วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Howl’s Moving Castle โลกของโซฟี ปราสาทของฮาวล์


พ่อมดฮาวล์  สาวน้อยโซฟี แม่มดแห่งทุ่งร้าง หุ่นไล่กาหัวผักกาด ปีศาจไฟ ปราสาทเคลื่อนที่ได้เอง  ตัวละครเอกลักษณ์พิเศษเหล่านี้ปรากฎขึ้นในผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Howl’s Moving Castle ของสตูดิโอจิ-บลิหรือเจ้าของฉายาดิสนีย์แห่งญี่ปุ่น  ภายใต้โครงการยักษ์ใหญ่ของอัจฉริยะ ฮายาโอะ มิยาซากิ  ที่เคยประกาศศักดาก้องให้ทั่วโลกรู้จักในผลงานหนังการ์ตูนแอนิเมชั่นขึ้นหิ้งอย่าง My Neighbor Totoro/1988 และ Spirited Away/1997 กันมาแล้ว   มาครั้งนี้ มิยาซากิ ได้ดัดแปลงผลงานวรรณกรรมเยาวชนในปี 1986 ของนักเขียนอังกฤษ ไดอาน่า วินน์ โจนส์  มาสร้างสรรค์เป็นตัวการ์ตูนจินตนาการอลังการสุดสวยแสนบรรเจิดในสไตล์ยี่ห้อจิ-บลิเหมือนเดิม 

ในโลกของหนังประเภทการ์ตูนความโดดเด่นนั้น มักอยู่ที่เรื่องราวจินตนาการอันลึกล้ำไปได้ไกลกว่าภาพยนตร์ที่ใช้คนธรรมดาแสดงโดยทั่วไปเสมอ  การเหาะเหิรเดินอากาศ โลกความจริงความฝันซ้อนทับกันไปอย่างง่ายดาย  ฉากการต่อสู้อันยากเกินคาดเดา และการหายตัวไปอย่างลึกลับทันทีทันใด  ถึงแม้ว่าจะมีความแปลกประหลาดมหัศจรรย์พันลึกล้ำหน้าความจริงไปไกลโขเพียงใด  ก็ยังสามารถให้สมองส่วนที่อ้างอิงความเป็นเหตุและผลต้องถูกละทิ้งไปเสียก่อน   ด้วยอาศัยเกณฑ์ที่อยู่ในใจของคนที่ครั้งหนึ่งของชีวิตเคยเป็นเด็กกันมาก่อนว่า ก็นี่มัน...หนังการ์ตูน  ไม่ต้องถือสาหาความอะไรมากมายนักหรอก

ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้ที่มียังเหลือเศษเสี้ยวของหัวใจมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่  เนื่องจากโลกนี้ยังมีหลายคนที่ได้ละทิ้งหนังการ์ตูนไว้เป็นข้อต้องห้าม ว่าไม่ควรแลดูไม่ควรข้องแวะ เพราะมันเป็นหนังเฉพาะสำหรับเด็กๆนี่   ซึ่งก็น่าเศร้าใจว่าหัวใจส่วนวัยเยาว์ดวงนั้นๆถูกนำพาแปรเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น  โดยแปรผันตรงตามวันเวลาอายุขัยอันล่วงเลยของเขาเหล่านั้นไปด้วย...ส่งผลให้ชีวิตนี้พวกเขามีสิ่งที่พลาด...ไปหนึ่งอย่างละ

ดังนั้นจินตนาการในดินแดนสมมุตินาม อินการี ของโจนส์  จึงเข้าที่เข้าทางกับอารมณ์งานของสตูดิโอจิ-บลิจนสามารถสานต่อกัน  นำออกมาเสนอสนองเป็นภาพอันแปลกตางามวิจิตรสมจริงสมจังและแสนเฉี่ยวไฉไลกับเรื่องราวของ  สาวน้อยช่างทำหมวกจิตใจงามนาม โซฟี ที่ถูกคำสาปจากแรงริษยาของแม่มดแห่งทุ่งร้างให้กลายเป็นหญิงชราวัย 90 โดยฉับพลัน    นับจากนั้นจึงเป็นเรื่องการผจญภัยเพื่อหาทางแก้คำสาปด้วยการไปเป็นหญิงรับใช้ในปราสาทเคลื่อนที่ของ พ่อมดหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ชื่อ ฮาลว์ ที่มีเรื่องเล่าว่าชอบขโมยหัวใจของสาวๆไป   นั่นเป็นการก้าวเข้าสู่โลกของเวทมนต์พ่อมด-แม่มด ที่มีฉากหลังกำลังก่อเกิดสงครามระหว่างเมืองกันยกใหญ่

