วันที่ พุธ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“โลกของอวัยวะ (จบ)”


 

                “สมอง” กำลังครุ่นคำนึงอย่างลึกซึ้งเพื่อหาหนทางที่จะทำให้ “หัวใจ”และ “ดวงตา” ฟื้นตัวจากความปวดร้าวที่กำลังเกาะกินเป็นนายของหัวใจอยู่ในขณะนี้

                “การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปย่อมนำมาซึ่งความโหยไห้ให้กับหัวใจและดวงตามากยิ่งกว่าอวัยวะใด ๆ” สมองคิดอย่างเข้าใจภาวะอารมณ์ที่กำลังอ่อนแอของทั้ง “หัวใจ”  และ “ดวงตา” หากก็มิอาจปล่อยปละให้ “หัวใจ” กับ “ดวงตา” จมปลักอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์จนทำให้อวัยวะทุกส่วนพลอยอ่อนล้าโรยแรง  จะทำอย่างไรดีให้ “หัวใจ” และ “ดวงตา” กลับมาเข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญกับความเป็นไปของชีวิต

                “หัวใจเจ้าจะคร่ำครวญไปทำไม  ในเมื่อทุกสิ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลง  ถึงแม้เจ้ากับดวงตาจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด  ก็มิอาจเรียกคืนสิ่งที่สูญเสียไปแล้วกลับคืนมาได้ พวกเจ้ากำลังทำให้เจ้านายของเราดูอ่อนแอในสายตาของคนอื่นอยู่นะ รู้ตัวหรือไม่”  “ปาก” พูดขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ได้  มันรู้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่งที่เห็นอาการเศร้าโศกไม่เลิกของทั้ง “ดวงตา” และ “หัวใจ”

                “ข้าคิดว่าเจ้าหยุดพูดเสียชั่วคราวน่าจะดีกว่านะ ปาก”  “สมอง” กล่าวเตือนสติ  ทำให้ “ปาก” ได้คิดและหยุดคำพูดที่ทำร้ายความรู้สึกของทั้ง “ดวงตา” และ “หัวใจ”

                “ข้าเข้าใจดีว่าอวัยวะทุกส่วนล้วนแต่มีห้วงอารมณ์ที่อาจเกิดความอ่อนแอขึ้นได้ด้วยกันทั้งนั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับหัวใจและดวงตา ที่มีอารมณ์ความรู้สึกบอบบางยิ่งกว่าอวัยวะใด ๆ”  สมอง เริ่มกระบวนการปลอบประโลม  เพื่อฉุดรั้ง “หัวใจ” และ “ดวงตา” ออกจากความทุกข์ทนและกลับมาเป็น “หัวใจ” ที่เข้มแข็งกับ “ดวงตา”ที่แจ่มใสอีกครั้ง

                “ข้าไม่อยากเต้นต่อไปอีกแล้วสมอง”  หัวใจร้องบอก อาการคร่ำครวญยังไม่จางหาย  ขณะที่ “ดวงตา” ก็ยังร่ำไห้ไม่เลิก

                “ข้าเข้าใจดีถึงความปวดร้าวของเจ้าทั้งสอง  และรู้ดีว่าคงต้องใช้เวลาเพื่อมาประสานเยียวยาความรู้สึกของพวกเจ้าให้ดีขึ้น  แต่พวกเจ้าจะใช้เวลานานแค่ไหนกันเล่า  เพื่อฟื้นความรู้สึกของตัวเองให้กลับคืนมาเหมือนเดิม  เพราะยิ่งพวกเจ้าใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ทำให้เจ้านายของเราเสียโอกาสในชีวิตมากเท่านั้น”

                “เสียโอกาสอย่างไรหรือ”  ทั้ง “ดวงตา” และ “หัวใจ” ร้องถามขึ้นพร้อมกัน  หยุดการโหยไห้ลงชั่วขณะ  เมื่อมีเรื่องอื่นเข้ามาให้ขบคิด

                “ก็คิดดูสิถ้าพวกเจ้ายังอยู่ในภาวะเศร้าสร้อยเช่นนี้  เจ้านายของเราจะมีกะจิตกะใจที่ไหนไปทำงาน แล้วสมองอย่างข้าจะมีปัญญาไปสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตหรือ  ในเมื่อหัวใจและดวงตายังตกอยู่ภายใต้ความทุกข์ทนเช่นนี้  ข้าอยากให้พวกเจ้าลองมองความสูญเสียครั้งนี้ในอีกด้านหนึ่ง  เจ้าก็เห็นแล้วใช่ไหมว่าภรรยาของเจ้านายเราต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดกับโรคร้ายที่รุมเร้า  การจากไปของเธอคือการปลดปล่อยชีวิตออกจากความเจ็บปวดที่ครอบงำเธออยู่ต่างหาก  และในวันนี้ถึงแม้จะไม่มีตัวตนของเธออยู่เคียงข้าง  แต่เธอก็จะยังคงดำรงอยู่ในหัวใจและดวงตาก็ยังคงมองเห็นเธอได้เสมอจากความทรงจำมิใช่หรือ” 

