วันที่ จันทร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวไปตามใจฝัน: เชียงของ–บ่อแก้ว–หลวงน้ำทา–อุดมไช–ปากมอง–หนองเขียว–เมืองงอย–เมืองขวา–เดียนเบียนฟู-ซาปา-ฮานอย ...ตอนที่ 1...


....สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ทุกท่าน ….

แม้อาจช้าไปบ้าง  แต่........." ฉันก็ขอให้ช่วงปีใหม่นี้เป็นช่วงช่วงการเริ่มต้นของความสุขของเพื่อนๆ ...ขอให้ทุกท่านสุขกายและสุขใจไปตลอด  เทอญ ".......K

.......................................

ฉันตั้งความหวังว่า หลังปีใหม่ ฉันคงจะได้เข้ามาในบ้านหลังนี้บ่อยขึ้น ดังนั้นขอเริ่มปัดฝุ่นบ้านหลังนี้ด้วยเรื่องเพลิดเพลินจำเริญใจแก่เพื่อนๆ นะ........J

…………………………………

ที่จริงฉันตั้งใจไว้ว่ากลางปี 2550 จะไปเที่ยวเวียดนาม แล้วพอปีใหม่จะไปพักผ่อนที่ลาวเหนือ แต่ (ใช่แล้วทุกอย่างมันต้องมีแต่เสมอ)... ตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมาฉันไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหนเลย จ่อมอยู่กะงาน งาน และ งานน น น น น  (น่าเบื่อจริงเหนอ) L

ปลายปี พอมีเวลาว่างอยู่ 11 วัน  ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านไปเฉยๆ อย่างแน่นอน...

ตามผนที่วางไว้คือ จะไปเที่ยวลาวเหนือในส่วนที่ยังไม่ไปให้หมด แต่ต่อมาภายหลัง(ขณะนั่งรถไปเชียงของ) คิดว่า น่าจะไปเที่ยวเวียดนามเสียด้วย ดังนั้นทริปนี้ฉันจึงรวบหัวรวบหางจากกำหนดเดิม มารวมไว้ในทริปเดียวเสียเลย...และก็ออกมาเป็อย่างที่เห็นนี่แหละ J

............................................

ตามแผนที่ดังนี้

เส้นสีแดง: เดินทางด้วยรถ
เส้นสีฟ้า :  เดินทางด้วยเรือ
เส้นสีดำ  : เดินทางด้วยรถไฟ

อ้อ  ที่ยังไม่ได้วาดเส้นไว้คือจากฮานอย - กรุงเทพฯ มาด้วยเครื่องบิน

ดังนั้นทริปนี้จึงเป็นการเดินทางด้วยทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ครบชุดเลย....
..............................

เมื่อปีที่แล้ว ก็เข้ามาโพสเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวแถบลาวเหนือไปครั้งนึงแล้ว (เสน่ห์เชียงของ -- หลวงพระบาง -- วังเวียง -- เวียงจันทน์  ) สำหรับทริปนี้เห็นว่าน่าจะดูต่อเนื่องกะคราที่แล้ว ก็เลยอยากโพสไว้ให้เพื่อนๆ ดู เผื่อเพื่อนๆ จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลเดินทางต่อไป...

อีกนิด คือ ทริปนี้กล้องที่เอาไปค่อนข้างมีปัญหาพอสมควร ทำให้ภาพที่ถ่ายอาจมืดไปบ้าง...  ดังนั้นขอให้เพื่อนๆ เปิดความสว่างของหน้าจอให้มากๆ หน่อยนะคะ จะได้เห็นรูปชัดหน่อย....

........................................................................................................................

.

 เที่ยวไปตามใจฝัน: เชียงของ–บ่อแก้ว–หลวงน้ำทา–อุดมไช–ปากมอง–หนองเขียว–เมืองงอย–เมืองขวา–เดียนเบียนฟู-ซาปา-ฮานอย ...ตอนที่ 1...

.

ฉันเริ่มต้นการเดินทางที่อ.เชียงของเช่นเดิม ปีนี้ค่ารถทัวร์ขึ้นนิดหน่อย (ค่ารถป.1 กทม.-เชียงของ 670 บาท) แต่ค่ารถสามล้อไปท่าเรือบั๊ค  ค่าข้ามแดนฝั่งไทย ค่าเรือข้ามโขงไปฝั่งลาว  ค่าธรรมเนียมฝั่งลาว ราคาเท่าเดิม (แห่งละ 20 บาท/คน) ออ ที่ด่านฝั่งลาวก็แลกเงินกีบได้เลย  ตอนนี้อยู่ที่ 280 กีบ/ 1 บาท
................................

