วันที่ อังคาร มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวไปตามใจฝัน: เชียงของ–บ่อแก้ว–หลวงน้ำทา–อุดมไช–ปากมอง–หนองเขียว–เมืองงอย–เมืองขวา–เดียนเบียนฟู-ซาปา-ฮานอย ...ตอนที่ 2...


เที่ยวไปตามใจฝัน: เชียงของ–บ่อแก้ว–หลวงน้ำทา–อุดมไช–ปากมอง–หนองเขียว–เมืองงอย–เมืองขวา–เดียนเบียนฟู-ซาปา-ฮานอย ...ตอนที่ 2...

.

.

เมื่อตอนที่แล้วฉันพาเพื่อนๆ ไปหยุดที่เมืองขวา สำหรับตอนนี้ฉันจะพาเพื่อนๆ ออกจากประเทศลาว และเข้าสู่ประเทศเวียดนาม โดยเข้าทางด่านเดียนเบียนฟู ซึ่งทางนี้ไม่เป็นที่นิยมของคนทั่วไปนัก  จะอย่างไรนั้น ขอใหเพื่อนๆ ตามดูเอาเองเถิด......A

....................................

.

.

สำหรับผู้ที่ต้องการไปเวียดนาม จากเมืองขวา ที่นี่จะมีรถ เมืองขวา- เดียนเบียนฟู อาทิตย์ละ 4 วัน คือ

วัน :  อาทิตย์ อังคาร พุธ และศุกร์

รถออกเวลา 7.30 น. โดยรถจะจอดอยู่อีกฝั่งของลำน้ำอู ตรงข้ามเมือง ต้องนั่งเรือข้าม(ค่าเรือคนละ 2,000 กีบ) รถเป็นรถขนาดใหญ่กว่ามินิบัสบ้านเรานิดหน่อย (ค่ารถคนละ 40,000 กีบ) หากใครต้องการนำรถยนต์ข้ามก็มีแพขนานยนต์บริการ....

วันที่ไปนอกจากฉันแล้วก็มีฝรั่งไปด้วยกันอีก 5 คน (อเมริกัน 2 คน ออสเตรเลีย 3 คน) ซึ่งเขาก็จะไปซาปาเหมือนกัน จึงรวมกลุ่มกันและก็ได้ช่วยเหลือกันภายหลังอีกหลายเรื่อง.........
...............................

ภาพเรือข้ามฟากลำน้ำฮู (อยู่หน้าน้ำฮูGH นั่นเอง)

 

ภาพรถที่จะไปเดียนเบียนฟู

...........................................

ฉันขอแนะนำท่านที่จะไปเวียดนามโดยเส้นทางนี้ว่า ถ้าจะมาขึ้นรถควรมาแต่เช้าตรู่ เลือกที่นั่งหลังคนขับจะดีที่สุดเพราะกว้างสุด ที่สำคัญภายในรถทุกตารางนิ้วจะกลายเป็นที่วางข้าวของ กระสอบต่างๆ ของชาวบ้านจนเต็มแทบไม่มีที่นั่ง ขนาดชาวบ้านเองต้องนั่งบนกระสอบเหล่านั้นด้วยซ้ำ J

...ที่แนะนำมาทั้งหมดฉันไม่ได้ทำสักกะอย่าง เพราะฉันดันไปนั่งเบาะหลังสุดภาพจึงเป็นดังที่เห็นนี่แหละ.............L
........................

.

.

สภาพภาพภายในรถ

 

แน่นมากกก ก ก ก ก

 

หายใจแทบไม่ออก...แต่มันส์มาก ก ก ก

 

คุณป้าคนนี้แกนอนบนกองกระสอบข้าว สบายที่สุดเลย....น่าอิจฉา

 

รถจะขึ้นเขา...ทางดิน กินฝุ่นทั้งน้าน น น น

 

รถจะต้องลงไปลุยในลำห้วย....

 

รถจะต้องผ่านป่าเขาซึ่งเป็นที่กั้นทั้งสองประเทศ

 

รถจะผ่านตลาด "เมืองใหม่" เมืองชายแดนลาว

 

ในที่สุดก็ถึงชายแดนลาว

 

พักเที่ยงกันที่ด่านฝั่งลาว ใครมีอะไรก็นำมาล้อมวงนั่งกินด้วยกัน....

 

นี่ด่านของเวียดนาม....

 

ที่ทำการด่านคนเข้าเมืองของเขา  ....เก่ากว่าของลาวอีก...