เนื้อเรื่องทั้งหมดโฟกัสไปที่โซฟีเป็นหลัก  นำพาให้ได้มองโลกอื่นในสายตาของหญิงสาวในร่างวัยชรา ดังนั้นไม่ว่าการผ่านพบกับ หุ่นไล่กาหัวผักกาด-เพื่อนร่วมทางที่ดี , คัลซิเฟอร์-ปีศาจไฟผู้มากฤทธิ์, มาร์เคิล-เด็กมีน้ำใจผู้ช่วยของฮาวล์, ฮีน-หมาอ้วนนำทางผู้แปรพักตร์    หรืออาจจะทำให้งงงันกับการเป็นคนดีหรือคนร้ายกันแน่...ของแม่มดแห่งทุ่งร้างที่ร่ายคำสาปเป็นแต่แก้คำสาปของตัวเองไม่ได้  นับเป็นการก้าวล้ำไปไกลถึงบุคลิกหนึ่งของตัวละครที่ไม่ได้มีเพียงด้านเดียวของชีวิต  ที่ดีก็ดีตลอดเวลา ร้ายก็ร้ายไม่มีที่ติเหมือนในละครทีวีหลังข่าวบางประเทศนิยมทำกัน

นอกจากตัวละครที่มีบุคลิกลักษณะแปลกประหลาดสร้างสรรค์ชวนจดจำสุดๆแล้ว  มีฉากที่ชวนให้ฉงนสนเท่ห์อยู่ไม่น้อย ยามเมื่อเหล่าแม่มดต้องเข้าเฝ้าพระราชา ซึ่งจำเป็นต้องเดินด้วยเท้าขึ้นบันไดราชวังที่สูงลิบลิ้วด้วยตนเองโดยไม่อนุญาตให้ใช้เวทมนต์  นั้นชวนให้น่าขันคล้ายๆกับว่าสูงสุดคืนสู่สามัญ   ดังนั้นเมื่อแม่มดร่างอ้วนก้าวย่างเหงื่อแตกพลั๊กๆ...แทบเอาชีวิตไม่รอดค่อยๆก้าวขาทีละก้าว...ทีละก้าว   ทำให้อาการขำๆปนงงๆชวนให้น่าติดตามว่าต่อไปจะเป็นอย่างไรเพิ่มพูนเป็นทวีคูณมากขึ้น    หรือในฉากที่ก่อนที่โซฟีจะถูกคำสาป ควันจากขบวนรถไฟสีดำที่พุ่งผ่านห้องพักของโซฟีที่บ่งบอกถึงเรื่องร้ายๆกำลังย่างกลายเข้าหาเธอนั้นก็แสดงภาพได้อย่างมีชั้นเชิงนัยแห่งสัญลักษณ์  เช่นเดียวกับการปรากฎซ้ำของควันรถไฟสีดำในฉากท้ายๆด้วย

สำหรับความสัมพันธ์ของตัวละครที่เกี่ยวเนื่องกับโซฟีก็มีพัฒนาการเป็นที่น่าจับตา ทั้งทางการมองโลกที่เปลี่ยนไปของโซฟีเอง  ความรักความเข้าใจที่เริ่มก่อเกิดกับฮาวล์  มิตรภาพกับหุ่นไล่กาหัวผักกาด ไมตรีจิตจากเด็กชายมาร์เคิล  การประจันหน้ากับปีศาจไฟช่างพูดและมีข้อต่อลองอยู่ตลอด  หรือหมาอ้วนที่มีเสียงเห่าแหบๆน่าตลก  กระทั้งแม่มดเฒ่าใจร้ายผู้ไร้สิ้นเวทมนต์ใดๆ  ล้วนช่วยส่งให้โลกทัศน์และมุมมองของโซฟีขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ

