วันที่ พุธ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Shaken Baby Syndrome … โรคนี้พ่อแม่ทำ


Shaken Baby Syndrome … โรคนี้พ่อแม่ทำ

 โดย กองบรรณาธิการนิตยสาร Modern Mom

Shaken Baby Syndrome ฟังดูอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุณพ่อคุณแม่คนไทย สักเท่าไหร่นะคะ แต่สำหรับต่างประเทศแล้วตระหนักว่าโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับคุณแม่มือใหม่ มิหนำซ้ำความรุนแรงยังอันตรายถึงชีวิตลูกเชียวล่ะค่ะ เพื่อป้องกันลูกรักจากโรค Shaken Baby Syndrome ผศ.พญ.จันทนา พันธ์บูรณะ จึงมาจับเข่าคุยเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยว กับโรคนี้ให้คุณแม่ผู้อ่าน Modern Mom ค่ะ

รู้จัก Shaken Baby Syndrome

" Shaken Baby Syndrome" (SBS) เป็นโรคที่มักพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ขวบ โดยเฉพาะวัยประมาณ 3-8 เดือนมากกว่าเด็กโต เกิดจากการที่พ่อแม่จับลูกเขย่าแรงๆ แรงเขย่านั้นจะทำให้เนื้อสมองกระแทกกับกะโหลกศีรษะ ซึ่งปกติสมองของเด็กเล็กจะมีน้ำ ในช่องสมองมากกว่าเนื้อสมอง เพราะฉะนั้นเนื้อสมองก็มีโอกาสแกว่งจนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีเลือดออก เพราะเส้นเลือดในสมองของเด็กเล็กๆ ยังไม่แข็งแรง โอกาสที่จะฉีกขาดจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่ และสมองของเด็กก็ยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากดูทั่วไปแล้วเด็กที่เป็นถูกพ่อแม่เขย่า จนเป็นโรค Shaken Baby Syndrome นั้นมักจะไม่ค่อยทิ้งร่องรอยการบาดเจ็บไว้ภายนอกร่างกาย แต่จะเป็นการบาดเจ็บภายในสมองมากกว่าค่ะ
หากคุณแม่จะถามว่าเขย่าแรงแค่ไหนจึงจะทำให้สมองของลูกกระทบกระเทือนจนเสี่ยงที่จะ เป็นโรค Shaken Baby Syndrome คุณหมอเองก็ตอบเป็นความรุนแรงที่ชัดเจนไม่ได้ แต่โรคนี้จะเกิดกับลูกได้ก็ต่อเมื่อคุณแม่เขย่าลูกด้วยความรุนแรงและกระชากกลับอย่างรวดเร็ว ถ้าจะให้เห็นภาพชัดเจนลองหลับตานึกภาพขณะที่ขับรถพุ่งไปข้างหน้าสิคะ ตัวของเราเปรียบเหมือนสมอง ตัวรถคือกะโหลก เมื่อเบรกกะทันหันตัวเราจะพุ่งไปข้างหน้า แล้วถูกกระชากกลับ อย่างรุนแรงและรวดเร็ว แรงเขย่าที่จะทำให้ลูกเป็นมีอาการของ Shaken Baby Syndrome ก็เกิดขึ้นจากหลักการที่คล้ายคลึงกัน
ส่วนตำแหน่งของสมองที่จะได้รับการกระทบกระเทือนจนเส้นเลือดเล็กๆ ที่เชื่อมกันระหว่าง เนื้อเยื่อของสมองฉีกขาดจนเลือดออกนั้น ขึ้นอยู่กับทิศทางที่คุณแม่เขย่าเป็นหลักค่ะ โดยส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 ทิศทางคือ ด้านข้างและด้านหน้า เช่น ถ้าคุณแม่เขย่าไปด้านข้าง เลือดก็จะออกจากสมองด้านข้าง ถ้าเขย่าไปด้านหน้าเลือดก็จะออกจากสมองด้านหน้า ซึ่งบริเวณที่สมองกระแทกกับกะโหลกจนเลือดออกเรียกว่า Breaking Dome ค่ะ

คุณแม่ผู้อ่านคงอยากจะรู้แล้วสิคะ ว่าอาการแบบไหนล่ะที่จะสัญญาณบ่งบอกว่า ลูกกำลังเป็นโรค Shaken Baby Syndrome อย่างที่เคยบอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า โรคนี้จะบาดเจ็บ ภายในเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าลูกถูกเขย่าอย่างรุนแรงและกระชากกลับรวดเร็ว จะมีอาการ ทางสมองร่วมกับอาการอื่นๆ ที่สังเกตได้ เช่น มีเลือดออกที่ตา เลือดออกที่สมองหรือเนื้อหุ้มสมอง บางคนอาจจะพบว่ากะโหลกแตกหัก
หากอาการที่บอกมาข้างต้นไม่ปรากฏ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกก็เป็นสัญญาณ บอกอาการได้อีกอย่างหนึ่ง หลังจากที่ลูกถูกเขย่าแรงๆ คุณแม่ควรสังเกตว่าลูกมีพฤติกรรม
หากลูกถูกเขย่ารุนแรงมากๆ และมีอาการของโรค Shaken Baby Syndrome ก็จะมี โอกาสเสียชีวิตสูง เพราะการวินิจฉัยค่อนข้างยาก โดยทั่วไปจากสถิติเด็กที่เป็นโรค Shaken Baby Syndrome เด็กจำนวน 1 ใน 3 คนมักจะเสียชีวิต หรือถ้ารอดชีวิตก็พบว่าอาจจะมีความพิการ ตามมาอย่างถาวร ซึ่งความพิการอย่างถาวรเจอได้ก็มีตั้งแต่ในกลุ่มของการเรียนรู้ สติปัญญา หรือว่าในส่วนของลมชัก ตาบอด พวกนี้อาจจะมีผลทางสายตาได้

