วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิเคราะห์เจาะสนาม นายก อบจ.ขอนแก่น ในศึก มดแดงล้มช้าง สะท้านสนามท้องถิ่นสะเทือนสนามระดับชาติ


วิเคราะห์เจาะสนาม  นายก อบจ.ขอนแก่น ในศึก มดแดงล้มช้าง สะท้านสนามท้องถิ่นสะเทือนสนามระดับชาติ

           ทันทีที่มีการปิดรับสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น หลังจากเปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 10-14 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมาภาพความชัดเจนก็เกิดขึ้นเมื่อ  กกต.ตัดสิทธิ์ผู้สมัครเบอร์ 4   เนื่องจากการเสียสิทธิเลือกตั้ง ทำให้ "พงษ์ศักดิ์" อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น  เบอร์ 5  ดิ้นสุดขีดเมื่อ “พรรค พปช.”ส่ง “เสี่ยโอ๊กพานทองแท้ ”ลงพื้นที่สนับสนุนนางสรพิกา ผู้สมัครเบอร์ 2 ภรรยา ว่าที่ ส.ส.หน้าใหม่ ที่ล้ม นายสุวิทย์  หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน  แบบไม่เหลือลาย   สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น กลายเป็นสนามแข่งเดือดที่น่าจับตามอง

         การรับสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น มีผู้สมัคร 5 รายได้แก่ นายพิเชฐ วัฒนสันติพงศ์ อายุ 46 ปี ได้หมายเลขสมัครเบอร์ 1  นางสรพิกา เตาะเจริญสุข อายุ 36 ปี อดีต ส.อบจ.ขอนแก่นซึ่งยื่นใบลาออกมาสมัครนายก อบจ.ขอนแก่นได้หมายเลขสมัครเบอร์  2  นายกมล เปี่ยมไพศาล อายุ 61 ปี  ได้หมายเลขสมัครเบอร์  3  นายณภัทร ผลพิลา ได้หมายเลขสมัคร เบอร์ 4 และนายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีต นายก อบจ.ขอนแก่น ได้หมายเลขสมัคร เบอร์ 5

         ก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 เพียงไม่กี่วัน นายพานทองแท้ ชินวัตร ทายาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วยลูกทีมพรรคพลังประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 3  ของจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ นายปัญญา ศรีปัญญา นายนวัธ เตาะเจริญสุข และนายจตุพร เจริญเชื้อ ที่ต้องเจอกับศึกหนักกับนายสุวิทย์  คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ประกาศยกทีมพร้อมนางมุกดา พงษ์สมบัติและนางปทุมรัตน์ คุณเงิน    และการลงพื้นที่ครั้งนี้ของ นายพานทองแท้นอกจากจะมาหาเสียงช่วย ส.ส.ในพื้นที่แล้ว ยังมาช่วย นางสรพิกา  เตาะเจริญสุข ผู้สมัครนายก อบจ.ขอนแก่น เบอร์ 2 ซึ่งเป็นภรรยาของนายนวัธ เตาะเจริญสุข   และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ป้ายและโปรชัวร์หาเสียงของนางสรพิกา ก็มีรูปคู่กันกับนายโอ้ก-พานทองแท้ โดยมีโลโก้พรรคพลังประชาชนให้การสนับสนุน พร้อม ๆ กับผลการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน กวาดที่นั่ง ส.ส. 11 ที่นั่ง  สะท้านถึง นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินที่สอบตกและยังเป็นเพื่อนซี้กับ นายพงษ์ศักดิ์   ตั้งวานิชกพงษ์  ผู้สมัคร นายก อบจ.ขอนแก่น เบอร์ 5 อีกด้วย

        ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 กกต.ขอนแก่น ก็ประกาศตัดสิทธิ์   นายณภัทร ผลพิลา ผู้สมัคร เบอร์ 4 เหตุเสียสิทธิ์การเลือกตั้งต้องเว้นวรรคทางการเมือง ทำให้เหลือผู้สมัครเพียง 4 รายเท่านั้น เป็นการตัดกำลังของคู่ต่อสู้ออกไป คู่สูสี มีเพียง ผู้สมัคร เบอร์ 2 กับ เบอร์ 5 ที่ต้องคับเคี่ยวกัน กลายเป็นยุทธการคลื่นลูกใหม่ไล่ลูกเก่าหรือน้ำใหม่ไล่น้ำเสียหรือไม่ อีกไม่กี่วันคำตอบก็จะปรากฏชัดเจน เมื่อนายนวัธ เตาะเจริญสุข ว่าที่ ส.ส.ซึ่งเคยเป็น อดีต ส.อบจ.ขอนแก่น ที่เคยคับเคี่ยวในสภา กับ นายพงษ์ศักดิ์มาอย่างรู้ทิศทางมาแล้วเมื่อตนลาออกจาก ส.อบจ.ลงสมัคร ส.ส.ประสพผลสำเร็จขนาดล้มนายสุวิทย์ที่เป็นนักการเมืองระดับซูเปอร์บิ๊กยังเพลี่ยงพล้ำได้ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา และการที่นายพงษ์ศักดิ์ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งก่อนหมดวาระถึงสามเดือนเศษเมือปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น เพื่อหนีบรรดาคู่แข่งคนสำคัญที่สอบตกจาก ส.ส.แล้วจะมาลงสมัครหรืออาจจะหนีการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติที่ยังมีเรื่องร้องเรียนกันอยู่โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2550  นายพงษ์ศักดิ์ได้คำสั่งปลด นายสุเทพ คุณกิตติ กับนายอรรถพล ชัยนันท์สมิตย์  รองนายก อบจ.ขอนแก่น และมีการเข้าร้องเรียนต่อ นายปานชัย บวรรัตนปราณ  ผวจ.ขอนแก่น กล่าวหากรณีการบริหารงานของ ดร.พงษ์ศักดิ์ ไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างในงบประมาณของ อบจ.ขอนแก่น ให้ ผวจ.ขอนแก่นใช้อำนาจในการตรวจสอบแล้วเรื่องก็เงียบไป

