วันที่ เสาร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แฉ"บิ๊กฮ่องกง” ชักใย หัวโจกฝ่ายข่าวทีไอทีวี


จากเวปไซท์ http://www.komchadluek.net/2008/01/12/a001_185290.php?news_id=185290

สนช.สายสื่อ เบรกแตก เดินหน้าชน“ทีไอทีวี” แฉยับ“บิ๊กฮ่องกง” ชักใย หัวโจกฝ่ายข่าว ปั่นหัวพนักงาน เคลื่อนไหวทวงสมบัติคืน วางแผนบันใด 3 ขั้นยึดคืน “เอื้อจิต”หน่ายทีไอทีวี ตัดใจไขก๊อก พ้นกก.เตรียมความพร้อม หลังถูกโจมตีไม่เป็นกลาง อัดอ้างเสรีภาพ แต่ไม่เคยเคารพสิทธิคนอื่น

(12มค.) หลังพนักงานฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทวี ออกมาแถลงข่าวแสดงความไม่พอใจในกระบวนการจัดตั้งโทรทัศน์สาธารณะ โดยกล่าวหาว่าผู้ที่ผลักดันเรื่องนี้ ต้องการเข้ามาแบ่งเค้กหาผลประโยชน์ ปรากฏว่าฝ่ายที่ได้รับความเสียหายต่อออกมาตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน โดยนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า ทีไอทีวี กำลังบิดเบือนประเด็นให้สังคมเข้าใจผิด ว่ามีการหาผลประโยชน์จากโทรทัศน์สาธารณะ ทั้งๆที่การจัดผังรายการ หรือการควบคุมสถานีนั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการ 9 คน ที่มีการสรรหาด้วยขั้นตอนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทีไอทีวีต่างหากที่มีการหาผลประโยชน์ ในระหว่างที่อยู่ในสภาพไร้กฎหมาย มีการแอบทำรายการฝิ่น คือ รายการโฆษณาแฝงในรายการ ถามว่าข่าวการเดินทางไปยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์ ได้ผลประโยชน์จากไหน และการเช่าเวลาผลิตรายการช่วงนี้ มีการจ่ายเงินเข้ารัฐหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เรียกว่าเป็นการแบ่งเค้ก

นายสมชายกล่าวว่า ยอมรับว่าพนักงานทีไอทีวี 95 เปอร์เซ็นต์ มีคุณภาพ ซึ่งอาจจะกลัวว่าจะตกงาน ซึ่งเราเข้าใจ แต่มีพนักงานบางคนเท่านั้น ที่พยายามปั่นหัวให้เกิดการเคลื่อนไหว มีเบื้องหลังที่เชื่อมโยงทางการเมือง กับคนที่อยู่ฮ่องกง วางแผนบันใด 3 ขั้น เพื่อทำให้ทีไอทีวีกลับมาเป็นสถานีของเอกชน ยังฝันว่ายังอยากเป็นเจ้าของทีวีแห่งนี้ โดยขั้นที่ 1 เมื่อพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล จะแก้มติ ครม.เปลี่ยนตัว 9 กรรมการ 2.เปลี่ยน ผ.อ.ชั่วคราวทีไอทีวี 3.แก้พ.ร.บ.โทรทัศน์สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ถูกกล่าวหาคือผู้ที่ผลักดันกฎหมาย อยู่ในธุรกิจสื่อสถานีข่าวไอเอ็นเอ็นด้วย จะเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า แม้ตนจะเคยทำสื่อ แต่การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นเรื่องปกติที่คนจะมาทำงานย่อมมีที่มาที่ไป แม้แต่คนในทีไอทีวี ก็มีที่มา หลายคนก็มาจากไอเอ็นเอ็น ดังนั้นปฎิเสธไม่ได้ว่า แต่ละคนจะมีสังกัด แต่เรื่องการเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นั้น เป็นคนละเรื่องกัน เหมารวมกันไม่ได้

