วันที่ จันทร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประธานาธิบดีผิวดำ?....คำถามที่คนมะกันเริ่มถามตัวเอง


สื่อมวลชนมะกันเปรียบ “บารัค โอบามา”  ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของพรรคเดโมแครต เหมือนกับ "ร็อคสตาร์"

เพราะไม่ว่าวุฒิสมาชิกหนุ่มจากรัฐอิลลินอยส์วัย 46 ปี คนนี้ไปปรากฎตัวที่ไหน หรือขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่ไหน จะมีบรรดาแฟนคลับวัยหนุ่มสาวคอยห้อมล้อมพร้อมส่งเสียงกรี๊ด ราวกับนักร้องซูเปอร์สตาร์กำลังจะเปิดเวทีการแสดง    

“ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาต้องพบกับการเปลี่ยนแปลง”   เป็นประโยคแรกที่โอบามา ประกาศกับชาวไอโอว่าไม่ต่ำกว่าสองพันคนที่ยอมฝ่าลมหนาวและย่ำหิมะมาร่วมฟังการปราศัยครั้งสุดท้ายที่หอประชุมกลางเมืองเดอส์ มอยส์  ก่อนการหยั่งเสียงเบื้องต้นในรัฐไอโอว่าสัปดาห์ที่แล้ว

เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องตอบรับดังกระหึ่ม   สีหน้าของผู้ฟังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความตื่นเต้นที่มีโอกาสได้ยินและเห็นตัวเป็นๆ ของนักการเมืองสุดฮ็อต

"การเปลี่ยนแปลง" เป็นประเด็นที่ผู้สมัครเกือบทุกคนจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันใช้ในการหาเสียง แต่ในสายตาของคนที่ชื่นชมโอบามา นักการเมืองหนุ่มคนนี้แหละที่มีคุณสมบัติพร้อมที่สุดที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

“ใครๆ ก็พูดถึงการเปลี่ยนแปลงได้  แต่ดิฉันและเพื่อนๆ เชื่อว่าในบรรดาผู้สมัครทั้งหลาย โอบามา เท่านั้นที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริงๆ”  นักศึกษาสาวคนหนึ่งบอกกับผมก่อนโอบามาจะก้าวขึ้นสู่เวทีปราศัย  เธอบอกว่าโอบามาเป็นแรงกระตุ้นให้เธอและเพื่อนนักศึกษาอยากมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตัวแทนพรรคเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอไม่ใส่ใจเรื่องการเมืองแม้แต่น้อย   

นี่คือสิ่งที่เรียกกันว่า "ปรากฏการณ์โอบามา" ปรากฏการณ์ที่ทำให้ชาวมะกัน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว กลับมามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน 

ความล้มเหลวของนักการเมืองที่กุมอำนาจอยู่ในกรุงวอชิงตันในการแก้ปัญหาของประเทศในเกือบทุกด้าน จนทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นหนี้และขาดดุลการค้าเป็นประวัติการณ์  ต้องติดกับสงครามในอิรักแบบไม่เห็นทางออก  ระบบการศึกษาและการประกันสุขภาพถอยหลังเข้าคลอง  และต้องเผชิญกับความปัญหาความมั่นคงจากผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกว่า 12ล้านคน  ทำให้ชาวอเมริกันไม่น้อยหมดความหวังกับนักการเมืองเพราะไม่ว่าพรรคไหนจะยึดทำเนียบขาวได้ก็ดูเหมือนไม่มีใครพร้อมจะทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติจริง  พอได้อำนาจก็ลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างการหาเสียงไปหมด

“แต่โอบามาทำให้พวกเรามีความหวังขึ้นมา  เพราะโอบามาเป็นนักการเมืองคนเดียวที่มีจุดยืนทางการเมืองที่แน่วแน่  เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ทำให้เราเห็นแสงสว่าง เห็นทางออก”  นักศึกษาอีกคนอธิบายถึงที่มาที่ไปของ “ปรากฏการณ์โอบามา”

โอบามาเป็นนักพูดตัวฉกาจ  ขึ้นเวทีที่ไหนสามารถปลุกเร้าผู้ฟังด้วยลีลาและโวหารที่โดนใจคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะทุกครั้งที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงและความหวัง   

บวกกับความสดและความน่าเชื่อถือ โอบามากลายเป็นแม่เหล็กแท่งใหญ่ทางการเมืองขึ้นมาในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน  คนดังๆ เกือบทุกวงการ ทั้งนักการเมืองทุกระดับ นักธุรกิจ ดาราและศิลปินชื่อดังทั้งหลายแห่กันออกมาประกาศหนุนโอบามากันอย่างเปิดเผยหลังจากที่เขาประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อต้นปีที่แล้ว