       และย้อนไปเมื่อ 14 มีนาคม 2547   มีการเลือกตั้งนายก อบจ. มีต่อสู้กันเพียง 2 คนคือนายอัษฎางค์ แสวงการ กลุ่มรักไทยขอนแก่น และนายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ซึ่งผลการเลือกตั้ง นายพงษ์ศักดิ์ เป็นนายก อบจ.ขอนแก่น เข้ามาบริหารงานจนถึงวันที่ 23 พ.ย.2550 ก็ชิงลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เป็นการหักปากกาเซียนเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นครั้งแรกในวงการเมืองท้องถิ่นที่หลายฝ่ายตำหนิว่าขัดเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้มีการคานอำนาจ ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ แต่นายพงษ์ศักดิ์ ก็ได้สร้างวีรกรรมนำร่องจนกลายมาเป็นพฤติกรรมเอาอย่างของ นายก อบจ.อีกหลายแห่งลอกเลียนแบบเป็นทิว

        การต่อรองในผลประโยชน์ทางการเมืองมีขึ้นเสมอ เมื่อนายประสม ประคุณสุขใจ อดีต ส.ส.ขอนแก่น 3 สมัยประกาศจะลงสมัคร นายก อบจ.แข่งกับนายพงษ์ศักดิ์ แต่เมื่อนายสุวิทย์ ร้องขอ โดยมีเงื่อนไขในทางการเมือง ให้นายประสม มาช่วยเหลือนายพงษ์ศักดิ์ ทำให้องศาเดือดเริ่มขึ้นในโค้งสุดท้าย   คำถามจึงโฟกัสไปที่ ดร.อัษฎางค์ แสวงการ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินสอบตกหมาด ๆ  คู่ปรับเก่า ของนายพงษ์ศักดิ์ ที่มีคะแนนตุนไว้ในมือถึง 3 แสนคะแนนเมื่อคราวสมัคร นายก อบจ.ขอนแก่นครั้งที่แล้ว กับ ดร.พงษ์ศักดิ์  จะยังผูกใจเจ็บอยู่หรือไม่ หรือจะทุ่มคะแนนให้ใคร   ความสะท้านสะเทือนบนถนนการเมืองของจังหวัดขอนแก่น  เหมือนการขยับตัว “จิ๊กซอร์การเมือง” โดยผลการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ในวันที่ 20 มกราคม 2551 ที่จะถึงนี้ จะส่งผลไปถึงการจัดสรรตำแหน่งผู้ที่จะลงสมัคร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ขอนแก่นที่อาจจะมีขึ้นในวันที่ 2 มีนาคม 2551 และตามด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.ขอนแก่นที่จะหมดลงในวันที่ 13 มีนาคม 2551 คาบเกี่ยวกันไป 

           ด้วยเหตุนี้  เมื่อผลของการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เป็นตัวกำหนดการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ด้วยและพร้อมที่ส่งผลชี้วัดไปถึงการเลือก ส.ว.ขอนแก่นอีกเช่นกัน  ดังนั้นตำแหน่งต่าง ๆ จะเกี่ยวโยงกับการเลือก ส.อบจ.ขอนแก่น ไปถึงการ ล็อคโหหวต ผู้ที่จะเป็นประธานสภา ที่จะเข้ามาตรวจสอบการทำงาน ของนายก อบจ.ขอนแก่น   มหกรรมการช่วงชิงฐานคะแนนของการเลือกตั้งว่าใครจะเจาะไข่แดงได้ก่อน  แต่ที่แน่ ๆ นายพงษ์ศักดิ์  ได้นำโปรชัวร์ของนางสรพิกา ที่มีรูป นายพานทองแท้คู่กัน ไปสอบถามผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชาชน ว่า ได้ให้การสนับสนุนผู้สมัครคู่แข่งหรือไม่ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว เส้นทางการกลับมาสู่ตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่นอีกสมัยของ นายพงษ์ศักดิ์ ดูเหมือนจะไม่ราบรื่นนัก เพราะมีมดแดงจากรังใหญ่ที่เผลอเมื่อไหร่จะต้องจ้องรุมกัดอะไรก็เกิดขึ้นได้ และจะต้องติดตามอย่างไม่กระพริบตา

โดย Localnews

 

กลับไปที่ www.oknation.net