วันที่ จันทร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Taxi Portion No.2 (ภาคจบ..แบบห้วนๆ)



มาแล้วๆ ทิ้งช่วงไปซะหลายวัน...อย่างที่บอกว่าอยากเขียนเรื่องแท็กซี่มานานแล้ว ^^  ใจนึงคืออยากเก็บไว้อ่านเอง  ด้วยความที่ขึ้นแท็กซี่มาเป็นร้อยๆคัน มีเรื่องที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำมากมาย แต่เพราะบางเรื่องก็ลืมๆเลือนๆไปบ้างแล้ว ก็เลยอยากเขียนเก็บไว้อ่านเพื่อระลึกถึงค่ะ

มาดูเรื่องของพี่ๆเค้ากันต่อเลยละกัน...

แท็กซี่กับโจร
ด้วยความที่จะต้องรับคนขึ้นรถมากมาย คนขับแท็กซี่เลยต้องเจอกับคนหลายประเภท ทั้งผัวเมียทะเลาะกัน วัยรุ่นขาโจ๋ คนท้อง คนแก่ คนไม่มีเงินจ่าย บางทีก็มีเด็กสาววัยรุ่นขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถ ในจำนวนคนมากมายนี้ น้องโจรก็เข้ามาร่วมวงโยธากะเค้าด้วย พี่คนขับบางคันเคยถูกทำร้าย โชว์รอยแผลเป็นให้ดูเป็นหลักฐานอยู่เนืองๆ แต่บางคนก็ใช้วิชาเอาตัวรอดเพราะฝีปาก

พี่คนนี้ค่ะ รับกลุ่มเด็กวัยรุ่นจากแถวรัชดาฯ ไปทางพุทธมณฑล(อีกแล้ว) พี่เค้าเหมือนมีลางสังหรณ์ ก็เลยพยายามซ่อนเงิน ซ่อนมือถือเอาไว้ เป็นจริงดังคาด พอถึงที่เปลี่ยว วัยรุ่นก็เริ่มทำมาหากิน ควักมีดออกมาจี้ พี่เค้าก็เริ่มหาทางเอาตัวรอดเหมือนกัน พร่ำพรรณนาบอกโจรว่า
“น้อง สงสารพี่เถอะนะ เนี่ยพี่เพิ่งออกจากรพ.เอง ไม่ค่อยสบาย เพิ่งหาเงินได้ไม่กี่ร้อย ต้องเลี้ยงเมียอีก แถมยังมีลูกแฝดด้วย เงินก็ไม่พอ เพิ่งเอาไปจ่ายรพ....ฯลฯ...”
ได้ผลวุ้ย...โจรใจอ่อน (เดาว่าไม่ใช่มืออาชีพ) บอกให้พี่เค้ากลับรถไปส่งตรงปิ่นเกล้า พอไปถึงตอนลงรถยังเอาเงินให้พี่เค้าอีก (คงสงสาร) พี่เค้าก็งงๆ แก๊งวัยรุ่นก็เลยบอกว่า
“ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวค่อยไปปล้นคันอื่น”
ดูม๊านน....

แท็กซี่กับผี
นอกจากคนหลายประเภทที่ต้องเจอแล้ว แท็กซี่ยังต้องเผชิญหน้ากับผีอีก (เรื่องนี้ขอให้ใช้วิจารณญาณนะคะ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล)

พี่คนนึงเล่าให้ฟังว่าขับรถไปส่งคนประมาณตี 2 ที่ไกลๆอ่ะค่ะ (ไม่รู้จักเลยจำไม่ได้) ขากลับตรงโค้งหักศอก มีพ่อแม่ลูกมายืนโบกรถ พี่เค้าก็เอะใจเหมือนกันว่าทำไมมาโบกแถวนี้ แต่ก็รับขึ้นไป เค้าบอกจะไปวัด..อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ ตลอดทางสามคนนี้นั่งหน้าซีดไม่พูดอะไรเลย พอถึงวัดก็ให้อ้อมไปทางด้านหลังที่เป็นป่าช้า แล้วก็เลยผ่านไปตรงดงกล้วย แล้วก็ลงจากรถเดินเข้าไปในดงกล้วย พี่เค้าบอกว่าแล้วตัวก็ค่อยๆจางหายไป .. T_T