แม้แต่โอปร่า วินฟรีย์  เจ้าแม่แห่งรายการทอล์โชว์ของสหรัฐยังอดไม่ได้ที่จะกระโดดออกมาอุ้มโอบามา  เพราะเชื่อว่าในยามนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่เหมาะจะเป็นผู้นำสหรัฐนอกจากนักการเมืองผิวสีเดียวกันคนนี้  เท่านั้นแหละเรทติ้งของโอบามาจึงพุ่งทะลุเพดานทันที  เพราะวินฟรีย์เป็นนักจัดรายการที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐ มีแฟนรายการเป็นสิบๆ ล้านคนทั่วประเทศ  

แค่สี่ห้าปีที่แล้ว โอบามาเป็นนักการเมืองที่แทบไม่มีใครรู้จัก  และฟังดูจากชื่อหลายคนไม่แน่ใจว่าเป็นคนอเมริกันด้วยซ้ำ  แม่เป็นชาวอเมริกันจากรัฐแคนซัส ส่วนพ่อแท้ๆ เป็นชาวเคนย่า    หลังจากที่คุณแม่แต่งงานรอบสอง โอบามาก็ตามไปอยู่กับพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นชาวอินโดนีเซีย ในกรุงจาการ์ต้าถึงสี่ปีจนอายุ 10 ขวบ

โอบามาดังขึ้นมาแบบพลุแตกในคืนวันที่ปรากฏตัวในการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตในปี 2004 เพื่อเลือกตัวแทนพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี   โอบามาได้รับเกียรติ กล่าวสุนทรพจน์ในฐานะเป็นตัวแทนของนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง  และเขาก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง               

คืนนั้นโอบามาตรึงผู้ฟังทั้งหอประชุมและชาวมะกันทั่วประเทศที่ติดตามการถ่ายทอดสดด้วยลีลาและเนื้อหาที่เข้าถึงความรู้สึกของทุกคน   และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา "โอบามา" ก็กลายเป็นชื่อที่ติดปาก

ชัยชนะแบบถล่มทลายของโอบามาเหนือนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครเต็งหนึ่งของพรรคเดโมแครตในไอโอว่าเป็นเรื่องพลิกความคาดหมาย  เพราะไม่มีใครคิดว่าเสียงจากคนหนุ่มสาวจะเทให้กับโอบามามากขนาดนี้  แม้แต่เสียงของผู้หญิงซึ่งควรจะไปที่นางคลินตัน แต่กลับกลายเป็นว่าส่วนใหญ่เทให้กับโอบามา

แม้แต่ผู้สมัครของเดโมแครตอีกคนอย่าง จอห์น เอ็ดเวิร์ดส์ ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมานานก่อนโอบามาจะแจ้งเกิดในเวทีการเมืองด้วยซ้ำ ยังตะลึงกับผลการลงคะแนนในไอโอว่า   ซึ่งเอ็ดเวิร์ดแซงนางคลินตันเข้ามาเป็นที่สอง

ทั้งนางคลินตันและเอ็ดเวิร์ดส์พยายามขายภาพของนักการเมืองที่มีประสบการณ์และพร้อมจะเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่วันแรกถ้าได้เข้าไปนั่งในทำเนียบขาว ไม่ต้องมาเรียนรู้งานเหมือนโอบามาซึ่งยังไม่เคยพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานอะไรที่ชัดเจน

แต่ในที่สุดชาวไอโอว่าตัดสินใจเลือก "ความเปลี่ยนแปลง"มากกว่าที่จะเลือกประสบการณ์

“ประสบการณ์คืออะไร  ถ้าประสบการณ์คือ การทำงานเพื่อตัวเองและกลุ่มผลประโยชน์   ผมและเพื่อนๆขอเลือกความเปลี่ยนแปลงดีกว่า”  นักธุรกิจวัยกลางคนกล่าวกับผม

ถึงแม้ความสนใจของสื่อมวลชนและคนมะกันขณะนี้พุ่งมาที่โอบามาอย่างเต็มที่  แต่ชัยชนะของโอบามาในไอโอว่าเป็นเพียงแค่ก้าวแรกของกระบวนการที่ยังอีกยาวไกล และก็ไม่ใช่เป็นหลักประกันว่าโอบามาจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะการเลือกตั้งเบื้องต้นในรัฐอื่นๆ เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น     นี่ถือว่าเป็นการรบเบื้องต้น เพราะสงครามจริงนั้น ต้องรบกับรีพับลิกันในเดือนพฤศจิกายน

ปรากฏการณ์ที่แรงพอที่ทำให้สื่อมวลชนมะกันเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า “อเมริกาพร้อมจะมีประธานาธิบดีผิวดำคนแรกแล้วหรือยัง"

โดย เทพชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net