วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อความตายมาพรากของรักไปจากเรา (ตามคำขอ ของคุณ thesaint)



เมื่อความตายมาพรากของรักไปจากเรา



การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์เสมอ

การจากเป็น ก็ยังดีกว่า การจากตาย

การตาย ก็ยังเป็นทุกข์น้อยกว่าการทนเห็นคนที่เรารักต้องทุกข์ทรมาน

จากความเจ็บปวดที่ไม่อาจเยียวยารักษาได้


ผมเคยเสียของรัก หลายครั้งหลายหนในชีวิต

ทุกครั้งที่สูญเสีย  ใจหาย  ละห้อยหา โศกเศร้าเสียใจ

ชีวิตเหมือนขาดอะไรไป  เคยได้พบได้เจอกัน  เหลียวหาก็ไม่เห็นแล้ว

เคยไปมาหาสู่  ก็พบแต่ความว่างเปล่า  คิดถึงเหลือเกิน ก็ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน

ไม่รู้ว่าจะไปพบกันอีกได้ที่ไหน


เมื่อ 4 ปีก่อน ตอนที่แม่ของผมป่วยหนัก

หมอบอกพวกเราว่า ไม่มีความหวังแล้ว

พวกเราไปเฝ้าไข้แม่กันที่โรงพยาบาล  ผมพยายามไม่ร้องไห้

เพราะเคยเรียนธรรมะมาว่า  น้ำตาของเราจะทำให้ดวงวิญญาณมีห่วงมีกังวล

ผมพยายามยิ้มกับแม่ พูดคุยกับแม่ กุมมือของแม่ไว้  แล้วเอามือนั้นมาแนบกับแก้มตัวเอง

ดูเหมือนว่าแม่จะรู้ตัว  ว่าชั่วโมงนี้เป็นชั่วโมงสุดท้ายแล้วที่จะได้อยู่กับพวกเรา

แม่มองเห็นบางสิ่งบางอย่างเข้ามาในห้องนั้น   พวกเรามองตามไป

แต่ไม่มีใครมองเห็นอะไร    แล้วแม่ก็บอกกับพวกเราว่า เขามารับแล้ว

แม่ต้องไปแล้ว   แล้วแม่ก็จากพวกเราไปอย่างสงบ  มือของผมยังกุมมืออุ่นๆของแม่อยู่

รู้สึกเศร้า  แต่ไม่ร้องไห้  ผมกอดแม่และหอมแก้มแม่เป็นครั้งสุดท้าย

เฝ้าร่างไร้วิญญาณนั้นอยู่นาน จนหมอมาเตือนว่าให้ญาติๆกลับได้แล้ว

ก่อนวันเผา  ผมมองร่างที่ไร้วิญญาณของแม่ซึ่งนอนอยู่ในหีบศพที่มีฝาครอบใสๆ

ใส่ชุดที่สวยที่สุดที่แม่เคยชอบใส่  มีดอกไม้ประดับประดาอยู่ในหีบศพนั้นอย่างสวยงาม

สองมือนั้นกุมประสานกันไว้อย่างสงบ  นั่นคือภาพสุดท้ายของแม่ที่ผมได้เห็น


ลูกสาววัยหกขวบมักจะร้องไห้ในเวลากลางคืน

เขาบอกว่า คุณย่ามาเล่นด้วย แล้วท่านก็จากไป เขาก็เลยร้องไห้

เป็นแบบนี้ทุกคืน  เป็นเวลา 7 คืน  หลังจากนั้น ลูกสาวผมก็ไม่ได้เห็นคุณย่ามาหาเขาอีกเลย


ปีนั้นทั้งปี ผมเศร้าซึม  อะไรๆก็พลอยเศร้าไปกับจิตใจที่หดหู่ของผมด้วย

เหมือนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต  แต่ผมไม่ได้ร้องไห้

พูดน้อยลง  อารมณ์ไม่เบิกบานแจ่มใส   คิดถึงแม่มากๆ

จะทำอะไรก็คิดถึงไปหมด  ยามกินอาหาร  ก็คิดถึงสมัยที่แม่เคยทำให้กิน

ยามนอน ก็คิดถึงสมัยที่แม่เคยเข้ามาจูบหน้าผากก่อนนอน

เวลาขับรถก็คิดถึงคำพูดของแม่ ขับรถดีๆนะลูก อย่าประมาทนะ


ทุกวันนี้ ผมไม่เศร้าแล้ว  แต่รู้สึกเหมือนแม่ยังไม่ตาย

รู้สึกเหมือนมีแม่อยู่ใกล้ๆ  เพียงแต่ไม่เห็นตัวท่าน

นึกถึงคำพูดของท่าน และกิจกรรมที่เคยทำร่วมกันมา

ผมยังมีแม่อยู่ในใจของผมเสมอ  ท่านไม่เคยตายไปจากใจของผมเลย


แม่ชอบสะสมถ้วยกาแฟสวยๆ  ผ้าเช็ดตัวเนื้อดี และของอื่นๆ ที่ไม่ยอมเอาออกมาใช้

แม่มักจะบอกว่า เอาไว้ใช้ในโอกาสพิเศษ   แต่จนถึงวันที่แม่ตาย 

ของเหล่านั้นก็ยังไม่เคยได้ถูกนำออกมาใช้เลย พวกเราต้องเอามาใช้เอง

ความตายของแม่  ทำให้ผมได้คิด

เราไม่รู้ว่าคนที่เรารักจะจากเราไปเมื่อไร

ขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่  เราควรทำอย่างดีท่ีสุดเพื่อความสุขของเขา

เพื่อว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกัน  

เราจะได้ไม่เสียใจที่เรายังไม่ได้ทำอะไรดีๆให้แก่คนที่เรารักเลย


เราทุกคนเกิดมาแล้ว  ต้องตาย  ไม่วันใด ก็วันหนึ่ง

เราควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อมเสมอ  ที่จะรับรู้ว่า

ถึงวันหนึ่ง...คนที่เรารัก อาจจะต้องจากเราไป

เพื่อว่า  เราจะได้ไม่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างขาดสติ ไม่เศร้าโศกเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร

และไม่ทำให้วิญญาณของคนที่เรารัก ต้องมีห่วงมีกังวล เขาจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี


แล้วเราจะได้พบกับคนที่เรารักอีกเสมอ ในภพภูมิใหม่

ตราบใดที่ใจเรายังรักและคิดถึงเขาอยู่  สายใยแห่งความรักและคิดถึงนี้

จะพาเราไปพบกันอีกในภพหน้า   นี่คือความผูกพันที่ต่อเนื่องไม่รู้จักจบจักสิ้น

เพราะจิตวิญญาณเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย  

คนที่เรารัก  เขาจากเราไปเพียงสังขารร่างกายเท่านั้น

แต่จิตวิญญาณที่ยังรักและผูกพันกับเราอยู่  

จะทำให้เราได้พบกันอีกเสมอ  ทุกภพทุกชาติไป

ขอให้เราจงหมั่นทำความดี และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่คนที่เรารัก

เพื่อความสุขสงบแห่งจิตวิญญาณ ทั้งของเรา และ ของเขา


----------------------------------------



โดย pimahn

 

กลับไปที่ www.oknation.net