วันที่ อังคาร มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เด็กหญิง 5 ขวบกลืนแม่เหล็กลงท้อง





" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip "

วางขายปะปนอยู่กับขนมที่หน้าโรงเรียน ระหว่างกำลังอมเล่นในปากเกิดลื่นไหลลงคอ แพทย์เอกซเรย์พบแม่เหล็กเคลื่อนจากกระเพาะอาหารไปอยู่ในลำไส้ใหญ่ รอกระบวนการขับถ่าย แพทย์ระบุถ้าไหลลงหลอดลมอาจถึงตายได้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเด็กหญิงวัย 5 ขวบเล่นซุกซน อม "แม่เหล็ก"ยาวประมาณ 1.5 นิ้ว ลักษณะยาวรี กว้างประมาณ .5 นิ้ว ซึ่งนำมาวางจำหน่ายปะปนอยู่กับขนมที่หน้าโรงเรียน ระหว่างที่กำลังอมเล่นในปากได้เกิดลื่นไหลลงคอ พ่อแม่ต้องรับนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ให้แพทย์ช่วยเหลือทำการรักษา ซึ่งจากการเดนทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลปทุมธานี พบนายสมคิด เผ่าผาง อายุ 26 ปี และนางอุษา เผ่าผาง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/6 ม.2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี พ่อแม่ของเด็ก ซึ่งกำลังนำตัว เด็กหญิงอริสา หรือน้องฟาง เผ่าผาง อายุ 5 ปี ไปให้แพทย์ทำการช่วยเหลือภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

นางอุษา เผ่าผาง เปิดเผยว่า น้องฟาง เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนวัดเปรมประชากร ก่อนเกิดเหตุ หลังเลิกเรียน ได้กลับมาบ้านโดยมีนางแดง แก้วสว่าง ซึ่งเป็นยายคอยดูแล ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น.นางแดง ได้โทรศัพท์มาบอกว่าน้องฟาง ได้กลืนลูกเหล็กเข้าไปติดอยู่ในลำคอ และมีอาการหายใจไม่ออก ขอให้รีบมารับตัวไปส่งโรงพยาบาล ตนเองและสามีจึงได้รีบกลับมาที่บ้าน ก็พบว่า น้องฟาง ได้กลืนลูกเหล็กลงไปอยู่ในท้องแล้ว โดยทราบว่า ตอนแรกนั้นเมื่อกลืนลงไปแล้วเกิดไปติดอยู่ที่ลำคอจนหายใจไม่ออก แล้วยายแดง ได้นำน้ำเปล่ามาให้น้องฟางดื่มเพื่อให้ลูกเหล็กไหลลงไปท้อง แต่เมื่อดื่นน้ำลงไปยิ่งทำให้ติดคอหนักน้ำจนสำลักน้ำตาเหลือก ยายแดงเลยนำลูกเหล็กที่เหลืออีก 1 ลูกที่มีขนาดเท่าๆกันและเป็นแม่เหล็กด้วย มาลูบที่ลำคอ จนดูดเอาแม่เหล็กหลุดจากคอลงไปในท้อง แล้วจากนั้นตนเองจึงได้นำลูกสาวมาส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลือ

ด้าน พ.ญ.พิชานันท์ สุดใจ แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า น้องฟาง ถูกพ่อแม่นำส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อ 18.30 น.ของวานนี้ และเมื่อทำการเอกซเรย์ดูก็พบว่า ลูกเหล็กดังกล่าวนั้นไหลลงไปอยู่ในกระเพาะอาหารของเด็กแล้ว ในเบื้องต้นนั้นไม่พบว่ามีอันตรายกับเด็กแต่อย่างใด และลูกเหล็กดังกล่าวนั้น จะถูกขับถ่ายออกมาเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงได้ให้พ่อแม่ของเด็กนำตัวกลับไปบ้านเพื่อรอดูอาการและรอการขับถ่ายออกมา

แต่วันนี้ พ่อแม่ของเด็กนำเด็กมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพราะเห็นว่าเด็กเริ่มปวดท้องและยังไม่มีทีท่าว่าจะถ่ายออกมา เมื่อนำไปทำการเอกซเรย์ดูอีกครั้ง ก็พบว่า ลูกเหล็กดังกล่าวนั้นไหลออกมาจากกระเพาะอาหาร มาอยู่ที่ลำไส้ใหญ่แล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการรอขับถ่ายออกมา ซึ่งถือว่าปลอดภัยแล้ว

"ตามปกตินั้นการกลืนสิ่งของลงไปในคอนั้นบางครั้งสิ่งของต่างๆที่กลืนลงไปแล้วอาจจะไหลเข้าไปในหลอดลม ซึ่งหากลูกเหล็กไหลเข้าไปในหลอดลมก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กจนถึงขั้นขาดอากาศหายใจ และถ้าส่งถึงมือหมอไม่ทันการณ์ก็อาจจะถึงกับเสียชีวิตได้ เพราะถ้าขาดอาการหายใจนานถึง 4 นาทีสมองก้จะขาดอากาศและเสียชีวิต"พ.ญ.พิชานันท์ กล่าว

พ.ญ.พิชานันท์ กล่าวต่อว่า กรณีของน้องฟางนั้น ได้ผ่านช่วงอันตรายที่สุดมาแล้ว เพราะลูกเหล็กนั้นได้ผ่านลำไส้เล็ก ลงไปที่กระเพาะอาหารและออกจากกระเพาะอาหารมาที่ลำไส้ใหญ่ก่อนจะไหลออกทางทวารหนักต่อไปตามธรรมชาติ ซึ่งได้แนะนำให้พ่อแม่เด็กนำตัวกลับไปอยู่ที่บ้านก่อน และรอให้เด็กถ่ายออกมาเอง เพราะถ้าจะทำการผ่าตัดนั้นเกรงว่าจะได้รับผลกระทบมากกว่าให้ออกมาเองตามธรรมชาติ และอยากขอเตือนผู้ปกครองที่ยังมีเด็กเล็กๆซุกซนให้ช่วยดูแลเด็กๆอย่าให้นำส่งของเล็กๆหรือเป็นอันตรายมาอมเล่นในปาก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงกับชีวิตได้

ด้านนายสมคิด เผ่าผาง พ่อของน้องฟาง กล่าวว่า ลูกเหล็กดังกล่าวนั้นเป็นแม่เหล็กด้วย มีขนาดยาวประมาณ 1.5 นิ้ว มีลักษณะยาวรี กว้างประมาณ .5 นิ้ว ทราบว่าแม่เหล็กแบบนี้ จะมีพ่อค้าแม่ค้านำมาวางจำหน่ายปะปนอยู่กับขนมของเล่นต่างๆและวางขายอยู่ตามหน้าสถานศึกษา เด็กๆจะนิยมซื้อมาเล่นเพราะเป็นแม่เหล็ก โดยจะขายเป็นคู่ๆ คู่ละ 10 บาท ซึ่งลูกเหล็กที่ลูกสาวของตนเองอมไว้ในปากนั้นทราบว่า น้องโบว์ หลานสาวที่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดเปรมประชากร เป็นผู้ซื้อมาเล่น โดยนำมาเล่นกับน้องฟาง จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งของเล่นแบบนี้เด็กๆที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำมาเล่นก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net