พี่อีกคนบอกว่าเจออยู่บ่อยๆ ในเมืองเนี่ยแหละ ส่วนมากจะเป็นผู้หญิงใส่ชุดขาวหรือดำทั้งตัว พูดก็เหมือนคนปกติทั่วไป ตอนลงก็จ่ายเงินด้วย แล้วตัวก็ค่อยๆจางหายไปเหมือนกัน ถามพี่เค้าว่าแล้วเงินที่ได้มายังอยู่รึป่าว พี่เค้าก็บอกว่า
“ไม่รู้ครับ ไม่กล้าดู”
เนื่องจากวันนั้นนั่งรถเค้าไปลงที่โรงพยาบาล ตอนจะลงพี่เค้ายังถามอยู่เลยว่า
“นี่ตัวจริงใช่ไม๊ครับ”
อืมม..นะ พี่เค้าคงเจอมาเยอะจริงๆ...รึเราหน้าเหมือนผีหว่า...

แท็กซี่ธรรมะ
หายากมากๆ กับแท็กซี่ที่จะสนใจศึกษาธรรมะ แต่ในวันที่ต้องการใครซักคนให้คำปรึกษา คุณน้าคนนี้ก็ปรากฎตัวขึ้นมา เหมือนกับรู้หยั่งงั้นแหละ ขึ้นรถไปแกเปิดวิทยุช่องธรรมะเอาไว้ (AM945) ตอนแรกนึกว่าแกไม่ได้ตั้งใจเปิด พอนั่งไปซักพักเห็นยังไม่เปลี่ยนช่อง ก็เลยเริ่มชวนคุย คุณน้าคนนี้เคยบวชเป็นพระ แต่มีเหตุจำเป็นก็เลยสึกออกมา แต่ก็ยังไปปฏิบัติธรรมอยู่บ่อยๆ ตอนเช้าใส่บาตรทุกวัน ตอนขับรถก็เปิดวิทยุฟังพระเทศน์ไปเรื่อยๆ แกบอกว่า บางทีแกก็เรียนรู้หลายๆอย่างจากคนที่ขึ้นรถแก ในทางกลับกัน บางทีแกก็สอนคนที่ขึ้นรถแกเหมือนกัน ถือเป็นการเรียนรู้จากกันและกัน

วันนั้นก็เลยถือโอกาสถามแกหลายๆเรื่องที่สงสัย ยอมรับว่าประทับใจมาก ตอนลงรถยกมือไหว้ขอบคุณแกด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งค่ะ

