วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวไปตามใจฝัน: เชียงของ–บ่อแก้ว–หลวงน้ำทา–อุดมไช–ปากมอง–หนองเขียว–เมืองงอย–เมืองขวา–เดียนเบียนฟู-ซาปา-ฮานอย ...ตอน 3 จบ...


เที่ยวไปตามใจฝัน: เชียงของ–บ่อแก้ว–หลวงน้ำทา–อุดมไช–ปากมอง–หนองเขียว–เมืองงอย–เมืองขวา–เดียนเบียนฟู-ซาปา-ฮานอย ...ตอน 3  จบ...

.

.

.

ตอนที่แล้วการเดินทางหยุดลงที่ซาปา เมืองที่มีแต่สายหมอก

ในตอนนี้เป็นซึ่งเป็นตอนสุดท้ายสำหรับการเดินทางทริปนี้แล้ว  ฉันจะพาเพื่อนๆ สู่เมืองหลวงของเวียดนาม  ชมต่อเลยนะครับ....

...........................................

โปรแกรมของฉันต่อจากซาปาคือไป ฮานอย วิธีไปที่ง่ายที่สุด คือ นั่งรถตู้จากซาปาไปขึ้นรถไฟที่เลาไก (ราคา 25,000 ดอง/คน)

สถานีรถไฟเลาไก ห่างจากซาปาไปสัก 38 กม.  รถไฟจะมีเที่ยวเช้า ซึ่งเป็นแบบที่นั่งแบบไม่มีเบาะ กับ เที่ยวกลางคืน ซึ่งมีแบบนอน(มีหลายแบบให้เลือกอีก) และแบบนั่งมีเบาะ รถไฟออกประมาณ ทุ่มถึงสองทุ่มเป็นต้นไป มีหลายขบวน
....................................

ตารางเดินรถไฟของโรงแรม

ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การจองรถไฟไปซาปา หรือกลับมาฮานอยผ่านเอเจนซี่  ทัวร์  หรือโรงแรม เขาจะชาร์ตเราเยอะมาก ฉันก็โดนมาเหมือนกัน คือ ฉันจองแบบที่นั่งมีเบาะไป เขาคิดคนละ 208,000 ดอง แต่พอได้ตั๋วรถไฟเห็นราคาจริงแค่คนละ 146,000 ดอง เท่านั้น ฟันเราไปตั้งเยอะแน่ะ L


ตอนฉันไปเลาไก ก็ถามทางสถานีว่าเราสามารถซื้อตั๋วที่นี่ได้เองทุกขบวนได้หรือไม่ เขาก็บอกว่าได้(แต่ถามพวกนายหน้าจะบอกว่าไม่ได้) ดังนั้นถ้าอยากได้ตั๋วราคาถูก ก็มาซื้อที่สถานีจะดีกว่า ขนาดตอนฉันไปช่วงปีใหม่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องตั๋วเต็มเท่าใดนัก.....
........................................


นี่แหละครับที่นั่งบนรถไฟเหมือนนั่งรถทัวร์บ้านเราเลย

ที่จริงระยะทางจากเลาไก ไปฮานอยแค่ 300 กม.เท่านั้นแต่รถไฟใช้เวลาทั้งคืน เห็นว่ารถไฟในเวียดเนียมก็ช้าอย่างนี้เสมอ(รถไฟออก 4 ทุ่ม)
......................................

รถไฟถึงฮานอย ตี 5 และแล้วฉันก็มาถึงเมืองนี้จนได้...J

ทั้งๆ ที่เตรียมตัวรับกลโกงต่างๆ มาแล้วพอสมควร แต่พอมาถึงที่นี่ก็โดนดีจนได้คือ ลงจากรถไฟ ก็หารถที่จะไปแถว โอลควอเตอร์ ซึ่งก็อยู่ไมไกลกัน เรียกแท็กซี่มิเตอร์คันหนึ่ง แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า มิเตอร์มันขึ้นเร็วมากยังกะนักวิ่งลมกรด จนฉันเห็นว่าไม่ดีแน่ก็เลยบอกให้หยุดรถ และโดนไป 60,000 ดอง...L

................................



การจราจรของที่นี่ไฟแดงไม่มีความสำคัญเท่าใดนัก  ......ต้องใช้ความรู้สึกขับ

..............................

ลงจากแท็กซี่จะเจอที่พักพอดี แถวๆ นี้ที่พักเยอะมาก ไม่ต้องห่วงเลย ราคา มีตั้งแต่ 10$ ขึ้นไป...

ฉันขออนุญาตที่จะไม่เขียนถึงฮานอยมากนัก เพราะหลายๆ ท่านคงมีข้อมูลเยอะแล้ว....

.