นอกจากนี่ยังมีประโยคชวนให้คิดต่อ  เมื่อฮาวล์ออกอาการเวอร์ๆกับการใส่ใจในรูปลักษณ์ตนเองมากเกินไปครั้งเมื่อกล่าวโทษโซฟีว่าจัดห้องน้ำใหม่จนทำให้หยิบยาสระผมผิดทำให้สีผมของเขาเปลี่ยน กับคำพูด

“ ถ้าไม่มีความงดงาม  จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไรกัน ” ซึ่งมันสะท้อนสะเทือนใจร่างหญิงสาวที่ต้องอยู่ในคาบหญิงชราโดยไม่สามารถบอกใครได้  แต่เธอก็ไม่ย้อท้อในเรื่องนี้

ในส่วนที่สร้างสีสันให้เรื่องเดินคืบหน้าไปได้ไกลน่าติดตามคือ ปราสาทเคลื่อนที่ของฮาวล์ ที่มีประตูวิเศษสามารถนำไปสู่สถานที่ต่างๆกันได้ถึง 4 แห่ง ตามการเลือกจานสีวงกลมที่ผนังซึ่งมีสีแดง ฟ้า เขียว ดำ  และแค่ลักษณะการเดินทางเคลื่อนที่ของปราสาทหลังใหญ่ยักษ์ด้วยสี่ขาคล้ายขาไก่สองตัวเดินทีละก้าวด้วยแล้วทำให้มองดูเป็นตัวการ์ตู๊น...การ์ตูนเดินต้วมเตี้ยมๆในบัดดล   ต่างจากหนังการ์ตูนอีกประเภทที่พยายามทำตัวละครการ์ตูนให้เลียนแบบคล้ายคนไปเสียทั้งหมด จนถึงขั้นสีผิวใกล้เคียงมนุษย์จนแทบแยกไม่ออก ซึ่งนั้นดูว่าจะเป็นหนังที่มีจุดประสงค์ต่างกันไป      

และแน่นอนว่าภาพยนตร์มีฉากแสนประทับใจตามสไตล์หนังค่ายนี้ที่แสดงศักภาพความวิจิตรพิศดารงดงามของท้องทุ่ง ดงดอกไม้โล่งกว้าง มีน้ำใสเป็นน้ำ ฟ้าเป็นสีฟ้า มีภูเขาหิมะปกคลุมไกลลิบตาแถมวิวทิวทัศน์ยังทำได้เนี๊ยบ...มหัศจรรย์ไร้ที่ติอยู่เหมือนเดิม    ซึ่งยังคงรักษาคุณสมบัติการสร้างความอิ่มเอมเต็มตาเต็มใจยิ่งนัก  นี่ยังไม่นับฉากการต่อสู้ของพ่อมด-แม่มดที่มีมิติใหม่ตื่นเต้นตื่นตาเหนือคำบรรยายอีก

ถึงแม้จะมีความบกพร่องอันเนื่องมาจาก ตัวละครมากมาย เนื้อเรื่องมากเหลือ จนทำให้บังเกิดความซับซ้อน สับสน วุ่นวาย หรือมึนงงที่มาที่ไปอันไร้การอธิบายบอกกล่าวอย่างเช่นกรณีวิธีการแก้คำสาป  หรือการกลับร่างไปมาของหญิงสาวและวัยชราของโซฟีในบางฉาก  และบทสรุปส่งท้ายอันรวบรัดแสนสั้น  นั้นถือเป็นจุดด้อยจนทำให้การดูหนังเรื่องนี้ไม่เคลียร์ชัดเจนในการดูรอบแรกนั้น  จนอาจทำให้ใครๆแอบผิดหวังเล็กๆในหนังเรื่องนี้   

แต่ปัญหาเหล่านี้ตัวผู้เขียนเองสามารถค้นพบวิธีแก้ไขได้โดยการดูหนังเรื่องนี้ซ้ำอีกรอบ  เพราะจะแปลกอะไรในเมื่อหนังของตระกูลจิ-บลิไม่เคยถูกนำมาลงโรงภาพยนตร์ใหญ่ในบ้านเรากันอยู่แล้ว  แผ่นดีวีดีจึงสามารถทำหน้าที่ชดเชยสิ่งเหล่านี้ได้ดีกันอยู่แล้วนี่...ว่าไหม?

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net