แท็กซี่โหด...ไม๊
ปกติแล้วเวลาขึ้นแท็กซี่ เพื่อความปลอดภัยจะดูก่อนเลยว่า
1. เป็นแท็กซี่ศูนย์รึป่าว
2. มีพระอยู่หน้ารถรึป่าว
3. ลักษณะการพูดจาเป็นยังไง
ก็มันกลัวเหมือนกันนี่นา ข่าวมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ มีอยู่วันนึงขึ้นรถกลับบ้าน หลังจากเช็คสามข้อแล้วพบว่า ไม่ผ่านซักข้อค่ะ นอกจากขับรถน่ากลัวแล้ว หน้าตา+การพูดจาพี่เค้าก็น่ากลัวด้วย....เริ่มเครียดและจินตนาการ... ภาพคดีจี้ปล้นฆ่าข่มขืนเริ่มเข้ามาในหัว...ซอยเข้าบ้านก็ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวอยู่ด้วย พอเลี้ยวเข้าซอยปุ๊ป พี่แกก็ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า......ตายๆๆ ปลดทำไมเนี่ย จะไปหยิบอาวุธรึป่าว แล้วถ้าปล้นจริงๆ จะทำยังไง...คือเริ่มฟุ้งซ่านน่ะค่ะ มือเริ่มควานหาสเปรย์พริกไทย....ในใจเริ่มคิดต่อ...แล้วถ้าเค้าหันมาโปะยาสลบเลยจะสู้ทันไม๊เนี่ย เครียดๆๆ  ใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้ว อีกนิดเดียว นิดเดียว อยู่ดีๆพี่แกก็ร้อง เฮ้ยย!!  จ๊ากก จะร้องทำไมเนี่ย (เดาว่ารถขึ้นเนินสะดุดในหมู่บ้านกะทันหัน แต่ตอนนั้นคิดไม่ทัน ตามมาคิดทีหลัง) หัวใจแทบวาย สุดท้ายก็ถึงหน้าบ้านโดยปลอดภัย...รีบลงจากรถแทบไม่ทัน จ่ายเงินให้เค้า เงินทอนไม่เอาเลย บอกเค้าว่า
“ขอบคุณนะคะ (ที่ไม่ทำอะไรช้าน)”
สงสัยงานนี้จะดูข่าวมากไป ฟุ้งซ่านจริงๆ

แท็กซี่ศูนย์ฯ
จริงๆแล้วเรียกแท็กซี่จากศูนย์ก็สะดวกดี มีราชรถมาเกยถึงหน้าบ้าน แต่บางทีศูนย์ก็ผิดพลาดได้เหมือนกัน มีอยู่ครั้งนึง ศูนย์โทรมาแจ้งทะเบียนรถ พอออกไปหน้าบ้าน กลายเป็นคนละทะเบียน (แต่ก็ขึ้น) พี่คนนี้บอกว่า เมื่อกี้มีรถเข้ามา 3 คัน...โหยย ยังกะมารับดารา จะแย่งกันมาทำไมเนี่ย สุดท้ายก็ต้องมีคนอกหักกลับไป อิๆๆๆ

นอกจากมาเยอะเกินไปแล้ว บางทีก็ไม่มีมาเลยซักคัน รอแล้วรออีก จนต้องโทรไปถามศูนย์ ศูนย์ก็จะบอกว่ายังไม่มีใครแจ้งเข้ามาเลยค่ะ  โห แล้วไม่โทรมาบอกกันมั่งเลย เลยเวลานัดมา 20 นาทีแล้ว ก็เลยยกเลิกไป... วันรุ่งขึ้นได้เรื่องเลยค่ะ กำลังจะเอารถออกจากบ้าน เห็นมีแท็กซี่มาเช็ดรถรอหน้าบ้าน เอะใจเลยถามเค้าว่า ไม่ได้มารับบ้านนี้ใช่ไม๊ เค้ายิ้มร่าบอกว่าใช่ ... อ้าววว มาได้ไง เรียกเมื่อวาน มาวันนี้...แท็กซี่ทำหน้าตกใจอย่างแรง...แล้วก็ขับรถจากไป...โธ่พี่..สงสารจริงๆ..แต่ขอไม่ไปด้วยนะ..ก็มันไม่ได้เรียกหนิ

...

เรื่องแท็กซี่คงเล่าได้อีกยาวค่ะ มีทั้งแท็กซี่ผู้รักวงโลโซสุดใจขาดดิ้น แท็กซี่ดุ แท็กซี่ใจดีจ่ายค่าโทลล์เวย์ให้ แท็กซี่แต่งรถกระจาย แท็กซี่จีบสาว คุยมือถือตลอดทาง แท็กซี่หญิงแกร่ง แท็กซี่ขี้บ่น ฯลฯ แต่ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนละกัน (ห้วนไปไม๊เนี่ย)

โดย Mothemon

 

กลับไปที่ www.oknation.net