                คำกล่าวของ “สมอง” ทำให้ “ดวงตา” และ “หัวใจ” ได้คิด แต่พวกมันก็ยังมิอาจตัดใจ  “สมองนี่เวลาเพิ่งผ่านไปไม่นาน  เจ้าจะให้ทั้งข้าและดวงตา กระโดดโลดเต้นมีความสุขได้อย่างไร  หากพวกข้าทำเช่นนั้นก็จะมีคนกล่าวโทษเจ้านายของพวกเราได้ว่า ไม่รัก ไม่อาลัยภรรยาของตัวเอง”

                “ที่เจ้าพูดมาเกิดจากการมองเพียงมุมเดียวเท่านั้น หัวใจ  เจ้าเคยคิดไหมว่า  คนเราไม่จำเป็นต้องแสดงถึงความทุกข์ทน หรือยอมให้ความทุกข์เข้ามาครอบงำ  เพื่อแสดงให้เห็นว่ากำลังโศกเศร้าเพื่อใครคนหนึ่ง  เพราะการโศกเศร้ามิได้หมายถึงว่าต้องอ่อนแอ  แต่เราสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองได้ แม้จะอยู่ในภาวะเศร้าโศกก็ตาม  จะไม่ดีกว่าหรือ  หากเราลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ภรรยาของเจ้านายปรารถนาที่จะเห็น  แทนที่จะมานั่งคร่ำครวญในสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง  แปรความอาดูรให้เป็นพลังสิ  แล้วพวกเจ้าจะได้รับรู้ว่า  พละกำลังที่ได้จากความสูญเสีย  อาจมีแรงขับเคลื่อนมากเสียยิ่งกว่าพละกำลังที่มาจากความสำเร็จ วันนี้จึงขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้วทั้งดวงตาและหัวใจ  ว่าจะเลือกให้เจ้านายของเราจมอยู่กับความทุกข์เยี่ยงนี้  หรือจะแปรความทุกข์มาเป็นพลังให้กับชีวิตที่ยังต้องดำเนินต่อไป”

                “ไม่มีใครบอกได้หรอกว่า หัวใจแต่ละดวง  ดวงตาแต่ละคู่  จะต้องใช้เวลามากเพียงใด ในการรักษาบาดแผลที่เกิดจากความสูญเสีย  แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเวลาที่เสียไปมีความหมายอย่างยิ่งกับชีวิต  ยิ่งใช้เวลามากการสูญเสียโอกาสในชีวิตก็มากตามไปด้วย  อย่างที่ข้าได้พูดไปแล้ว  พวกเจ้าอย่าลืมสิว่า ชะตากรรมของเจ้านายพวกเราจะเป็นอย่างไร  ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์จากการตัดสินใจในวันนี้  ถ้าวันนี้พวกเจ้ายังจมอยู่กับความโศกเศร้า วันพรุ่งนี้ก็จะไม่แตกต่าง  อารมณ์อ่อนแอไม่อาจเข้ามาครอบงำเราได้  หากเราไม่เปิดประตูรับมันเข้ามาด้วยความยินยอมพร้อมใจ  จงลิ้มรสความอ่อนแอในวันนี้เถิด  แต่จงอย่าติดกับดักของความอ่อนแอ  พวกเจ้าเลือกเอาเองก็แล้วกันว่าจะให้เจ้านายของพวกเราดำเนินชีวิตอยู่กับความสิ้นหวัง  หรือก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับพลังแห่งชีวิต”

                “เจ้าพูดถูกแล้วสมองวันนี้ทั้งข้าและดวงตาควรมีชีวิตอยู่เพื่อภรรยาของเจ้านาย  เพื่อทำในสิ่งที่เธอปรารถนาให้สำเร็จ  แทนที่จะเสียเวลาไปกับการคร่ำครวญอย่างสูญเปล่า  พวกเราควรมองความงามที่อาจเกิดขึ้นได้ท่ามกลางกองเถ้าถ่าน  แทนที่จะคิดแต่แง่ร้ายว่าเถ้าถ่านมิอาจก่อไฟได้ติด  ขอบคุณเจ้ามาก “สมอง” ที่ทำให้พวกข้าได้สติในครั้งนี้”

                “สมอง” ยิ้มรับคำขอบคุณนั้น  และรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นทันทีเมื่อเห็น “หัวใจ” และ “ดวงตา” กลับมาเข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่มาพร้อมกับความโหดร้ายและความปิติยินดีอีกครั้ง

โดย มาตาวายุกานต์

 

กลับไปที่ www.oknation.net