.............................

รถมาถึงเดียนเบียนฟูตอนบ่าย 2 โมงครึ่ง สำหรับคนที่ต้องการไปซาปา จะมีรถออกจากเดียนเบียนฟูทุกวันตอน 6.00 น. ดังนั้นฉันจึงนอนที่เมืองนี้ในคืนนี้ ....L
.

.

ถนนลาดยางของฝั่งเวียดนามก่อนถึงเดียนเบียนฟู

 

ภูเขาลิบๆ นั่นแหละที่เราเพิ่งข้ามผ่านมา

 ..................................

เดียนเบียนฟูเป็นเมืองที่ใหญ่เมืองหนึ่งขนาดโคราชบ้านเราเลย ตึกรามบ้านช่องที่นี่มีมากมาย ในสมัยสงครามที่นี่เป็นสมรภูมิรบที่สำคัญ คนที่มาที่นี่จะไปเที่ยวตามแหล่งประวัติศาสตร์เหล่านั้น...

สำหรับฉันหลังจากลงจากรถแล้ว สิ่งแรกที่ตามหาคือ ธนาคาร เพื่อแลกเงิน อันที่จริงโปรแกรมเที่ยวครั้งนี้ฉันไม่ตั้งใจมาที่เวียดนามเลย แต่ ดันมาเปลี่ยนแผนตอนกลางทาง ดังนั้นจึงไม่ได้เตรียมตัวสำหรับที่นี่เลย เงินก็ไม่ได้แลกมาแต่ต้น มีแต่เงินบาท(ที่จริงใช้เงินดอลดีสุดโดยทั่วไปเขาจะคิด 16,000 ดอง ต่อ 1 ดอล) ...เราพอหาแลกเงินบาทได้ตามร้านทอง เขาให้อัตรา 350 ดอง ต่อ 1 บาท นับว่าถูกมาก แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็เลยต้องยอมแลกไว้สำหรับใช้ก่อนถึงฮานอย(ที่ฮานอยฉันได้เรท 475 ดอง ต่อ 1 บาท)
.................................



.

นี่ไงภาพแรกในเวียดนามของฉัน

...................................... 

จากนั้นก็ไปหาที่พัก ฉันได้แถวๆ ตลาดนี่แหละ (คืนละ100,000 ดอง) เอาใกล้ๆ ท่ารถไว้ก่อน

เก็บของอะไรเสร็จ ก็เดินชมเมือง ที่ไม่ควรพลาดสำหรับการมาเดียนเบียนฟู(แบบสั้นๆ) คือ อนุสาวรีย์รำลึกสงครามซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขากลางเมืองนี่เอง จากบนนี้เราสามารถมองเห็นวิวของเมืองเดียนเบียนฟูทั้งหมด

.

ลงจากอนุสาวรีย์พอมีเวลาเหลือก็เดินเล่นไปที่ ศูนย์วัฒนธรรมของที่นี่ เตร็ดเตร่ไปจนเย็น ก็เข้าที่พักและได้รับข่าวร้ายว่า คืนนี้ไฟจะดับทั้งเมือง!!! ทำไมต้องเป็นวันที่เรามาฟะ!!!!!!..... ไม่เข้าใจจริงๆ..... L

.

คืนนี้เลยต้องตามเทียนแถมอาบน้ำเย็นที่เย็นเฉียบอีกตะหาก......
....................................


.ภาพอนุสาวรีย์

.

วิวจากอนุสาวรีย์ มองเห็นเมืองได้หมดเลย

 

ภาพร้านตัดผมริมทาง พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองนี้ และอีกหลายๆ เมืองในเวียดนาม

........................

เช้าตรู่วันต่อมา ไปที่ท่ารถ ตีตั๋วไปลงเลาไก (ค่ารถคนละ 84,000 ดอง) ที่จริงควรบอกว่าไปลงซาปา เพราะซาปาจะถึงก่อน แต่ฉันเข้าใจผิดนึกว่าจะถึงเลาไกก่อน ถามเด็กรถแล้วเขาก็บอกว่าต้องไปเลาไกก่อน (เป็นไงถูกหลอกแล้วไง) รถออก 6.00 น.ตรงตามเวลา วันนั้นมีเพื่อนออสเตรเลียไปด้วย ส่วนอเมริกัน เขาขอเที่ยวที่นี่ก่อนอีก 1 วัน แล้วจะตามไป.....

