วันที่ จันทร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาลัยสมเด็จย่าถึงพระพี่นางฯ


                                     

                   

                      สมเด็จพระศรีนครินรินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ พุทธศักราช ๒๔๔๓ ทรงเป็นกุลสตรีสามัญชนที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระบรมวงศ์ชั้นสูง คือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ขณะนั้นทรงดำรงราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา ในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ เป็นสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ และเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในรัชกาลปัจจุบัน 

                                              

                  ครอบครัวภูมิพลผู้เป็นเสาหลัก คือ สมเด็จย่า

             

                 สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีกลับมาถึงที่เมืองไทย โดยประทับที่วังสระปทุม และในปี 2472 พระบรมราชชนกก็ทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ มีพระอิสริยยศเป็น กรมหลวงสงขลานครินทร์ ภาระเลี้ยงดูพระราชโอรสและพระราชธิดาตกเป็นของพระบรมราชชนนีเพียงลำพัง จากนั้นทุกพระองค์ก็เสด็จประทับที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และกลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชบัลลังก์ พระราชบัลลังก์ว่างลง คณะรัฐบาลจึงทูลเชิญให้เสด็จนิวัติกลับพระนครในปี 2489 เพื่อให้พระโอรสของพระบรมราชชนกขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ต่อจากรัชกาลที่ 7

                          

                                     

                 ชีวิตใหม่จากเมืองโลซานน์ถึงเมืองไทยต้องถูกเปลี่ยน ชีวิตและอิสระที่เคยได้รับต้องหมดไปเมื่ออยู่ในฐานะของพระเจ้าแผ่นดินของแผ่นดินไทย ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าพระองค์ทรงมีความสุข สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเขียนไว้ใน “หนังสือเจ้านายเล็กๆ –ยุวกษัตริย์” ว่

              แต่ชีวิตใหม่ของทุกคนไม่ได้สนุกเสมอไป จากจดหมายของแม่ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2477 เราจะทราบว่าการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทำให้แม่มีความกังวลเพียงใด 

           “......การที่นันทจะต้องไปเล่นละครเป็นกษัตริย์นะไม่ดีสำหรับเส้นประสาทเลย แต่เมื่อจำเป็นจริงๆ ก็ต้องทำ........

                การว่าการนินทาก็นำความรำคาญ ความน้อยใจมาให้แม่บ้าง แม่ได้พูดถึงการให้พระเจ้าอยู่หัวลาออกหลายครั้ง เช่นในจดหมายลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2478

           “.....ถ้าคนรังเกียจหม่อมฉันที่ไม่ใช่เจ้า ก็ควรจะรังเกียจนันทและลูกหม่อมฉันทุกองค์ ถึงพ่อจะเป็นเจ้าใหญ่นายโตก็ตาม ลูกจะรับแต่เลือดพ่อเท่านั้นไม่ได้ ต้องมีแม่อยู่ครึ่งหนึ่ง ถ้ารังเกียจกันและเห็นว่าหม่อมฉันไม่สมควรเป็นแม่กษัตริย์ก็เอาออกเสียแล้วกัน ก็หากษัตริย์ใหม่ที่แม่เป็นเจ้าด้วย จะได้สมเกียรติยศ.......”

              

                           ณ เมืองโลซานน์ ประเทศ สวิสต์เซอร์แลนด์

                                

          สมเด็จย่ากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช    

                                        

                          วันที่ 16 ตุลาคม 2478 แม่เขียนว่า

               “.....เรื่องคนรังเกียจหม่อมฉันว่าไม่ใช่เจ้านั้นหม่อมฉันไม่รู้สึกทุกข์ร้อนมากเสียแล้ว ถ้ามีคนรังเกียจกันจริงๆ ก็ขอให้รัฐบาลเอานันทออกจากกษัตริย์เสียก็แล้วกัน เพราะถึงจะรังเกียจอย่างไรหม่อมฉันก็เป็นแม่นันท เปลี่ยนไม่ได้ หม่อมฉันอยากให้ใครๆ เข้าใจเสียจริงๆ ว่าหม่อมฉันไม่อยากได้ยศศักดิ์ขึ้นชื่อว่าเป็นพระราชชนนีหรืออะไรเลย หม่อมฉันไม่เคยอยากได้ยศศักดิ์แต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่หม่อมฉันต้องการก็คือ มีโอกาสอบรมลูกให้เป็นคนดี จะได้ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้”   

