วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ประชาธิปไตย” แบบมะกัน ดูสับสนวุ่นวายแต่ “ได้ผล”


" ขออีกเพียงเสียงเดียว... อีกเสียงเดียวโอบามาก็จะได้ 200 คะแนนแล้ว" หนุ่มผิวดำร่างใหญ่ตะโดนสุดเสียง

 

               สาววัยกลางคนที่ตกเป็นเป้าของการรบเร้ามีทีท่าลังเล แต่ก่อนที่เธอจะมีเวลาคิดด้วยซ้ำอีกเสียงสวนขึ้นมา "อย่าไปสนใจโอบามา  ขอเสียงคุณให้ฮิลลารีดีกว่า" 

 

        ตามมาด้วยเสียงจากอีกมุมห้อง  "ขอเสียงคุณให้เอ็ดเวิร์ดส์เถอะ"

           อีกประมาณห้าหกนาทีที่ตามมาเป็นห้วงเวลาของการล็อบบี้ และการตะเบ็งเสียงแข่งกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีระดับแนวหน้าของพรรคเดโมแครต   ทุกคนพุ่งเป้าไปที่หญิงผู้น่าสงสารซึ่งยังสองจิตสองใจว่าเสียงเดียวของเธอจะมอบให้ผู้สมัครคนไหน ระหว่าง บารัค โอบามา  ฮิลลารี  คลินตัน และจอห์น เอ็ดเวิร์ดส์

 

แต่แรงกดดันมากกเกินกว่าที่เธอจะทนได้   “ดิฉันขอให้คะแนนกับโอบามา”  เธอตะโกนสุดเสียง

 

“ไชโย! โอบามา ได้สองร้อยคะแนนพอดิบพอดี”  เจ้าหนุ่มผิวดำคำรามด้วยความดีใจสุดขีด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินของพลพรรคของโอบามา

ประชาธิปไตยระดับรากหญ้าแบบอเมริกันอาจเป็นสิ่งเข้าใจยากและอาจดูสับสนด้วยซ้ำสำหรับคนนอกที่คาดหวังจะเห็นอะไรที่มันไฮเทคทันสมัยสอดคล้องกับการเป็นมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา   

 

แต่นี่คือหัวใจของระบบการเลือกตั้งผู้นำประเทศที่คนอเมริกันภูมิใจนักหนาว่าเปิดกว้างให้ชาวบ้านทุกระดับมีส่วนร่วมมากที่สุด   เสียงเอะอะโวยวายในห้องเรียนของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ในเมืองเดอส์ มอยส์ ในมลรัฐไอโอวา ราวกับกำลังเลือกหัวหน้าชั้น  เป็นเสียงของประชาธิปไตยที่อาจฟังดูวุ่นวายไร้ระเบียบ แต่เป็นเสียงที่ดังพอและมีความหมายพอที่จะมีส่วนตัดสินว่าใครจะเป็นผู้นำคนต่อไปของประเทศ

 

คนอเมริกันเรียกกระบวนการนี้ว่า “คอคัส”   ซึ่งเป็นภาษาอินเดียนแดงที่มีความหมายว่า “การชุมนุมของหัวหน้าเผ่า”     แค่ความหมายในปัจจุบันคือการหยั่งเสียงเบื้องต้นของกระบวนการเลือกประธานาธิบดี  ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างไปจาก “ไพรมารี” หรือการเลือกตั้งเบื้องต้นซึ่งเริ่มต้นในรัฐนิว แฮมเชียร์เมื่อวันพุทธที่ผ่านมา

ก่อนที่ใครก็ตามจะมีโอกาสไปขึ้นแป้นเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งบริหารสูงสุดในทำเนียบขาว ไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกัน นี่คือด่านแรกที่ต้องฝ่าไปให้ได้ 

 

ไอโอวา  เป็นรัฐเล็กๆ ประชากรประมาณสามล้านคน อยู่ตอนกลางของสหรัฐ ได้ผูกขาดการเป็นรัฐแรกที่จัดให้มีการหยั่งเสียงเบื้องต้นทุกสี่ปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีจนกลายเป็นประเพณีปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้     ความเป็นรัฐเล็กเปิดโอกาสให้ผู้สมัครต้องพบปะและสัมผัสชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด

 

 แทนที่จะหมดเงินไปกับการซื้อโฆษณาหาเสียงตามทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์แต่เพียงอย่างเดียว  ผู้สมัครทั้งหลายต้องทำตัวแบบเท้าติดดิน  เดินเคาะปะตูบ้าน  ลงชุมชนรับฟังปัญหาจากชาวบ้านโดยตรง เปิดเวทีปราศรัยเพื่อแสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถาม

 

          ในคืนสำคัญคืนนั้นชาวไอโอวากว่าสามแสนคนจากทั่วทุกสารทิศทั้งที่เป็นสมาชิกของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันพากันเดินฝ่าลมหนาวและย่ำหิมะไปยังโบสถ์  โรงเรียน สถานีดับเพลิง หอประชุม และร้านกาแฟ 1,781 แห่งซึ่งถูกแปรสภาพเป็นหน่วยลงคะแนนชั่วคราว 