โดยปกติแล้วการไปการเดินทางไปเที่ยวหนองเขียว  และเมืองงอย  ถ้าไปจากอ.จากเชียงแสน นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือไปลงปากแบง  และค้างที่นั่น 1 คืน  ราวค่ำๆ อีกวันก็จะนั่งรถไปหนองเขียว ถึงโน่นก็ค่ำๆ...

ระหว่างนั่งรถจากกรุงเทพไปเชียงของฉันนั่งคิดว่าเมื่อต้นปีคราวที่ไปหลวงพระบาง  ฉันก็ใช้ทางนี้แล้วนี่นา  ทำไมไม่ลองไปเส้นทางอื่นบ้าง.....
..............................

ดังนั้นเมื่อเดินจากด่านออกไปที่ถนนใหญ่แทนที่จะเลี้ยวซ้ายไปที่เรือช้า ฉันก็เลี้ยวขวาไปท่ารถประจำทาง  โดยเหมารถสามล้อเครื่องไปเขาคิดคนละ 40 บาท แต่ต่อไปต่อมา เขาลดให้ 60 บาท (สำหรับ 2 คนเน้อ) ตอนแรกนะ  ที่ต่อเขาไปก็ไม่นึกว่าใกล้ๆ กลัวเขาหลอก แต่ พอไปถึงท่ารถก็ต้องให้เขาไป 80 บาท นั่นแหละ เพราะทางมันไกลเหมือนกัน(สัก 6-7 กม.เห็นจะได้) แถมทางก็ไม่ค่อยจะดีนัก ไอ้เรามันคนขี้สงสารนี่ ทำไงได้.......J

....................................

.

ภาพท่ารถไปหลวงน้ำทา

.

สำหรับวันนี้ ฉันตั้งเป้าหมายว่ายังไงก็ขอให้ไปถึงอุดมไช เป็นอย่างน้อย ทั้งๆ ที่ถ้าดูตามแผนที่การไปหนองเขียวมันก็ไม่ได้ไกลอะไรนักหนา แต่ ต้องเข้าใจสภาพทาง กับความไม่แน่นอนของรถโดยสารที่นี่ด้วย ....เมื่อเข้าใจแล้วคุณก็จะมีความสุขกะการเดินทางแน่นอน A
.................................

.

ภาพรถที่ไปหลวงน้ำทา(ไม่มีแอร์นะ)

.

จากแขวงบ่อแก้วจะมีรถต่อไปเมืองอื่นอีก เช่น หลวงน้ำทา เวียงจันทน์ หลวงพระบาง สำหรับฉันปลายทางอยู่ที่หนองเขียว ดังนั้นจึงต้องนั่งรถไปหลวงน้ำทา แล้วต่อรถไปอุดมไช จากอุดมไช ก็หารถไปหนองเขียว(ถ้ามี) หรือไม่ก็ไปปากมองแล้วหารถไปหนองเขียวอีกที...
..............................

.

ภาพตารางเดินรถ

 รถที่จะไปหลวงน้ำทา ออกตอนเที่ยง บนรถนอกจากเราคนไทย 2 คนแล้ว ก็มีฝรั่งอีกหนึ่งคู่ และญี่ปุ่นอีกหนึ่งคน นอกนั้นก็เป็นคนลาวทั้งหมด

ระยะทางจากบ่อแก้วไปหลวงน้ำทาราว  195 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง (ค่ารถคนละ 55,000 กีบ) ถนน 2 เลน ลาดยางทั้งหมดบางช่วงก็ก่อสร้างอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายอะไร ลาวจะใช้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางจากไทยไปสู่จีน ตลอดทางรถจะวิ่งอยู่บนภูเขา วกไปเวียนมาเหมือนเราไปเที่ยวแถบเมืองน่านยังไงยังงั้นเลย
...........................................

ภาพสภาพถนนจากบ่อแก้ว ไป หลวงน้ำทา

 

ทางไปหลวงน้ำทาส่วนมากเป็นที่ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ หมาดๆ

รถมาถึงหลวงน้ำทาตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ถามคนขายปี้(ตั๋ว) ว่าจะไปอุดมไช ยังไง เขาว่ามีรถที่จะไปหลวงพระบางผ่านมาราวสี่โมงกว่า

แต่... ระหว่างนั้นก็มีคนขับรถตู้มาหาคนที่จะไปหลวงพระบางพอดี เขามาส่งแขกที่นี่ และจะกลับหลวงพระบาง ก็เลยมาหาลำไพ่พิเศษ เขาจะผ่านไปทางปากมอง คิดค่ารถคนละ 70,000 กีบ และก็ได้ฝรั่งคนหนึ่งไปลงหลวงพระบางแล้ว รู้สึกว่าจะคิดค่ารถ 100,000 กีบ (ถ้าไปปากมองโดยรถเมล์ค่ารถคนละ 48,000 กีบ) ฉันบวกลบคูณหาร แล้วก็เห็นว่าน่าจะไปรถตู้จะดีกว่า เพราะได้เร็ว และสบายกว่าK
...............................