                      

                                 สองกษัตริย์คู่แผ่นดินไท

          

    โปสการ์ดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเขียนถึงพระพันปีหลวง

                  

               จดหมายลงวันที่ 15 เมษายน 2479 แม่เขียนว่า

                “.....    คนอยากหาเรื่องว่านันท์กับหม่อมฉันอยู่เสมอ จะได้ทำให้คนเห็นว่าเลวไม่สมที่นันทจะเป็นกษัตริย์ หม่อมฉันเบื่อเสียเหลือทนทีเดียว อย่างนี้เมืองไทยจะเจริญไปอย่างไรได้ คอยแต่หาเรื่องว่ากัน ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่างเดียว คอยแต่หาผิด สิ่งที่ดีไม่มีเลย หม่อมฉันรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าไม่สมหน้าที่แม่คิงเพราะเป็นคนธรรมดาและจะทำเป็นคนใหญ่คนโตก็ไม่เป็น ถึงกับมีคนไทยคนหนึ่งที่ผ่านมาโลซานน์ว่า เขาให้ใส่หน้านางเอกก็มาเล่นเป็นสาวใช้ และนันทก็เหมือนเด็กธรรมดา หม่อมฉันจะยอมให้เป็นตุ๊กตามีเครื่องให้ไขได้ตามใจไม่ได้ หม่อมฉันได้เขียนหนังสือไปถวายพระองค์อาทิตย์หนึ่งฉบับแล้วถึงเรื่องการพวกนี้ และบอกว่านันทยินดีลาออกที่สุด ที่ต้องทนอยู่ก็นึกว่าจะทำประโยชน์ได้บ้าง เมื่อมาทำแต่ความเสียเกียรติยศแล้วจะมานั่งทนอยู่ทำไม....

             หม่อมฉันรู้สึกว่าเรื่องนันทนั้นทรงปรึกษากับสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ และคณะผู้สำเร็จราชการว่าจะลาออกดีไหม ถ้าลาออกจะทำความกระทบกระเทือนอะไรบ้าง สำหรับหม่อมฉันเองยินดีและเต็มใจอย่างที่สุดเพราะเบื่อในการเล่นละครในเรื่องที่ไม่รู้จักจบ และเป็นเรื่องที่หม่อมฉันไม่เห็นสนุก”

            ข้อความที่สมเด็จพระพี่นางฯ นำมาเขียนในหนังสือบ่งบอกว่า สมเด็จย่ามิได้อยากให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เพราะพระองค์เป็นเพียงสามัญชนธรรมดา พระเจ้าแผ่นดินที่มีแม่เป็นสามัญชนเกรงจะไม่เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน สมเด็จย่าต้องต่อสู้กับสภาวะกดกันอย่างหนัก ขณะที่ประเทศเพิ่งมีกษัตริย์ปกครองบ้านเมือ

                    

                         สองพระเจ้าแผ่นดินของผืนแผ่นดินไทย

                            

                    แต่แล้วหลังจากนิวัติพระนครและพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นานในวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ต้องเสด็จสวรรคตอย่างกระทันหัน สมเด็จย่าทรงโทมนัสอย่างมาก แต่แม้ว่าพระองค์จะเศร้าเสียใจเพียงใด บ้านเมืองต้องมีกษัตริย์ คณะรัฐบาลไทยจึงกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชขึ้นครองราชย์ในรัชกาลที่ 9  แม้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนียังคงมีความโศกเศร้าจากการจากไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

                     แต่พระองค์ยังต้องเข้มแข็งและเป็นหลักให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพราะในเวลานั้นประเทศไทยร้างกษัตริย์มานานตั้งแต่รัชกาลที่ 7 สละราชสมบัติ และรัชกาลที่ 8 ขั้นครองราชย์ได้ไม่นานก็ต้องมีประสบเหตุการณ์สูญสิ้นพระเจ้าแผ่นดินอีกครั้ง พระองค์ในฐานะแม่นอกจากจะต้องทนุบำรุงพระโอรสที่ต้องขึ้นครองแผ่นดินแล้ว ยังต้องทนุบำรุงพระธิดา ทนุบำรุงผืนแผ่นดินไทยพร้อมทั้งราษฎรทั้งประเทศ

                             

              สมเด็จย่าเดินทางพร้อมกับหน่วยแพทย์ พอ.สว.

