วันที่ พุธ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกของ ครู ใบนั้น


ในบรรดาครูที่เคยประสิทธิ์ประสาสน์วิชาให้กับผม  มีอยู่ ๒ ท่าน ที่ได้กรุณาเขียนคำอวยพรลงในสมุดเฟรนด์ชิพเล่มเดียวกับที่ผมขอให้เพื่อน ๆ ห้อง ม.๓/๑ เขียน เมื่อ ๑๒ มี.ค. ๒๔

สมุดเล่มนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย  เว้นแต่ ๒ แผ่น ของครูที่ผมได้ฉีกเก็บไว้ในแฟ้มส่วนตัวมาเป็นเวลา  ๒๖ ปี ๙ เดือน และอีก ๘ วัน

คำจำกัดความอย่างสั้นที่สุดเกี่ยวกับตัวผมในมุมมองของครู  และคำอวยพรที่ครูมอบไว้ให้นั้น  เปรียบเสมือนเสียงของครูที่ตามติดผมอยู่ตลอดเวลา  คำพูดและคำสอนของครูมิได้จางไปตามลายของกระดาษและน้ำหมึกแม้แต่นิดเดียว

ภาพสแกนที่ผมเอามาลงอาจจะตัวเล็กไปบ้าง  ผมจึงขอนำข้อความในบันทึกใบนั้นมาลงเป็นครั้งแรกในโลกไซเบอร์

... ศิษย์รัก
ความ ... และมี ... เป็นอาวุธที่บรรจุอยู่ในตัวเธอ  ขอให้เธอจงหมั่นฝึกปรือและลับอาวุธนี้ให้คมอยู่เสมอ  อนาคตของเธอจะแจ่มใส  ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นนักเรียนที่ตัวเล็กที่สุดในชั้น แต่ครูก็จำเธอได้เสมอ  ครูขอให้เธอประสบความสำเร็จทั้งด้านการศึกษาและการดำเนินชีวิต

รักและห่วงศิษย์

... ศิษย์รัก
เธอมี ... อยู่ในตัวเธอเองหลาย ๆ ด้าน  ขอให้เธอจงใช้ความ ... ความ ... ของเธอให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองให้มากที่สุด  เมื่อนั้นเธอเองจะประสบความสำเร็จในชีวิต นำความภาคภูมิใจมาสู่วงศ์ตระกูล   จงอย่าท้อถอย  อุปสรรคต่าง ๆ คือ เกียรติภายภาคหน้า  เมื่อมีเกียรติ มีความเจริญ มีอาชีพที่สูงส่ง  อย่าลืม 
...  ถิ่นของเรา
รัก

บันทึกของครูที่เคยสอนวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ตามลำดับข้างต้น  เปรียบเสมือนยันต์หรือเครื่องป้องกันมิให้ผมทำอะไรในทางที่ใฝ่ต่ำลงไปได้

ผมมิได้หลงใหล หรือเห่อเหิมไปกับคำพูดที่ชื่นชมผม  แต่เป็นคำพูดของครูที่คอยเตือนใจให้ผมดำรงตนตามที่ครูมองเห็นให้จงได้

วันที่ผมสอบเข้าระดับมัธยมปลายของโรงเรียนดังไม่ได้  ผมได้เขียนจดหมายอีกฉบับหนึ่งถึงครู สรุปได้ว่า  ผมจะไม่ขอกลับไปให้ครูเห็นหน้า  หากผมไม่ประสบผลสำเร็จทางด้านการเรียน  ซึ่งครูไม่ได้เห็นด้วยในประเด็นนี้  แต่ครูก็ตอบกลับมาและให้กำลังใจผมเหมือนเดิม

บันทึกของครู  ผนวกเข้ากับจดหมายที่เปรียบเสมือนคำปฏิญาณตนของผม  ได้เป็นเครื่องกระตุ้นและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผมตั้งใจเรียนที่สุดในชีวิต  โดยเฉพาะในปีสุดท้ายของชั้นมัธยมปลายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

พลังทุ่มเทอันมหาศาลให้กับการอ่านหนังสือนั้น  ส่วนหนึ่งมาจาก  ผมคิดถึงครูมาก ๆ ผมต้องการกลับไปกราบเท้าครู  ต้องการให้ครูได้ภาคภูมิใจในศิษย์คนนี้  รวมทั้ง ไม่อยากเห็นครูผิดหวังในตัวของศิษย์ที่ครูได้ทุ่มเท ถ่ายทอด ทั้งด้านวิชาการและคุณธรรมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

