วันที่ จันทร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สะแกราช: วิถีความสุขที่สังเคราะห์ได้


แรกเริ่มเดิมทีกะว่าจะเขียนเอนทรี่นี้ให้สดใส กระชุ่มกระชวย ซักหน่อย แต่แล้วขอเล่าอย่างนี้แล้วกัน โปรดติดตามด้วยใจจดจ่อ...

 


 

ถ้าหากว่าคนยุคนี้โหยหาวิถีที่เรียกว่าความสุข ความเรียบง่าย การพึ่งพาตนเอง เดาเอาว่าคงหาไม่ได้ง่ายนัก เพราะไม่ว่าจะกี่ทฤษฎีที่กี่ปราชญ์ค้นคิด พยายามปฏิวัติให้เกิดขึ้น “ใหม่” ในทศวรรษ “ล้ำ” ณ ขณะนี้ ทศวรรษที่คนเกือบทุกหมู่เหล่าในสังคมยังคงบริโภคความสุขราคาแพง ความสุขผ่อนส่ง หรือแม้แต่ความสุขประเภทสังเคราะห์ข้ามยุค ซึ่งล้วนแล้วแต่ “เกินพอดี” “ไม่สามารถย่อยสลายได้” “ทำลายสิ่งแวดล้อม” และ “เป็นปฏิปักษ์ต่อจิตวิญญาณ” ยังไม่สำเหนียกถึงหายนะในความเป็น “ไท” แห่งตน

ฉันมิได้ปฏิเสธสิ่งสวยงาม อาหารรสเลิศ เสื้อผ้าอาภรณ์ บรรดาของประดับประดาทั้งหลาย (ถ้าท่านอ่านเอนทรี่อื่นๆ ของฉัน คงเข้าใจดีว่าฉันบ้าโน่นบ้านี่อยู่เป็นประจำ) เพียงแต่บางครั้งก็อดประนามตัวเองไม่ได้ ฉันไม่ได้พยายามปลดปลงต่อวัตถุรอบกาย เพียงแต่ความสุขที่ฉันเพิ่งได้ไปเห็นกับสองตา สัมผัสมาจากทั้งหกสัมผัสที่สถานีวิจัยพรรณพืชและสัตว์ป่าที่สะแกราช อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อสองเดือนก่อนนั้น ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า ชุมชนในฝัน ที่ๆ มนุษย์พึงพอใจจะใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย ตามหน้าที่ของตนอย่างสร้างสรรค์นั้น ไม่ได้มีอยู่แค่ในจินตนาการหรือการเกาะไต่ไปตามกระแส


ทางวิทยาศาตร์
“มิเตอร์” แสดงระดับโอโซนที่สะแกราช ขึ้นแท่นติดชาร์ตอันดับหนึ่งในห้าของประเทศไทย แต่ภายใต้ความอุดมทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ ยังมีบางสิ่งที่ “มิเตอร์ทางจิตวิญญาณ” สามารถตรวจจับได้ และมิเตอร์นั้นระบุอย่างชัดเจนได้ถึงระดับสติปัญญา น้ำใจ ของบุคลากรทุกระดับที่เกี่ยวเนื่องในสถานีวิจัยฯ ว่าสูงเกินกว่ามาตรฐานสังคมไทยปัจจุบันมากมายนัก วัฒนธรรมพึ่งพาตนเองของที่นั่น ไม่แน่ชัดว่ามีรกรากมาจากไหน แต่เท่าที่รู้สึกได้ ฉันไม่คิดเพียงว่าพวกเขาเป็นชาวบ้านชาวเมืองที่ไร้จริต ไร้ความริษยา หรือคนจำพวก “สุขนิยม” หากแต่สำหรับฉันแล้ว พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้อำนวยการ มักคุเทศก์ แม่ครัว กลุ่มแม่บ้าน นายพราน (อาวุโส) มีทัศนคติที่ฉันคิดว่า น่าจะมีอยู่ในคนทั้งโลก! แต่ละคนมีหน้าที่ ทำหน้าที่ ที่ไม่ได้เป็นเพราะหน้าที่ เท่านั้น พวกเขาสามารถเล่าและพูดถึงสิ่งที่เขารู้ซ้ำๆ อย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย เปล่งรังสีแห่งความสุขผ่านการให้ความรู้ การเป็นเจ้าบ้านที่น่ารัก โอบอ้อมจนฉันและลูกๆ อิ่มเอม
 

 

