรายก็รีบอ้าแขนรับเงินก้อนใหญ่ที่มีคนเสนอให้เพื่อชดเชยเงินลงทุนที่หมดไปกับการเลือกตั้ง

           

ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนโยบายพรรคอีกเลยแม้แต่คำเดียว

           

เราไม่ได้ยินพรรคการเมืองไหนประกาศว่าจะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อนโยบายของพรรคได้รับการพิจารณา

            

หรือแม้แต่พรรคใหญ่ที่กระเหี้ยนกระหือจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตามคำสั่งของ “เจ้านายใหญ่” ให้ได้  ก็ไม่พูดสักคำว่าวาระเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองคืออะไร  เพราะมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเจรจจาต่อรองเอาพรรคโน้นพรรคนี้มาผสม

           

ส่วนหัวหน้าพรรคก็เอาแต่ห่วงว่าจะไม่ได้เป็นนายกฯ    แต่ไม่เคยบอกสักคำว่าจะทำอะไรให้กับชาวบ้านบ้าง

           

พูดเป็นอยู่อย่างเดียวคือเอาเจ้านายใหญ่ที่ยังลี้ภัยอยู่ต่างประเทศกลับบ้าน

           

แสดงว่าสันดานนักการเมืองไทยไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ  เห็นเสียงชาวบ้านเป็นเพียงสะพานก้าวไปสู่อำนาจและผลประโยชน์เท่านั้น 

            

และยิ่งเห็นบรรดาแกนนำของพรรคขนาดกลางและเล็กทั้งหลายที่ทำท่าน้ำลายหก วิ่งเข้ากอดแข้งกอดขาพรรคใหญ่เพื่อขอมีเอี่ยวในการร่วมรัฐบาลแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกสมเพช

           

เพราะนักการเมืองพวกนี้ก็คือคนที่เคยนั่งด่าอดีตนายกฯ ทักษิณแบบกระชากลากไส้ให้สื่อมวลชนฟังนับตั้งแต่ก่อนพี่แกจะต้องเร่รอนแบบไม่มีแผ่นดินอยู่ด้วยซ้ำ

           

อย่าให้บอกเลยครับว่านักการเมืองพวกนี้ใช้คำศัพธ์อะไรบ้างเวลาพูดถึงทักษิณ   เอาเป็นว่าที่เคยได้ยินคนด่ากันแบบเหมือนหมูเหมือนหมานั้นชิดซ้ายไปเลย

           

แต่ตอนนี้ลืมไปหมดแล้วว่าได้พูดอะไรไปบ้าง

           

เพราะฉะนั้นถ้าใครบอกว่าการเมืองไทยดีขึ้น  นักการเมืองมีคุณภาพมากขึ้น  ก็คงต้องกลับไปนอนคิดใหม่ได้แล้ว

           

โดย เทพชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net