                

                ขณะที่พระบรมราชชนนีทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลายต่อหลายครั้ง แม้พระองค์จะไม่เคยได้ทำมาก่อนแต่ก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่บ้านเมืองระส่ำระสายขาดไร้พระเจ้าแผ่นดินอยู่นาน ยามที่คนไทยทั้งประเทศว้าเหว่สิ้นไร้ที่พึ่งและกำลังใจ ในยามที่ประเทศประสบภัยสงคราม และต้องการพัฒนาในทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม พระองค์คือผู้ที่ดูแลพระโอรสให้ขึ้นครองราชย์ในฐานะกษัตริย์ของแผ่นดินในยามที่แผ่นดินกำลังอยู่ในภาวะคับขัน พระองค์ทำหน้าที่สมเด็จแม่ของสองพระเจ้าแผ่นดินแล้วยังเป็นสมเด็จย่าของคนทั้งแผ่นดินได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งนัก

                    
                                  

                            ขณะที่ไปเยี่ยมประชาชนตามถิ่นทุรกันดาร
              

                      

                      เริ่มจากสมเด็จย่าพระราชทานพระราชานุเคราะห์แก่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน ทอดพระเนตรเห็นเยาวชนของชาติตามถิ่นทุรกันดารขาดแคลนสถานที่ที่จะศึกษาเล่าเรียน พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โปรดให้ตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ในพื้นที่สร้างโรงเรียนและให้ทหารตำรวจตระเวนชายแดนรับเป็นครูผู้สอนโดยส่งเข้าไปรับการอบรมให้มีความรู้เพิ่มเติมในวิชาครูให้มีความรู้ในเรื่องการเรียนการสอนสำหรับมาเผยแพร่ให้แก่เด็กในถิ่นทุรกันดาร สำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ขัดสนและประกอบอาชีพในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร พระราชทานพระราชานุเคราะห์ให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาดูแลช่วยเหลือให้หันมาประกอบอาชีพสุจริตโดยให้หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมและหัตถกรรม ให้เลิกถางป่าทำไร่เลื่อนลอย เลิกปลูกฝิ่น

                                             

นำแพทย์ทางทันตกรรมไป รักษาชาวบ้าน               
 

             

                   ที่สำคัญที่สุด เวลาที่พระองค์เสด็จไปตามถิ่นทุรกันดารเห็นประชาชนเจ็บป่วยไม่มีหมอรักษา จึงมีพระกรุณาโปรดให้มีคณะแพทย์อาสาสมัครตามเสด็จไปด้วยเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่เจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพในช่องปากได้ทรงโปรดเกล้าฯให้คณะทันตแพทย์อาสาสมัครออกช่วยรักษาโรคฟันให้แก่ราษฎรในภูมิภาคต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และทุกครั้งสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์จะอยู่เคียงข้างสมเด็จย่าทุกหนทุกแห่ง 

                       

                         
           ความผูกพันระหว่างลูกสาวกับแม่ไม่เคยอยู่ห่างกัน  

             

                 งานอดิเรกหนึ่งของสมเด็จย่า คือ ทรงพระอักษร พระองค์ทรงโปรดตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ปรากฏในความอีกตอนหนึ่งในพระนิพนธ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” ภาค 2 ว่

           “เมื่อพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จสวรรคตแล้ว โรงเรียนส่วนใหญ่ได้นำนักเรียนไปถวายบังคมพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และมีโคลงสุภาษิต 2 บทนี้แจกให้แม่ก็ได้รับแผ่นหนึ่ง ถึงแม่อายุ 10 ปีเท่านั้น แม่ก็รู้สึกประทับใจในโคลงนี้มาก กระดาษแผ่นนั้นหายไปนานแล้ว แต่ 70 ปีภายหลัง แม่ยังท่องโคลงภาษิตนี้ได้


             ฝูงชนกำเนิดคล้ายคลึงกัน

          ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณแผกบ้าง

           ความรู้อาจเรียนทันกันหมด

           ยกแต่ชั่วดีกระด้างอ่อนแก้หรือไหว

           ความรู้คู่เปรียบด้วยกำลังกายเป็น

           สุจริตคือเกราะบังศาสตร์พ้อง

           ปัญญาประดุจดังอาวุธ

           คุมสติง้างโล่ป้อง

            อาจแกล้วกลางสนาม

(พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว )

 