สุดท้าย  ผมก็มีโอกาสได้กลับไปเยือนโรงเรียนที่ผมรักมากที่สุดแห่งหนึ่ง  เพื่อกราบเท้าครู ใน ๓ ปีกว่าที่จากครูมา  ดังที่ครูทราบแล้ว

ครูครับ  บุคคลประเทศต่าง ๆ ที่ผมต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ และอยู่รอบ ๆ ตัวของผม  พุทธองค์ได้จัดไว้ ๖ ทิศ ซึ่งผมนำมาจาก http://www.dhammathai.org/buddhistdic/sol097.php  นั้น  ครูอยู่ในทักขิณทิส หรือทิศเบื้องขวา

ครูได้อนุเคราะห์ศิษย์ผู้นี้ตามหลักธรรมทุกประการ ซึ่งประกอบด้วย  ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี,  สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง,  สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง,  ยกย่องให้ปรากฏในหมู่เพื่อน  และสร้างเครื่องคุ้มกันภัยในสารทิศ คือสอนให้ปฏิบัติได้จริง นำไปใช้เลี้ยงชีพทำการงานได้

แม้ครูจะไม่ได้ตามสอนวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษให้ผมได้ทั้งชีวิต  แต่พื้นฐานของทั้งสองวิชาที่ครูสอนแล้วทำให้ผมสามารถเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง  และรักในการเรียนในวิชานี้มาโดยตลอดนั้น  มีคุณค่าเหลือที่จะนับได้แล้วครับ  เพราะมันทำให้ผมก้าวย่างสู่ธรรมข้อแรกของอิทธิบาท ๔  (ฐานแห่งความสำเร็จ)  ซึ่งได้แก่  ฉันทะ (ความรักใคร่พอใจในสิ่งนั้น)

ผมอยากบอกครูว่า ๒ วิชา ที่ครูสอนผมมานั้น มีความจำเป็นสำหรับการศึกษาในทุกระดับ และผมเองก็คิดว่าผมทำได้ดีมาโดยตลอดในชีวิตการศึกษา ครูไม่เสียชื่อแน่นอนครับ

ผมต่างหากที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสิ่งที่ศิษย์พึงบำรุงครูอาจารย์ได้ครบถ้วน  โดยเฉพาะข้อ ปรนนิบัติครู

การที่ผมไม่สามารถไปแสดงมุทิตาจิตต่อครู ๑ ใน ๒ ท่านที่เกษียณอายุเมื่อปีที่แล้ว  ด้วยความจำเป็นของสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่เรียบร้อยนัก  ผมตระหนักดีว่า  คงไม่เพียงพอที่จะแก้ตัวกับครูได้  แต่ก็เชื่อว่า ครูคงให้อภัยศิษย์เหมือนที่ครูมีให้มาโดยตลอด ยามที่ผมอาจจะเคยสร้างความระคายเคืองใจไว้เมื่อครั้งที่เคยเรียนกับครู

แต่ผมสัญญาว่า  ก่อนที่ผมจะต้องเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศเป็นเวลา ๓ ปีเต็มในปลายปีนี้นั้น  ผมจะไปกราบลาครู  ขอพรจากครู  เหมือนที่ผมเคยทำเมื่อปี ๒๕๓๒

ครูครับ  ในวันครูปี ๒๕๕๑ ปีนี้  ผมไม่มีอะไรจะตอบแทนครู  นอกจากจะเขียนระลึกถึงพระคุณของครูที่มีต่อชีวิตของผมอย่างหาที่เปรียบมิได้ 

แม้ผมจะเจริญเติบโต มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นเพียงใด  ผมก็ยังเป็นศิษย์ตัวเล็ก ๆ ของครูอยู่วันยังค่ำ  บันทึกทั้ง ๒ ใบนั้น  ผมยังคงยึดถือ และนำเอามาเป็นสิ่งสร้างเครื่องคุ้มกันภัยในสารทิศของผม ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาครับ

สำหรับ  เส้นประ ... ที่ผมเว้นไว้นั้น  ผมขออนุญาตไม่นำมาลง  เกรงว่าจะทำให้คนอ่านเข้าใจผิดว่าผมอวดตน  แต่ผมจะนำบันทึกทั้ง ๒ แผ่น ไปให้ครูได้ดู วันที่ผมตั้งใจไปกราบลา  ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า คำที่ผมเว้นไว้ซึ่งครูเขียนถึงผมนั้น  ครูยังจะพอจำได้หรือเปล่าครับ

ด้วยความเคารพรักและระลึกถึงครูเสมอ

ปฏิจจชน
๑๖ มกราคม ๒๕๕๑

 

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net