วันที่ เสาร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

... อาลัย เจ้าโกมินทร์ ... เพื่อนยาก


 


ภาพตัวแทนของ "เจ้าโกมินทร์"  ที่หาได้จากอินเทอร์เน็ต

เอิร์ธ และเอม ลูกรัก ...

พ่ออยากบันทึกเรื่องราวตอนเด็กของพ่อให้ลูกไว้อ่านอีกสักเรื่อง เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้  เพื่อให้ลูกได้เห็นภาพในอดีตของพ่อที่ลูกคงไม่มีโอกาสได้ประสบอีกแล้ว

กิจกรรมในวันเด็กของพ่อ คือ การใช้ชีวิตอยู่ในท้องทุ่งนาอันกว้างใหญ่  ช่วยคุณปู่ คุณย่า ในห้วงฤดูของการเก็บเกี่ยว  ขนบรรทุกข้าวเปลือกจากนา  มานวดและฝัดยังลานบ้าน  ไม่เคยได้ไปเที่ยวชมสถานที่ใด ๆ หรือได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษในวันเด็ก

ธรรมชาติของเด็กทั่ว ๆ ไป อยากได้และอยากมีของเล่นกันทั้งนั้น  พ่อเองตอนเป็นสมัยที่เป็นเด็กเห็นเพื่อนที่อยู่บ้านหลังติดกันมีของเล่นสวย ๆ แพง ๆ  ที่ทำเป็นเครื่องบิน  รถถัง  และอื่น ๆ ได้แต่มองตาปริบ ๆ 

เพราะของเล่นชิ้นเดียวที่ทางบ้าน (ป้าเล็ก - พี่สาวคนโตของพ่อ) เคยซื้อให้ คือ ตุ๊กตาหมาตัวเล็กที่เคลื่อนที่ได้ด้วยการบีบลูกยางที่มีสายท่อยางเส้นเล็ก ๆ เชื่อมต่อกับตัวมัน

มีแค่นั้นจริง ๆ ของเล่นในวัยเด็กของพ่อ

พ่อก็อยากได้ อยากเล่น ของเล่นของลุงอ๊อกเหมือนกัน  ตามประสาเด็ก  แต่ก็ข่มใจไว้ได้  เพราะคำสอนของคุณย่าของลูก  ที่เตือนใจเสมอมาว่า  เราจะต้องไม่มีวันขออะไรจากใครอย่างเด็ดขาด (แม้กระทั่งการขอเล่นด้วย)

การขาดแคลนของเล่นในวัยเด็ก ไม่ได้ทำให้พ่อเกิดปมด้อยอะไร  เพราะพ่อได้รับการชดเชยอย่างท่วมท้นด้วยความรักจากคุณปู่และคุณย่า  ตลอดจนป้า ๆ ของลูกทุกคนในบ้าน  โดยให้รับผิดชอบของชิ้นสำคัญ  ๒ ชิ้น ที่ใช้สำหรับการดำรงชีวิต

ชิ้นแรกพ่อเคยเขียนไว้แล้ว คือ เรือมาดเล็ก ซึ่งพ่ออุปโลกว่าเป็นเรือประจำตำแหน่งของพ่อในตอนนั้น

ชิ้นที่สองที่พ่ออยากบันทึกไว้ในวันนี้ คือ เจ้าโกมินทร์ 

เจ้าโกมินทร์ มิใช่พระเอกในละครจักร ๆ วงศ์ ๆ  แต่มัน คือ ควาย ซึ่งเป็นสัตว์ที่พ่อผูกพันและรักมากที่สุดในโลก

คุณปู่ซื้อเจ้าโกมินทร์ มาจากเพื่อนบ้านในตำบลเดียวกัน  ด้วยค่าตัว  ๒,๙๕๐.- บาท  ซึ่งเป็นราคาซื้อขายที่สูงสุดในตลาดการซื้อขาย/แลกเปลี่ยนควายในเวลานั้น

พ่อยังจำได้ถึงเอกสารประจำตัวของโกมินทร์ที่มาพร้อมกับการซื้อขาย  ซึ่งในเอกสาร (บัตร) นั้นได้ระบุคุณลักษณะของมันไว้อย่างละเอียดพอควร  โดยมีรูปวาดของเจ้าโกมินทร์แบบลายเส้นประกอบบัตรด้วย  (พ่อไม่แน่ใจว่าเขาเรียกบัตรชนิดนี้ว่าอะไร  และตอนนี้ยังมีการทำอยู่หรือไม่)