ภาพตารางเดินรถที่หลวงน้ำทา

 การตัดสินใจของฉันครั้งนี้นับว่าคิดถูกเป็นอย่างมาก เพราะถนนตั้งแต่หลวงน้ำทาเป็นต้นไปทางแย่มาก  ถนนลาดยางที่หมดสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ หรือไม่งั้นก็เป็นทางลูกรังแย่ๆ ตลอด (ใครอยากลดหน้าท้อง นวดตัว รับรองมาเส้นทางนี้แล้วแทบไม่ต้องพึ่งสินค้าของ TV Direct เลย)...  แถมฉันมารู้ตอนหลังว่า เมื่อวานถ้าฉันเลือกนั่งรถเมล์จากหลวงน้ำทามาปากมอง ฉันจะถึงที่นี่ราวตีหนึ่งหรือตีสองโดยประมาณ (โชคดีที่ฉันไม่เลือกทางนี้) J


ระยะทางจากหลวงน้ำทามาอุดมไซราว 150 กม. รถใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง และจากอุดมไชมาปากมอง ระยะทางราว 80 กม. รถใช้เวลา 2 ชั่วโมง ฉันมาถึงปากมองตอน 2 ทุ่มครึ่ง จากนี้ไปหนองเขียวอีกแค่ 28 กม.เท่านั้น แต่ฉันเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปถึงคืนนี้หรอก พรุ่งนี้ถ้าออกแต่เช้าหน่อยก็คงไม่ต่างกัน ดังนั้นคืนนี้จึงนอนที่ ปากมอง (ค่าที่พัก 40,000 กีบ)....
...................................

ภาพเมืองปากมอง(ถ่ายตอนเช้าอีกวัน)

ปากมองเป็นเมืองเล็กๆ เป็นเมืองผ่าน ถ้ามาจากอุดมไซ ทางแยกหนึ่ง ก็จะไปหลวงพระบาง (ไปอีกราว 200 กม.) อีกทางหนึ่งก็ไปหนองเขียว

ที่นี่มีที่พักอยู่สามสี่ที่ มีร้านค้า ร้านอาหาร ขอบอกว่าอาหารป่าล้วนๆ ไอ้ตอนแรกที่ไปสั่งก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นอะไรเห็นเขาทำเป็นกับข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็นึกว่าไก่ทอดเกลือ ทีนี้พอเอาเข้าปากไปแล้วก็เจอฟันแหลมๆ อยู่ในจาน  พอเขี่ยๆ ดูก็เห็นเป็นกรามยังกะฟันหมาฟันแมว ..ตกใจ... ก็เลยถามโต๊ะข้างๆว่า นี่มันเนื้อหมาหรือ เขาหัวเราะบอกว่าไม่ใช่ไอ้นี่มันอีเห็น ตะหาก!!!!!

นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ลิ้มรถชาติของอีเห็น และไอ้ความที่เสียดายเงินที่สั่งมาแล้วก็เลยต้องกินให้หมดในที่สุด  เอ้อ.....N
.............................................


ตัวเมืองปากมองอีกภาพ

 มีรถโดยสารประจำทางจากปากมองไปหนองเขียว (ถ้าจำไม่ผิดราคา 8,000 กีบ) รถออกราว 10 โมงเช้า

แต่ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือรถสองแถว รถจะออกจากที่นี่ราว 8.30 น. ต้องรอคนให้เต็มรถจึงจะไป (ค่ารถคนละ 15,000 กีบ) ทางไปก็เป็นลูกรังเหมือนเดิมผ่านหมู่บ้าน ผ่านภูเขา แวะรับคนตลอดทางเหมือนกัน ใช้เวลา เกือบชั่วโมงก็มาถึงหนองเขียว
...................................

.

ภาพท่ารถไปหนองเขียว

.

ภาพบนรถที่ขณะมาหนองเขียว

 

นี่ไงครับหนองเขียว

 

ถ่ายตอนเกือบสิบโมงเช้า  หมอกยังเต็มอยู่เลย

หนองเขียว เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำฮู หรืออาจเรียกอีกชื่อว่า เมืองงอยใหม่ ที่นี่เป็นชุมทางรถ ชุมทางเรือ จากที่นี่สามารถนั่งเรือลงไปหลวงพระบางได้ หรือนั่งเรือทวนน้ำขึ้นไปเมืองงอย เมืองขวา ก็ได้  
.................................