ท่ามกลางธรรมชาติอุดมไม้ป่าน้อยใหญ่และพืชพรรณ เป็นที่ตั้งบรรดาตึกนอนหลายหลัง อาคารราชการที่รับรอง “เพื่อนรักป่า” หน้าใหม่ โรงอาหารกะทัดรัดปะติดทั้งพื้นผนังและเพดานด้วยภาพวาดฝีมือศิลปินตัวน้อยที่เคยแวะเยือนสถานที่ทำการแห่งนี้จนทั่ว ฝีมือคุณแม่ครัวนั้นไม่อยากโม้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ขนาดไข่ดาวกับข้าวสิ้นคิดยังอร่อยไร้เทียมทาน

“ก็ป้าทำกับข้าวอยู่ที่นี่มา 40 ปีแล้วไง ไม่อร่อยก็ให้มันรู้ไป”
 



 

ดูๆ ไปที่นี่ละม้ายยูธโฮสเทลในต่างประเทศมาก ต่างกันตรงจุดเล็กๆ ที่เติมคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้หัวใจชาวเมืองใหญ่ เพราะที่สะแกราช ใครใคร่กินๆ กิน ใครใคร่อุดหนุนข้าวของสินค้าเชิญ เสร็จแล้วให้หยอดสตางค์ตามราคาด้วยความซื่อสัตย์ ที่นี่ไม่มีเงินทอน ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ หรือถ้าคุณเหลือกินเหลือใช้จะหยอดมากกว่าป้ายราคา ทางสถานีฯ ก็เอาไปสมทบทุนจัด field trip ให้เด็กๆ ท้องถิ่นที่ไม่มีทุนรอนได้เข้ามาทัศนศึกษา และลิ้มลองประสบการณ์ทางธรรมชาติได้ไม่ไกลจากบ้าน

 

 

อาคารทั้งใหม่และเก่าของสถานีวิจัยพรรณพืชและสัตว์ป่าสะแกราช ล้วนแล้วแต่ก่อขึ้นด้วยอิฐบล็อกทำมือที่คิดค้นและวิจัยจากเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น จนกระทั่งขายสิทธิ์ให้กับโรงงานพื้นบ้านนำไปผลิตและจัดจำหน่ายในราคาไม่ใคร่แพง ตัวอาคารออกแบบเรียบง่าย เน้นเนื้อที่ใช้สอยและความสะอาด ใครจะไปเยือนต้องจองล่วงหน้านานหน่อย เนื่องจากคิวจองวันสุดสัปดาห์จะยาวเหยียด มาม่าขอเชิญชวนเลยค่ะ ไปที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง ราคาก็ถูกชนิดที่เราๆ คาดไม่ถึง







ราคาสำหรับสามวันสองคืนจะคิดต่อหัว ผู้ใหญ่ 750 บาท เด็ก 500 บาท (อันนี้ไม่ตายตัว และเป็นราคาที่รวมค่าห้องพัก อาหาร ของว่าง มัคคุเทศก์ รถนำชมไก่ฟ้าพญาลอ เสื้อกันฝน กล้องส่องนก เมี่ยงคำสำรับพิเศษ น้ำจากสมุนไพรรสเลิศหาไม่ได้ที่ไหน เวิร์คช็อปสอนเด็กๆ ทำเสื่อ / ไม้กวาด / ทำขนม และยังเปิดวิดีโอ
An Inconvenience Truth งานสะท้อนโลกร้อนชิ้นโบว์แดงของอัล กอร์ (Al Gore) สำหรับคณะเยี่ยมชมรุ่นเล็กอีกด้วย และอื่นๆ อีกมากมาย 
 


ประสบการณ์ “ลืมไม่ลง” ครั้งนี้ จะให้เล่าอย่างไร ละเอียดยิบแค่ไหน คงไม่มีวันเทียบเคียงกับประสบการณ์ตรงแน่นอน ใครไม่ชอบเที่ยวสถานที่ราชการ ที่นี่จะทำให้คุณเปลี่ยนทัศนคติ
 





ท้ายนี้ ... รางวัลจากป่าเขา นอกจาก โอโซนที่ชะล้างปอดฉันจนสะอาดกับใบไม้ที่พี่ๆ ลุงๆ แถวนั้นเรียกซะเก๋ว่า “ใบสติ๊กเกอร์” รูปหัวใจที่เด็ดแปะเสื้อยืดเหล่านักเดินป่าแล้ว สะแกราชและคนที่นั่นได้ “ใจ” ฉันไปเต็มๆ



......แล้วจะกลับไปซ่อมปอดใหม่

โดย mamababa

 

กลับไปที่ www.oknation.net