วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดูแลสุขภาพ...แม้เวลาอกหัก


ดูแลสุขภาพ...แม้เวลาอกหัก


          บทความ ความรัก เพื่อ สุขภาพ วันนี้ เอาใจคนที่กำลังผิดหวังใน ความรัก หรือ อกหัก กันหน่อย ยาม อกหัก ร่างกายและจิตใจมักอ่อนแอ แต่ถ้าไม่ยอมดูแลตัวเอง แล้วเมื่อไหร่เล่าเราจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม อ่าน บทความ ความรัก ที่นี่

อกหัก



          ช่วงที่เราอกหักนี่แหละเป็นช่วงที่ร่างกายเราอ่อนแอที่สุดก็ว่าได้ กินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ เอาแต่ร้องไห้ นั่งซึม ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีๆ แล้วล่ะก็ จะป่วยได้ง่ายๆ เชียวนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้กำลังใจที่อ่อนแอมาทำให้กำลังกายอ่อนล้าไปด้วย ต้องเอาใจใส่ตัวเองกันหน่อย

1. กินดี

          ถึงจะกลืนอะไรไม่ค่อยลง แต่ก็ต้องฝืนกันบ้างล่ะ หาอะไรที่เป็นมื้อเล็กๆ กินแทนก็ยังดี และอย่าลืมเลือกอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้นนะ นึกอะไรไม่ออกก็รองท้องด้วยผลไม้ไว้ก่อนก็ได้

2. พักผ่อนให้พอ

          ช่วงนี้ร่างกายเราจะอ่อนแออยู่แล้ว เพราะฮอร์โมนความเครียดมีอยู่เต็มที่ เพราะฉะนั้นต้องนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ทำอะไรให้ช้าลงอีกสักเล็กน้อย อย่าหักโหม

3. หาเพื่อนหรือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

          อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่คนเดียว เพราะจะรู้สึกแย่และทำให้เวลาความเจ็บปวดนั้นมันช่างยาวนานขึ้น ออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ให้เวลากับตัวเอง ไปกินข้าวกับที่บ้านให้มากขึ้น และจำไว้ว่าอย่าพยายามที่จะอยู่คนเดียวเพื่อลืมเขาเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้ลืมยากนะจ๊ะ

4. อย่าหมกมุ่นกับตัวเอง

          คิดให้ดีว่า ทุกอย่างเป็นอนิจจัง รักกันได้ก็เลิกกันได้ หยุดทบทวนหรือย้ำอยู่กับคำสัญญาเก่าๆ เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกแย่ลงไปอีก

5. ทำตัวให้ดูดีอยู่เสมอ

          ถือคติว่าจะสุขจะเศร้าอย่างไร เอาให้สวยไว้ก่อน ยิ่งถ้าปล่อยตัวเองให้โทรม ก็จะรู้สึกหดหู่เข้าไปอีก เดินเข้าร้านทำผม ขอช่างมือดีที่สุดเปลี่ยนลุคกันหน่อย แต่ที่สำคัญต้องเอาให้สวยกว่าเดิมนะ

6. เติมสีสันให้กับตัวเอง

          ช่วงนี้ห้ามใส่สีดำ สีเทาอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องคิดเลยว่าจะใส่สีไว้ทุกข์ให้ตัวเอง เลือกสีที่สดใสเข้าไว้ ช่วยทำให้จิตใจได้สดใส สีดำเก็บไว้สำหรับช่วงไหนที่รู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยใส่นะจ๊ะ

          ใครมีคำแนะนำอื่นๆ อย่าลืมเผื่อแผ่กันบ้างนะคะ เพราะช่วงเวลาการอกหัก เป็นช่วงเวลาที่เศร้าสุดๆ หดหู่สุดๆ .....ใครไม่เคยเป็นไม่รู้หรอก ใช่มะ


ที่มา : โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท

โดย ยิ้มรักเมืองไทย

 

กลับไปที่ www.oknation.net