รถวิ่งไปตามภูเขาเหมือนเมื่อวานที่ผ่านมา แต่คราวนี้ดีหน่อยไม่มีฝุ่นให้กิน ทางก็ลาดยาง ที่นั่งก็กว้างหน่อย ผ่านเมืองหลายเมืองที่กำลังก่อสร้างหลายเมือง (ฉันรู้สึกว่าเขากำลังก่อสร้างเพื่อเตรียมรองรับการการท่องเที่ยว และการพัฒนาในอนาคต)

วิวถนนเส้นนี้สวยงามมาก บางช่วงก็ขับเลียบแม่น้ำเป็นระยะทางหลายสิบ หรือเกือบร้อยกม. บางช่วงก็ไต่ภูเขาที่ไม่เหมือนกับภูเขาที่ผ่านๆ มา เหมือนภูเขาทางฑิเบตเสียมากกว่า อากาศก็หนาวเย็น มีหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
........................................

วิวริมทางไปซาปา

 

ถนนจะเลียบแม่น้ำไปเรื่อย

 .............................

มาพักเที่ยงเมืองตำเดื่อง ที่นี่โดนฟันเป็นครั้งที่สอง คือสั่งข้าวมากินกะแนม(ปอเป๊ะทอด) 1 อย่าง โดนไป 50,000 ดอง เฉยเลย... อ้อ

แถมฝรั่งที่มาด้วยดันเกิดปัญหาอีกคือ เขาตีตั๋วรถลงที่ไลโจ แต่รถเราผ่านมานานแล้ว เขาเลยจะไปลงที่ซาปาแทน คนเก็บเงินก็จะเอาเงินเพิ่มคนละ 40,000 ดอง ทั้งที่เขาตีตั๋วมา 75,000 ดองแล้ว เขาจะขอเพิ่มคนละ 9,000 ดอง เพื่อให้เท่ากับตั๋วของฉันที่ตีไปซาปา แต่ทางคนเก็บเงินไม่ยอม อีกทั้งเขาก็คุยอังกฤษไม่ได้เลย... คุยกันไม่รู้เรื่อง พอดีฉันมีพอรู้ภาษาเวียดนามอยู่หน่อยนึง ก็เลยช่วยคุยให้ คุยไปคุยมา เขาคงรำคาญ  ก็เลยลดเหลือให้คนละ 30,000 ดอง (ยังไงก็โดน)....J
...............................

.

วิวสวยดี

 

ของจริงสวยกว่านี้มาก

 ........................................

ก่อนถึงซาปาสัก 30 กม. มีเหตุการณ์ให้เสียวเล็กน้อย คือ รถก็ดันมายางแตกเสียอีก ดีที่เป็นล้อคู่ แต่พอเขาเอายางมาเปลี่ยนยางใหม่   เพื่อนฝรั่งถึงกะส่ายหัวเลย บอกว่ายางมันไม่มีดอกอย่างนี้ แล้วตูจะไปถึงซาปาไหมฟะ...

ช่วง 20 กม.ก่อนถึงซาปาทางกำลังก่อสร้างใหม่ แถม หมอกลงจัดมากมองอะไรไม่เห็นเลย  ก่อนถึงเมืองสัก 10 กม.เราผ่านน้ำตกสีเงิน(ที่เที่ยวของที่นี่) พอ 4 โมงเย็นรถก็มาจอดที่ ...ซาปา....
.......................

 

.

เจอเหตุการณ์อย่างนี้บ้าง ชีวิตถึงจะมีรสชาติ ใช่ไหม

 

ทางก่อนถึงซาปาสัก 20 กม. กำลังทำใหม่

.................................. 

ลงจากรถแบบงง งง เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่หมอก มองอะไรไม่เห็นเลย ถามทางไปเรื่อย เดินไปเดินมา ก็มาออกแถวโบสถ์คริสต์แถวใจกลางเมือง....เฉยเลย.....

จากนั้นก็เดินหาที่พัก ตอนนี้ฉันอยากเข้าที่พักมาก เพราะอากาศมันเย็น แถมหมอกลงเยอะมากจนตัวเปียกปอนไปหมด เดินไปถามสองสามที่ ก็ได้ที่ Queen Hotel ในราคา คืนละ 96,000 ดอง เก็บของอะไรเสร็จก็ออกมาหาอะไรกิน.....

วันนี้อยากกินข้าวผัด เพราะหลายวันนี้กินแต่เฝอ หน้าจะเป็นเฝอแล้ว.....ก็เลยเดินไปกินที่ตลาด กินเสร็จเขาคิดเงินจานละ 30,000 ดอง (แพงมาก).......