ความพร้อม...กำแพงต้าน Shaken Baby Syndrome

การพาลูกไปพบคุณหมอหลังควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วเขย่าลูกจนมีอาการของโรค Shaken Baby Syndrome ดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ใช่หนทางป้องกันที่ดีที่สุดนะคะ เพราะโรค Shaken Baby Syndrome นี้ไม่ใช่ว่าจะไร้ซึ่งหนทางป้องกัน
จริงๆ แล้ว Shaken Baby Syndrome สามารถป้องกันได้ 100 % เลยเพียงแต่คนเป็นพ่อแม่ ต้องระวัง ใส่ใจ และคำนึงถึงโรคนี้บ้าง ด้วยการเตรียมความพร้อมทั้งของพ่อแม่ในด้านร่างกาย และจิตใจ และความพร้อมของคนที่จะดูแลลูกเล็กของเราก่อนจะมีลูก อีกทั้งควรศึกษา และทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยด้วยว่าเป็นอย่างไร เพราะจากข้อมูลที่พบส่วนมาก เด็กที่เป็นโรค Shaken Baby Syndrome มักจะเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบ เพราะช่วงนั้นเป็นวัยที่คุณแม่เหนื่อยและลูกก็ค่อนข้างเลี้ยงดูยาก ซึ่งคุณแม่หรือคนที่เลี้ยงมักเกิดความเครียด จนรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจับลูกเขย่าแรงๆ ได้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ในต่างประเทศถึงกับมีการแนะนำคุณแม่มือใหม่เลยว่า หากลูกร้องไห้จนรู้สึกหงุดหงิด ควรพาลูกไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยภายในบ้าน เช่น บนเตียง ห้องของลูก ฯลฯ แล้วคุณแม่ก็ออกไป อยู่ในจุดที่ไม่ได้ยินเสียงลูกร้องสักช่วงสั้นๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ เมื่ออารมณ์เย็นลงแล้วค่อยกลับ เข้าไปดูลูก และทุกครั้งที่ลงโทษลูกไม่ควรเขย่าไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ
Shaken Baby Syndrome เป็นโรคใหม่หรือเปล่า
Shaken Baby Syndrome ไม่ใช่โรคใหม่ค่ะ แต่พ่อแม่คนไทยรู้จักโรคนี้น้อยมาก และคิดเป็นสถิติเปอร์เซ็นต์ได้ยาก เพราะโดยทั่วไปแล้ว 80% ของเด็กมักถูกทารุณจากคนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัว เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดกับคนในครอบครัวก็ไม่มีคนมาแจ้ง ถ้าไม่เฉลียวใจว่าเกิด จากการเขย่าหรือไม่ไม่ซักถาม บางทีอาจจะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดาก็ได้ ประวัติของเด็กก็จะถูก บิดเบือนไป แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาจะมีการายงานสถิติเด็กถูกทำร้ายร่างกาย จนเกิดโรค Shaken Baby Syndrome ประมาณ 1,200-1,600 คนต่อปี
ไกวเปลแรงๆ เป็นโรค Shaken Baby Syndrome ได้จริงหรือ
ไม่จริง การที่หลายคนมักกังวลว่าไกวเปลแรงๆ จะมีผลทำให้ลูกเป็นโรค Shaken Baby Syndrome นั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะการไกวเปลไม่ว่าจะแรงแรงแค่ไหนก็จะยังมีแรง เฉื่อยในขณะที่เปลแกว่งกลับมา เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ไกวแบบกระชากก็ไม่มีผลกระทบต่อสมอง ของลูก และการเขย่ากล่อมเบาๆ ก็ไม่สามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณแม่ จะไกวเปลแรงๆ จนลูกตกลงมาจากเปล แต่ถ้าตกจากที่เตี้ยๆ เช็กแล้วอาจจะไม่พบปัญหาทางสมองเลยด้วยซ้ำ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก:


ข้อมูลจากนิตยสาร   : ฉบับที่ 298 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2550 
ผศ.พญ.จันทนา พันธ์บูรณะ หัวหน้าหน่วยทารกแรกเกิด ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


แรงเขย่า + กระชากกลับ = Shaken Baby Syndrome


สังเกตอาการ Shaken Baby Syndrome

 เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร ถ้าอาการไม่ค่อยรุนแรงลูกอาจจะมีอาการนอนไม่สงบ ไม่ค่อยกินอาหาร ร้องไห้โยเย บางคนก็ซึม แต่หากอาการรุนแรงหรือมีเลือดออกในสมอง ค่อนข้างมาก ลูกอาจจะไม่รู้สึกตัว ช็อก ชัก หรือหยุดหายใจ บางคนถึงขั้นโคม่ามาเลยก็มี แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เลือดออกด้วยค่ะ
Shaken Baby Syndrome ไม่ใช่โรคที่เป็นกันได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเกิดขึ้นกับลูก ฉะนั้นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ จึงควรมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะการที่จะเลี้ยงลูกสักคน สร้างความเครียดได้ไม่น้อย และสถานการณ์สิ่งแวดล้อมก็สุ่มเสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เราเกิดความฉุนเฉียวหงุดหงิดได้ง่าย แต่ไม่ว่าอย่างไรต้องเตือนตัวเองเสมอว่า โรคนี้เกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะแก้ไขให้ลูกเป็นปกติได้ ต้องหลีกเลี่ยงทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดโรคนี้ค่ะ


Q&A

โดย ยัยแม่ไก่

 

กลับไปที่ www.oknation.net