ทางบ้านได้มอบให้พ่อเป็นผู้รับผิดชอบเจ้าโกมินทร์ (เป็นควายประจำตัว)  โดยให้อาเป๋อรับผิดชอบ  เจ้าขวัญเมือง  ควายอีกตัวที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อได้เรียนรู้นิสัยใจคอของเจ้าโกมินทร์ได้สักพัก  พ่อไม่แปลกใจเลยว่า  ทำไมเพื่อนเล่นที่มีชีวิตอย่างเจ้าโกมินทร์ตัวนี้ถึงมีค่าตัวสูงนัก

โกมินทร์เป็นควายที่อ้วนสมบูรณ์มาก  เขาโค้งงอนสวยได้รูป  เวลาขึ้นขี่บนหลังจะรู้สึกสบาย ไม่เจ็บก้น  ดังคำคนโบราณแถวอยุธยากล่าวไว้ว่า  หลังมันแบนเป็นกระดาน

โกมินทร์เป็นควายที่ใช้งานง่ายมาก  เวลาต้องการจะจูงหรือดึงไปทางใด แค่ดึงเชือกเบา ๆ มันก็ไปแล้ว

เวลาไถนา มันจะรู้หน้าที่ของมันอย่างดี  โดยเดินตรงตามรอยที่จะไถ  แทบไม่ต้องให้คนเดินตามอย่างพ่อซึ่งมีความสูงเลยคันไถสักฝ่ามือต้องยุ่งยาก หรือเหนื่อยแรงในการบังคับ  (เว้นตอนกลับตัว หรือทำ U-Turn เมื่อถึงคันนา)

พ่อตอบแทนบุญคุณของเจ้าโกมินทร์  ด้วยการขี่พามันไปหาหญ้าชนิดที่มันชอบเป็นพิเศษตามคันนา หรือตามที่ต่าง ๆ  รวมทั้ง เวลาพามันไปอาบน้ำในคลอง หลังจากเสร็จงานนา  พ่อจะถอนต้นกกมาขยำ/ม้วนทำเป็นแปรงถูตัว ขัดตัว ของมันให้ดูเงาดำและสะอาด   โดยเฉพาะตามซอกหู  ซึ่งดูท่ามันจะชอบมาก (คงคล้ายเวลาที่เราเอา Cotton Bud  ปั่นหู ... )

หลังจากนั้น ก็เป็นเวลาของการสนุกร่วมกัน  เจ้าโกมินทร์จะดำน้ำและว่ายไปตามลำคลอง โดยพ่อจะขี่อยู่บนหลัง ตัวโผล่เหนือน้ำมาในระดับเอว  (ดูไกล ๆ คล้าย พวกมีฤทธิ์ที่เดินในน้ำได้)

บางวันก่อนไปโรงเรียน  พ่อต้องพา (ขี่) มันไปส่งยังนากลางทุ่งซึ่งไกลจากบ้านไปราว ๔-๕ กม. ในตอนประมาณเวลาตี ๓ ตี ๔  แม้พ่อจะเผลอนั่ง (นอน) หลับไปบ้างบนหลังควายเพราะความง่วง  เจ้าโกมินทร์มันสามารถเดินไปตามเส้นทางเก่าสู่นาได้ถูกต้อง  โดยที่พ่อไม่ต้องควบคุม  (เหมือนขับรถที่มี GPS และ cruise control)

การที่เจ้าโกมินทร์ไม่ดื้อนี้  อาจเป็นเพราะมันเป็นควายที่มีหนังค่อนข้างบาง  แค่โดนเชือกสะกิดเตือนหรือตีเบา ๆ มันก็เจ็บและจำแล้ว  (ช่างไม่เหมือนนักการเมืองไทยในปัจจุบันเลยลูก ... )

มีอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นที่พ่อรู้สำนึกและฝังใจจำมาจนถึงวันนี้ว่าพ่อเคยทำผิดต่อเจ้าโกมินทร์ 

วันหนึ่ง  พ่อลงไปเก็บการ์ตูนซึ่งพ่อทำตกลงไปใต้ถุนบ้าน ตรงบริเวณที่ผูกเชือกล่ามเจ้าโกมินทร์อยู่  (สมัยก่อนบ้านคุณปู่คุณย่าทำคอกเลี้ยงควายไว้ใต้ถุน)