 

          ส่วนใหญ่ไปพร้อมกับการตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าจะเลือกใคร เหตุผลของความชอบใครหรือไม่ชอบใครแตกต่างกันไป  นโยบาย จุดยืนทางการเมือง ประวัติการทำงาน หรือแม้แต่บุคลิกส่วนตัวล้วนเป็นปัจจัยได้ทั้งหมด

 

แต่ส่วนหนึ่งของผู้ออกเสียงขอรอจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนตัดสินใจ  และไม่น้อยเป็นพวกใจอิสระ ไม่เคยเชียร์พรรคใดพรรคหนึ่ง    ใครๆ ที่เคยลงทะเบียนไว้ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปสามารถลงชื่อสมัครเป็นผู้สนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งแบบเฉพาะกิจตรงหน้างานได้ (ไม่มีข่าวของการเกณฑ์ชาวบ้านเหมือนในบ้านเรา)

 

          ผมและทีมงานเลือกเข้าสังเกตการณ์ที่โรงเรียนมัธยมแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งสองพรรคแบ่งกันหยั่งเสียงกันคนละห้อง      ชัดเจนว่าบรรยากาศของพรรคเดโมแครตคึกคักและมีสีสันเป็นพิเศษ    ผู้คนทั้งหนุ่มสาวและสูงอายุเบียดเสียดกันเข้าไปในห้องราวกับกำลังแย่งกันซื้อของลดราคา

 

          ผู้คนล้นจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้หมด   ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเชื่อใจซึ่งกันและกัน   ถ้าผมและทีมงานจะสมอ้างว่าเป็นคนมีสิทธิ์ลงคะแนนก็คงทำให้อย่างสบายๆ โดยไม่มีใครสงสัย  (หรือถ้าจะมีใครส่งบรรดา “ผี” เข้าไปแจมด้วยเหมือนบ้านเราก็คงทำได้อย่างแน่นอน)

 

          ขั้นตอนที่ถือว่าเป็นหัวใจของ “คอคัส”  คือการที่คนในห้องแยกตัวเองออกเป็นกลุ่มตามชื่อผู้สมัครที่ชื่นชอบ  ขณะที่คนที่ยังไม่ตัดสินใจก็แยกตัวออกไปต่างหาก ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวาย ดูวุ่นวายแต่ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน   

 

          แต่ละกลุ่มนับจำนวนคนในกลุ่มของตัวเอง   ซึ่งเท่ากับจำนวนเสียงที่ผู้สมัครแต่ละคนจะได้รับ  ไม่ต้องมีการตรวจสอบ  ไม่ต้องมีการเช็คชื่อ  ทุกคนในห้องไว้ใจในความซื่อสัตย์ของกันและกัน 

 

          หลังจากนับเสียงของแต่ละกลุ่มเสร็จแล้ว  ตัวแทนกลุ่มก็รายงายผลคะแนนให้กับประธานในที่ประชุมเพื่อประกาศให้ทุกคนทราบ    โอบามา ฮิลลารี และเอ็ดเวิร์ดส์เป็นเพียงสามคนที่ได้คะแนนผ่านรอบแรก

 

ตามกติกาของพรรคเดโมแครตผู้สมัครคนไหนที่ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 15 ของผู้มาใช้สิทธิก็ถือว่าไม่ผ่าน  และผู้สนับสนุนผู้สมัครโชคร้ายหล่านี้สามารถเปลี่ยนใจเทคะแนนให้กับใครแทนก็ได้

 

เพราะฉะนั้นผู้มีสิทธิ์สองกลุ่มหลังจึงตกเป็นเป้าของการเกลี้ยกล่อมของผู้สนับสนุนผู้สมัครที่มีคะแนนนำ   

 

จากนั้นก็ถือเป็นภารกิจของสมาชิกทั้งสามกลุ่มที่จะหว่านล้อมขอคะแนนจากผู้สนับสนุนผู้สมัครที่ตกกระป๋อง  และนั่นคือที่มาของฉากการรบเร้าที่เผ็ดร้อนจนกระทั่งโอบามาได้คะแนนสุดท้ายจากหญิงคนนั้น

 

         "เราเชื่อว่านี่เป็นวิธีการที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด  เพราะอย่างน้อยชาวบ้านอย่างเรามีส่วนในการเลือกผู้นำประเทศได้โดยตรง”  หนุ่มคนหนึ่งบอกผมด้วยความภูมิใจ

 

      

         ไอโอวาหวงแหนสถานะของการเป็นรัฐแรกในการจัดการหยั่งเสียงเบื้องต้น เพราะถึงแม้จะเป็นเพียงยกแรกของหนทางที่ยาวไกลกว่าทั้งสองพรรคจะได้ตัวแทนไปชนกันในศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่เป็นก้าวแรกที่สามารถสร้างกระแสทั้งบวกและลบให้กับผู้สมัครทุกคน

 

          และไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ชาวไอโอว่าถือว่านี่เป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนมีส่วนร่วมและสัมผัสได้

โดย เทพชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net