             กระทั่งวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จสู่สวรรคาลัย ประทับเคียงคู่กับสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พร้อมทั้งพระราชธิดาคู่ชีวิต สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จสวรรคาลัยติดตามพระองค์ไปเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา สมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นางฯ ไม่เคยห่างจากกัน ไม่ว่าจะเป็นการทรงงานตามถิ่นทุรกันดาร สมเด็จย่าประทับอยู่ที่ไหน จะเห็นสมเด็จพระพี่นางฯ อยู่เคียงข้างเสมอ

                      

   

                         แม้กระทั่งการทำงานอดิเรก การทำผ้าปักฝีพระหัตถ์ เมื่อมีเพื่อนชาวอเมริกันของสมเด็จย่าเป็นผู้เริ่มจุดประกาย ด้วยการปักผ้าใช้คลุมเก้าอี้ ม้านั่ง แต่สมเด็จย่าทรงดัดแปลงให้เป็นรูปแบบของพระองค์เอง ด้วยการขึ้นลายดอกไม้และภาพที่สื่อความหมายตามพระทัยของพระองค์ จากนั้นจะทรงใส่กรอบและให้เป็นของขวัญให้แก่คนใกล้ชิด ทรงปักถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระพี่นางฯ และผู้ใกล้ชิด โดยดิฉันได้นำภาพผ้าปักฝีพระหัตถ์ที่พิมพ์เผยแพร่จากหนังสือเวลาเป็นของมีค่าของสมเด็จพระพี่นางฯ มาให้ได้ชมกั

                     

          ผ้าปักรูปมิคกี้เม้าส์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                     

               ผ้าปักรูปเรือใบ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                 

                       

                    ผ้าปักรูปกระต่าย ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                    

   ผ้าปักรูปกระต่ายกลางมวลไม้ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั

              

                 

ผ้าปักรูปดอกไม้ ถวาย สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

 

                 ความผูกพันของทุกพระองค์ใกล้ชิดกันโดยไม่เคยแยกห่างจากกัน จากเมืองโลซานน์ ประเทศสวิสต์เซอร์แลนด์ กว่าที่จะตัดสินใจมาอยู่ที่เมืองไทย สมเด็จย่าทรงคิดหลายต่อหลายครั้งว่าหากมาอยู่เมืองไทยชีวิตของพระองค์ท่านต้องเปลี่ยนแปลงไปมากมาย การตัดสินใจมาอยู่เมืองไทยแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จสวรรคต ต้องมาพบเจอกับเรื่องราวที่หนักหนาสาหัส ปัญหาหลายอย่างรุมเร้า แต่ทุกพระองค์ก็ต่อสู้และฝ่าฟันมาให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นการทำงานและเอาใจใส่เพื่อประชาชนอย่าแท้จริง จากเมืองโลซานน์วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช เหลือพระองค์โดดเดี่ยว พระองค์จะเศร้าเพียงใดถึงการจากไปของผู้ที่พระองค์ผูกพันและรักที่สุด มาเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่า

                        

                           ภาพวาดสีน้ำ ฝีมือของอุกฤษณ์  ทองระอา

                                       

ภาพวาดสีน้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะแย้มพระสรวล

 ซึ่งไม่เห็นได้บ่อย ฝีมือการวาดของอิฏฐสิทธิ์  ทองระอา

                         

   ภาพวาดสีน้ำ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรี  

 ฝีมือการวาดของอิฏฐสิทธิ์  ทองระอา

                  

                       อย่าได้ทะเลาะกัน มาร่วมกันสร้างประเทศ อย่าสร้างความแตกแยกให้พระองค์ได้สบายพระราชหฤทัยกันเถอะค่ะ เลิกเกาะกินผลประโยชน์เพื่อตนเอง มาทำเพื่อชาติบ้านเมือง เหมือนที่พระองค์ท่านสร้างและทำเพื่อชาติบ้านเมืองมาตลอดการครองราชย์สมบัติ 60 ปี ทำดีเพื่อในหลวงกันดีกว่า ให้พระองค์ทรงพระเจริญเคียงขวัญและกำลังใจให้ประเทศ ตราบนานเท่านานเถอะนะคะ

         

ท้ายที่สุด พระองค์ทรงเดียวดาย เมื่อส่งทุกพระองค์สู่สวรรคาลัย 


โดย poyluang

 

กลับไปที่ www.oknation.net