วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องราวการซื้อ ลิเวอร์พูล


ข่าวใหญ่ที่สุดประจำปีนี้คงจะเป็นข่าวเปลี่ยนแปลงในเรื่องของตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของสโมสรจากกลุ่มตระกูลมัวร์ส ที่ครอบครองสโมสรมานานหลายสิบปี ในที่สุดเดวิด มัวร์ส ทายาทของอดีตเจ้าของบ่อนพนัน Little Wood ก็ตัดสินใจปล่อยหุ้นในมือกว่า 51% ให้กับจอร์จ จิลเล็ตต์ จูเนียร์ส และทอม ฮิคส์ สองมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยจากธุรกิจกีฬาในสหรัฐอเมริกา
                    อย่างไรก็ดีการเข้ามาเทคโอเวอร์ของสองมหาเศรษฐีนี้ถือเป็นเรื่องสุดช็อกและเป็นการพลิกเกมในนาทีสุดท้ายอย่างแท้จริง เนื่องจากเดิมทีทางด้านลิเวอร์พูลได้ใช้เวลาในการเจรจาร่วมกับทางด้าน ดูไบ อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล (DIC) ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนจากดูไบ ที่มีแบ็กอัพระดับ "ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคตูม" เจ้าผู้ครองนครดูไบ และทำท่าว่าจะตกลงปลงใจร่วมกันได้อยู่แล้ว ถึงขั้นมีการส่งตัวแทนมาดูงานในแอนฟิลด์หลายครั้ง
                    แต่สถานการณ์ก็พลิกผัน เมื่อจอร์จ จิลเล็ตต์ เจ้าของทีมฮอคกี้น้ำแข็งมอนทรีออล แคนาเดี้ยนส์ ทีมฮอคกี้ที่เก่าแก่ที่สุดของแคนาดา ซึ่งเคยถูกปฏิเสธการเจรจามาแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากข้อเสนอไม่เข้าตา ได้ไปจับมือกับทอม ฮิคส์ เจ้าของทีมฮอคกี้ดัลลัส สตาร์ส ที่เป็นพันธมิตรกัน และยื่นข้อเสนอครั้งใหม่เข้ามาในนาทีสุดท้ายก่อนที่ลิเวอร์พูลจะตอบตกลงกับ DIC
                    ทันทีที่มีข้อเสนอมาจากทางด้านสองดูโออเมริกัน ริค แพร์รี่ และเดวิด มัวร์ส ก็สั่งระงับการเซ็นสัญญากับทางด้าน DIC ไว้ก่อนเพื่อพิจารณาข้อเสนอของทางจิลเล็ตต์และฮิคส์ ซึ่งทำเอา DIC ไม่พอใจเป็นอย่างมากและได้ตัดสินใจล้มโต๊ะเจรจาทันที
                    งานนี้มีการเปิดเผยเบื้องหลังเอาไว้ 2 มุมด้วยกัน โดยมุมหนึ่งคือแผนการเตรียมนำลิเวอร์พูล "แปรรูป" ขายทอดตลาดภายในระยะเวลา 7 ปีหลังจากที่ได้เทคโอเวอร์ที่ถูกนำเอกสารที่มีการแจกให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งที่การเทคโอเวอร์ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้เดวิด มัวร์ส ไม่ไว้วางใจทางด้านกลุ่มทุนจากดูไบอีกต่อไป
                    ขณะเดียวกันทางด้าน DIC ก็ออกมาแฉว่ามัวร์ส เลือกที่จะรับข้อเสนอของทางจิลเล็ตต์และฮิคส์ ก็เนื่องจากจะได้เงินตอบแทนจากการขายหุ้นมากกว่า
                    จะอย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วทางด้านจิลเล็ตต์และฮิคส์ ก็ใช้เวลาในการเจรจากับทางด้านลิเวอร์พูลอย่างรวดเร็ว และในวันที่ 6 ก.พ. ทั้งสองคนก็ได้รับการตอบรับให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสโมสรและได้รับการสนับสนุนจากเดวิด มัวร์ส ที่แนะนำให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นที่เหลือได้ปล่อยในมือออกมา ก่อนจะได้เป็นเจ้าของสโมสรที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยืนยาวที่สุดในเกาะอังก

ฤษในที่สุด
ข้อมูล จาก http://www.liverpool.in.th

โดย theeratana

 

กลับไปที่ www.oknation.net