ดังนั้น....หลังจากมื้อนี้ฉันก็กลับไปกินเฝออย่างเก่าเพราะราคาแค่ 10,000 ดอง เอง.....น่าสงสารตัวเองจัง...L

......................................

.

ซาปาวันที่ไปถึง

 

มองลงจัดมาก

 

นี่อีกรูป

 

พยายามใส่รูปให้ดูกันเยอะๆ หลายๆ มุม ของเมือง นะครับ

.

.

 

โบสถ์ถกลางเมือง

 

ลานกลางเมือง

 .......................................

ซาปา เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนที่สูงของจังหวัดไก สมัยเวียดนามเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสที่นี่ถูกใช้เป็นที่พักผ่อน ดังนั้นบ้านเรือนของที่นี่จึงเป็นสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสเสียเกือบทั้งหมด ถึงแม้ภายหลังถูกปลดปล่อยแล้วก็ยังก่อสร้างแบบเดิมอยู่ แต่ นอกเมืองออกไปก็จะเป็นชาวเขาเป็นส่วนมากเย้า ขมุ ไต ได ม้ง ซึ่งก็คล้ายๆ กับชาวเขาบ้านเรานั่นแหละ...

อากาศที่นี่เย็นสบายทั้งปีครับ
................................

.


สวนสาธารณะในเมือง

 

ภาพในสวนฯ ยามเช้า

การท่องเที่ยวของที่นี่เขาจะไปชม 2-3 อย่างหลักๆ  คือ ไปตามหมู่บ้านชาวต่างๆ ซึ่งอยู่ลงไปตามหุบเขาที่อยู่ต่ำลงไปจากในเมือง ทางไปหมู่บ้านเหล่านี้จะผ่านนาขั้นบันใด(อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของที่นี่) ภูเขา ลำธาร คนนิยมขับรถ หรือเดิน Trekking กันไป อีกแห่งคือน้ำตกสีเงิน(ที่ฉันผ่านมาแล้วตอนขามา) อีกอย่างคือขึ้นยอดเขาฟานสิปา ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในแถบภูมิภาคนี้
.....................................



ทางไปหมู่บ้านต้าฟาน

 สำหรับฉัน วางแผนสำหรับท่องเที่ยวที่นี่ไว้คือ เช่ามอเตอร์ไซด์ขับเที่ยว(วันละ 5$) ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ได้แก่ ต้าฟาน และต้าฝิ่น (อีกหมู่บ้านที่อยู้ใกล้ๆ คือ แคด แคด ฉันไม่อยากไปเพราะหมู่บ้านอยู่ใกล้เมืองหมอกลงเยอะ ทำให้มองอะไรไม่เห็น)
........................................


.

นาขั้นบันใดของที่นี่ (ทางไปหมู่บ้านต้าฟาน)

 

อีกรูป

 

จากตัวเมือง ไปหมู่บ้าต้าฟานระยะทางสัก 20 กม.  ขับรถลงเขาตลอดเลย

.

.......อีกรูป.....

 

บ้านเรือนของชาวเขาที่นี่นิยมสร้างกันริมน้ำอย่างนี้

ขอบอกอีกนิดนะครับว่า เมื่อเราไปตามหมู่บ้านท่องเที่ยวเหล่านี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเจอ แน่นอนคือ กองทัพชาวเขา ที่จะมารุมล้อมเราเพื่อขายสินค้า ซึ่งสินค้าส่วนมากก็เหมือนสินค้าชาวเขาที่ขายที่บ้านเราเลย เช่น กระเป๋าสตางค์ สร้อย เสื้อย้อม

 ฉันไปอยู่ที่ซาปา 3 วัน มีวันสุดท้ายก่อนกลับนี่แหละที่ฟ้าเปิด ทำให้เห็นวิวของเมืองซาปาชัดๆ
...............................

.

มุมมองจากห้องพัก

 

ตลาดสดของที่นี่  อยู่ใกล้ๆ ที่พัก และฉันก็ฝากท้องไว้ที่นี่หลายมื้อเลย

 ..............................................

ฉันขอจบตอนที่ 2 ไว้ที่ซาปา....

ในตอนต่อไปซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ฉันจะพาเพื่อนไปเที่ยวฮานอย และกลับเมืองไทยของเราด้วยกัน...ดีไหม ? .......

.......................................


โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net