ภาพบนสะพานข้ามน้ำอู

จุดเด่นของที่นี่คือสะพานข้ามลำน้ำฮู ที่สร้างสมัยสงคราม โดยมีฉากเป็นภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน นักท่องเที่ยวนิยมค้างแรมกันที่นี่เพื่อชมทิวทัศน์สะพาน และขุนเขา

สำหรับฉันวันนี้มาถึงหนองเขียวแต่เช้าเลย จึงได้เห็นบรรยากาศที่สวยงามยามเช้าของที่นี่ ทั้งเมฆหมอกที่ลอยเอื่อยๆ อยู่บนหน้าผา ทั้งสายหมอกที่ลอยอยู่เรี่ยลำน้ำ..... คุ้ม กับการมาจริงๆ ...
...............................

สะพานข้ามน้ำอู จากมุมใต้สะพาน

หลังจากเดินเล่นจนทั่วเมือง ก็แวะไปท่าเรือดูตารางเรือไปเมืองงอย  ก็ได้ความว่าเรือจะออกตอน 11.30 น. ฉันเห็นว่าวันนี้ฉันก็ได้เที่ยวหนองเขียวจนทั่วแล้ว ใจชักอยากไปนอนที่สงบๆ ก็เลยตีตั๋วไปเมืองงอยเลยดีกว่า (20,000 กีบ)
...................................

ภาพตัวเมืองหนองเขียว

 

ภาพท่าเรือที่หนองเขียว 

ภาพในเรือที่มาเมืองงอย ต้องนั่งชันเข่าอย่างนี้


ระหว่างทางจะได้เห็นลำน้ำอูทอดลดเลี้ยวไปตามขุนเขาหินปูน ผ่านแก่งน้ำพอให้ตื่นเต้นบ้าง ขอบอกว่าไอ้ที่เคยนั่งเรือล่องน้ำโขงจากเชียงของ ไปหลวงพระบางว่าสวยแล้ว  มาเจอที่นี่แล้วต้องยกให้นิ้วให้เลย

เรือใช้เวลาขับทวนน้ำขึ้นมาสักหนึ่งชั่วโมงก็ถึงเมืองงอย .....
...............................

'

.

ภาพริมน้ำฮู ก่อนถึงเมืองงอย

 

ภาพเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังน้ำ ที่พบเห็นทั่วไปตามลำน้ำ

.............................

เมืองงอยเป็นเมืองปิด การเดินทางมาทางนี้มาได้ทางลำน้ำอูเท่านั้น ขนาดเมืองเท่าๆ กับหมู่บ้านหนึ่งของไทยเท่านั้น


.

ภาพตัวเมืองเมืองงอย

ที่นี่มีบ้านเรือนราว 100 กว่าหลังคาเรือน ชาวบ้านมีอาชีพทำนา ทำไคแผ่น และเปิดกิจการบริการนักท่องเที่ยวเช่นร้านอาหาร ที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยวอื่นๆ

บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบมาก ใครที่ต้องการพักผ่อนกับธรรมชาติก็สามารถมาที่นี่ได้เลยรับรองถูกใจแน่ ที่ท่องเที่ยวของที่นี่ก็จะมีเที่ยวถ้ำ พายเรือ Trekking และไปเที่ยวยังหมู่บ้านอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ฉันมาที่นี่ก็ต้องการนอนเล่นพักผ่อนเท่านั้น...แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว(ค่าที่พักคืนละ 20,000 กีบ)
..................................

.

ภาพเมืองงอยยามเช้า

 

ภาพริมน้ำอู : เมืองงอย

 

ภาพท่าเรือเมืองงอย

 

ท่าเรือเมืองงอยในตอนเช้าจะคึกคักมาก

  

" ไค "

(เขาว่า ไคของที่นี่คุณภาพดีกว่าที่อื่น เพราะน้ำที่นี่ สะอาดกว่า ใสกว่า)

 

ภาพวิวจากที่พัก

 

ภาพเมืองงอยงามเย็น ชาวบ้านจะมาอาบน้ำกันที่ลำน้ำอู

(เมืองที่อยู่ติดลำน้ำในลาวจะเป็นอย่างนี้เกือบทุกที่)

.

...................................