“ การที่ทีไอทีวีปล่อยข่าว สนช.จะฮุบทีวีสาธารณะ หรือมีการแบ่งเค้กกันนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้หลักฐาน ขาดจรรณยาบรรณของการเป็นสื่อสารมวลชน ไม่คิดถึงประเทศชาติ หวังแค่ผลประโยชน์ของตัวเอง ขอให้ลองตรวจสอบดูว่า มีพนักงานคนใดบ้างที่มีหุ้นอยู่ในบริษัทผลิตรายการ คนเหล่านี้มองเห็นว่า พรรคพลังประชาชนจะเข้ามาเป็นรัฐบาล แล้วจะล้มโทรทัศน์สาธารณะ ถ้าถึงวันนั้นผมคนหนึ่งที่จะไม่ยอม และจะออกมาแฉให้สังคมเห็นว่า เบื้องหลังคืออะไร ” นายสมชาย กล่าว

นางเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผ.อ.โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือมีเดีย มอนิเตอร์ กล่าวว่า ขณะนี้ทีไอทีวีกำลังเดินเกมขัดขวางการกำเนิดของทีวีสาธารณะ โดยอ้างประเด็นสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน อ้างว่าถูกรังแก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเล่นบทน้ำตาท่วมจอ เรียกร้องความสงสาร แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อยากเรียกร้องให้พนักงานทีไอทีวี ยอมรับว่าทีไอทีวีนั้นจบลงแล้ว เลิกคิดแย่งชิงเสียที อย่าคิดว่าทีไอทีวีเป็นสมบัติส่วนตัวของใครอีก การที่ไม่ยอมจ่ายค่าสัมปทาน จนถูกยึดคลื่น ควรจะทำให้ทีไอทีวีสำนึก และคิดหาทางที่จะคืนสมบัติชาติ คืนให้กับแผ่นดินดีกว่า และหากต้องการเรียกร้อง ก็ให้เรียกร้องกับกลุ่มทุนเดิม ที่ทำให้ทีไอทีวีเสียหาย ไม่ใช่ใช้พื้นที่ของตัวเองพยายามรักษาสถานภาพของตัวเองเช่นนี้

สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่า มีการวางผังรายการใหม่เพื่อแบ่งเค้กกันนั้น นางเอื้อจิต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผังรายการใดๆทั้งสิ้น ที่มีการกล่าวอ้างถึงนั้น เป็นเพียงตุ๊กตาที่สมมติขึ้นมา เพื่อใช้ในการระดมสมองเท่านั้น หลังจากนี้จะมีการเปิดเวทีอีกนับสิบครั้งทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด และทีไอทีวีก็บิดเบือนที่บอกว่า นำเสนอรายการข่าว 8 ชั่วโมง จากการสำรวจแล้วไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

นางเอื้อจิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับการทาบทามให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชั่วคราว เพื่อเตรียมความพร้อมของสถานีโทรทัศน์สาธารณะ แต่ตัดสินใจถอนตัวออกมา เนื่องจากถูกทีไอทีวีกล่าวหาว่า ผลการสำรวจของมีเดีย มอนิเตอร์ ไม่เป็นกลาง ซึ่งตนก็พยายามขอเวลาทีไอทีวี ชี้แจงหลักเกณฑ์การสำรวจ แต่ปรากฏว่า นายจอม เพ็ชรประดับ บก.อาวุโส ปฎิเสธโดยอ้างว่า บก.ไม่อนุญาต หลังจากนั้นตนก็ถูกโจมตีผ่านทางเว็บไซต์มาโดยตลอด ทำให้คิดว่าหากเข้าไปเป็นคณะกรรมการ อาจจะทำให้กรรมการคนอื่นถูกกล่าวหา และเป็นข้ออ้างในการยุบกรรมการชุดนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากที่รัฐบาลใหม่เข้ามา จะถูกยุบทิ้ง และเปลี่ยนเอาคนของตัวเองเข้ามาทำแทนอย่างแน่นอน

“ ถามว่าทีไอทีวีที่อ้างว่า ทำงานเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น ตัวเองเคยได้ใช้พื้นที่ในการเคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่นบ้างหรือไม่ อยากให้มองส่วนรวมว่า วันนี้สังคมต้องการอะไร ทางที่ดีที่สุด ทีไอทีวีควรจะเก็บความหวงแหนในสิทธิเสรีภาพสื่อ ไปใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองเท่านั้น ”ผ.อ.มีเดียมอนิเตอร์ กล่าว

โดย ตมิสา

 

กลับไปที่ www.oknation.net