ความที่เจ้าโกมินทร์ไม่ชอบให้มีอะไรมากวนใจโดยเฉพาะหมากับเด็ก  เมื่อพ่อเดินเลียบเข้าข้าง ๆ ลำตัวเพื่อไปเก็บการ์ตูนซึ่งอยู่ตรงหน้ามันโดยไม่ได้ส่งเสียงหรือทักทายมันเหมือนเคย  มันจึงหันเข้ามาขวิดพ่อ  ตัวพ่อถูกอัดอยู่ระหว่างเขา (ตรงโหนกหัว) ของมันและคอก  โชคดีที่พ่อไม่เป็นอะไรเลยเนื่องจากเขาเจ้าโกมินทร์มันโค้ง  หัวมันไม่สามารถกระแทกตัวพ่อให้ติดกับคอกได้   แต่พ่อเองก็ร้องลั่นบ้านเพราะความตกใจกลัว

เหตุการณ์ครั้งนั้น  ทำให้เจ้าโกมินทร์ถูกลงโทษ 

คุณปู่ได้เอาเชือกล่ามเจ้าโกมินทร์ติดกับเสากลางชานบ้านอย่างแน่น และสั้นกว่าปกติ (แบบไม่ให้สะบัดเขาได้) จากนั้นก็ได้ใช้ไม้ไผ่ลำโตตีเข้าที่ลำตัว ๓ ครั้ง ดังลั่นบ้าน  จนไม้แตก  ด้วยความโมโหที่มาขวิดพ่อซึ่งเป็นลูกชายคนโตของคุณปู่

เสียงไม้ไผ่ที่กระทบกับหนังบริเวณลำตัวของเจ้าโกมินทร์  มันเสียดแทงเข้าไปในหัวใจพ่อเหลือเกิน  แค่ทีแรกที่มันโดนตี  พ่อก็น้ำตาซึมแล้ว  ด้วยความสงสารมัน  พ่อไม่กล้ามองดูมันเวลาที่โดนตีครั้งต่อไป  พ่อไม่อยากเห็นแววตาของมันที่กลัวคุณปู่อย่างที่สุด

แต่พ่อก็เข้าใจคุณปู่นะลูก   รู้ว่าที่คุณปู่ทำลงไปเพราะความรักพ่อ  คุณปู่ไม่ใช่คนโหดร้าย  ทารุณสัตว์แม้แต่น้อย

โกมินทร์มันไม่ได้ทำอะไรผิด  มันป้องกันตัวมันเองตามธรรมชาติของสัตว์ที่มีอยู่ในตัวมัน  แต่พ่อต่างหากเล่าที่ทำผิดเพราะไปรบกวนเวลาพักผ่อนของมัน  พ่อจึงไม่เคยโกรธหรือโมโหมันแม้แต่นิดเดียว  และพ่อก็เด็กเกินกว่าที่จะไปห้ามคุณปู่ไม่ให้ทำโทษมันในเวลานั้น

นี่เป็นสิ่งเดียวจริง ๆ ที่พ่ออยากเขียนถึง เจ้าโกมินทร์  เพื่อนเล่นที่มีชีวิตในวัยเด็กของพ่อ  เป็นการไถ่โทษ หลังจากเวลาผ่านมาแล้วสามสิบกว่าปี

สุดท้าย โกมินทร์ ก็ต้องจากพวกเราไป  เพราะเจ้าควายเหล็กเข้ามาแทนที่  โดยพ่อเองไม่มีโอกาสได้ร่ำลามัน เพราะต้องไปโรงเรียน

แต่ก็ดีแล้วละ มิเช่นนั้นพ่ออาจต้องเสียน้ำตาให้กับสัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนยาก และมีบุญคุณต่อตัวครอบครัวของพ่ออีกครั้ง

ดังที่พ่อเคยบอกแม่และเอิร์ธไว้  วันใดที่พ่อมีโอกาสได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายหลังจากที่เลี้ยงดู ส่งเสียให้ลูกทั้งสองเลี้ยงตัวเองได้ตามสมควรแล้ว  พ่อจะไปปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ ทำสวน ทำนา ในที่ไร่ของคุณตาคุณยายซึ่งมอบให้แม่ไว้ที่ อ.ท่าลี่ จ.เลย   โดยพ่อจะหาซื้อลูกหลานของเจ้าโกมินทร์  เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนยามแก่  สัก ๒-๓ ตัว  และจะเลี้ยงดูมันอย่างดี  เพื่อตอบแทนบุญคุณที่มันมีส่วนช่วยคุณปู่คุณย่าทำนาส่งพ่อเรียน  จนมีงานมีการทำ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตราบเท่าทุกวันนี้

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net