นักท่องเที่ยวส่วนมากมาเที่ยวเมืองงอยแล้วจะย้อนกลับไปทางหนองเขียว แล้วอาจไปหลวงพระบาง อุดมไซ ซำเหนือ กัน แต่สำหรับคนที่จะไปทางพงศาลี เวียดนาม ต้องนั่งเรือขึ้นไปตามลำน้ำอู...ไปเมืองขวา ซึ่งต้องนั่งเรือขึ้นไปอีก 6 ชั่วโมง และฉันก็เลือกเส้นทางนี้...เพื่อไปเวียดนาม...

ลำน้ำอูจากเมืองงอยขึ้นไปเมืองขวา (เรือออก 9.30 น. ของทุกวัน ต้องรอให้ได้นักท่องเที่ยวอย่างน้อย 6 คน จึงจะออก ค่าโดยสารคนละ 100,000 กีบ) ทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจมาก มีความยิ่งใหญ่ของภูเขา ป่าไม้ที่เขียวชอุ่ม.......

แก่งน้ำที่พบจะมีความรุนแรงของน้ำมากกว่าช่วงที่ผ่านมา แต่เรือก็ขับผ่านได้สบายๆ ตามลำน้ำจะมีหมู่บ้านตั้งอยู่เป็นระยะ ซึ่งแน่นอนหมู่บ้านเหล่านั้นมีทางมาได้เพียงทางเดียว คือทางน้ำนี่แหละ ฉันว่าคนที่นี่ผูกพันกับสายน้ำมาก  เด็กๆ แทบจะว่ายน้ำ พายเรือเป็น พร้อมๆ กับตอนหัดเดินทีเดียว เรือที่เราโดยสารไปวันนั้นมีด้วยกัน 6 คน เป็นฝรั่งเสีย 4 คน นอกนั้นก็เป็นคนไทย ............
...................................

.


ภาพเมืองงอย(แถมอีกนิด)

 

ภาพตอนเช้า...ฝรั่งคนนี้เขาจะไปเที่ยวหนองเขียวต่อ

 

ภาพเรือที่จะไปเมืองขวา

 

ภาพระหว่างไปเมืองขวา

 

หมู่บ้านริมลำน้ำฮูก่อนถึงเมืองขวา

 

ภาพแก่งหินในลำน้ำฮูก่อนถึงเมืองขวา

........................

เมืองขวาเป็นเมืองที่ใหญ่เมืองหนึ่งตั้งอยู่ริมลำน้ำฮู เมืองนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้เที่ยวเท่าใดนักนอกจากสะพานแขวนที่มีความยาวมากกว่าหลายๆ แห่งที่เคยเจอในลาว เมืองขวาจึงเป็นเมืองที่ใช้สำหรับหยุดพักเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น สำหรับฉันมองว่าเมืองนี้ดูวุ่นวาย และค่อนข้างจะรกอยู่สักหน่อย..........

.

ภาพเมืองขวามองจากลำน้ำอู

 

 

 

ภาพในตัวเมือง เมืองขวา

...................................

จากเมืองขวาหากใครต้องการนั่งเรือไปตามลำน้ำฮู ก็จะไปเจอเมืองสัมพันธ์ซึ่งเรือจะหมดระยะที่นี่ นั่งเรือไปสัก 4-5 ชั่วโมงเห็นจะได้ และ จากเมืองขวามีรถประจำทางต่อไปอุดมไซ กับ เดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนามก็ได้....... ฉันนั่งเรือมาถึงเมืองขวาบ่าย 2 โมง ......

ตามข้อมูลที่ได้คือพักที่น้ำอูเกตเฮาส์ดีสุด ซึ่งก็มีพี่เจ้าของที่พักมาเชิญชวนถึงท่าเรือ เราก็เลย ไม่ต้องไปเดินหาให้เมื่อย  อันที่จริงที่พักก็อยู่ใกล้ๆ ท่าเรือนั่นแหละ มองเห็นเป็นสง่าเลย (ค่าที่พัก 60,000 กีบต่อคืน) ขอบอกว่าหลังจากที่เก็บของและเดินสำรวจเมืองแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าที่พักที่นี่ดีสุด(สำหรับที่นี่)สมคำโฆษณาจริงๆ
.................................


 

ภาพน้ำอูเกตส์เฮาส์ ซึ่งตั้งริมน้ำอู

 

ภาพสะพานแขวนในเมืองขวา

 

อีกภาพ

 

และนี่สะพานแขวนยามเย็น

 .........................................

ถึงตอนนี้การเดินทางในประเทศลาวก็กำลังจบ  เรากำลังไปสู่ประเทศเวียดนามแล้ว   ฉันขอจบตอนแรก  แค่ที่เมืองขวาก่อนนะ......

ตอนต่อไปจะพาเพื่อนเดินทางไปสู่ประเทศเวียดนามกัน.......

......................................................


โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net