ฮานอยมีเสน่ห์ ที่มอเตอร์ไซด์เยอะนี่แหละครับ

ฉันได้ที่พัก คืนละ 15$ ครับ มาที่ฮานอยก็คงเข้าระบบการท่องเที่ยวของเขานั่นแหละ คือ ไปกะทัวร์ อย่างไปถึงวันนั้นก็ให้ทางโรงแรมจองทัวร์ไป ฮาลองเบย์ เลย(คนละ 18$) เป็นแบบเที่ยววันเดียว ซึ่งหากไปเอง (แบบไปกลับภายในหนึ่งวัน) จะทำได้ยาก

ที่โอลควอเตอร์นี่สามารถหาแลกเงินได้ตามร้านทอง ได้ราคาที่ดีกว่าที่อื่น (ฉันได้ราคา 1 บาทต่อ 475 ดอง)
.....................................

 

ฮาลองเบย์อยู่ห่างจากฮานอยราว 160 กม. ใช้เวลาไปราว 2 -3 ชั่วโมง การไปเที่ยวฮาลองเบย์กะทัวร์ เขารวมถึงค่ารถไปกลับ(รับส่งถึงที่พัก) ค่าข้าวเที่ยง

โปรแกรมที่เขาจะพาไปเที่ยวก็คือไปถ้ำ(จำชื่อไม่ได้แล้ว) แล้วไปจุดชุมวิวบนเขา  แค่นี้แหละสำหรับโปรแกรม 1 วัน
..........................................

.

.

ท่าเรือไปอ่าวฮาลอง

จากท่าเรือไปจุดเที่ยวในอ่าวฮาลองนั้นระยะทางไม่ไกลกันเลย  แต่เรือขับช้ามากๆๆๆ ทำให้ใช้เวลานับชั่วโมงกว่าจะถึง

ที่จริงฮาลองเป็นอ่าวที่มีเกาะแก่งเยอะมาก  แต่ที่ทัวร์พาเราไปมันแค่ประตูทางเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนไว้เท่านั้น จึงเหมือนว่าแทบไม่ได้เจอความเป็นฮาลองที่แท้จริงเลย.....L

...................................

 

.

เรือที่พาไปเที่ยวอ่าวฮาลอง

 

เห็นลิบๆ นั่นแหละครับถ้ำที่เราไปเที่ยวกัน (คิดถึงถ้ำเชียงดาวบ้านเรา)

 

มุมมองจากปากถ้ำ

 

ภูเขานั่นแหละครับที่เราต้องขึ้นไปบนจุดชมวิว

 

มุมมองจากจุดชมวิวครับ

.

 ............................... 

มีเรื่องไม่น่าเกิดขึ้นเรื่องหนึ่งที่อยากให้เพื่อน ระวังตัวไว้คือ

อาหารบนเรือที่ทัวร์จัดไว้ไม่อร่อย จัดให้แบบไม่ประทับใจเอาเลย มีผักต้ม กะวิญญาณปลาหมึก ปลาทอดที่ก้างเยอะ ไม่มีเนื้อ  แถมตอนเรากินข้าวเขาก็มาเสริฟน้ำอัดลมกระป๋อง แต่ พอขากลับ เรือจะเทียบท่า เขาก็จะมาคิดค่าน้ำอัดลมกับเรา กระป๋องละ 20,000 ดอง เจ็บใจมากเหมือนถูกหลอกเลย...L


มาเที่ยวฮาลองเบย์ทำให้ฉันคิดถึงอ่าวพังงา หรือเขื่อนเชี่ยวหลานของเรา.....
............................... 

 

 

 

เรือขายของที่อ่าวฮาลอง

รถมาส่งที่ที่พักตอน 4 ทุ่ม เห็นจะได้ ฉันไม่มีกะจิตกะใจทิปไกด์แม้แต่น้อย ลงจากรถก็ไปหาเฝอ ขนมจีน กิน แถวถนนมีหลายร้านให้เลือก อร่อย มาก นี่ทำให้ฉันลืมความรู้สึกแย่ๆ ได้เป็นอย่างดี (ก็คนมันหิวนี่นา !!!!).......
............................... 

 

 ชมภาพดีกว่า

คนที่มาเที่ยวฮานอยก็มักจะเที่ยวในเมืองอย่างเช่น สระคืนดาบ ใกล้ๆ กันก็มีโรงหุ่นกระบอกน้ำ หรือไปเที่ยวสุสานโฮจิมิน ฯลฯ

สำหรับฉันใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ เดินเที่ยวในเมืองฮานอย เมืองนี้มีขนาดเล็กครับ แต่มีอะไรให้ดูให้ชมเยอะเลย เพลินมาก แนะนำว่าหากใครชอบออกกำลังกาย ถ้ามาที่นี่หาแผนที่สักฉบับ แล้วเดินเที่ยวในเมืองรับรองจะได้อรรถรสที่ดีมากครับ....J
............................... 

 บัวลอยน้ำขิงครับ ถ้วยละ 5,000 ดอง

 

ทะเลสาบเฮ้าไต้ที่ใหญ่ที่สุดในฮานอย

 

สระคืนดาบ

 

ลุงคนนี้แกเขียนอักษรจีนอยู่ที่ศาลเจ้าที่สระคืนดาบ

 

สุสานลุงโฮ

 

อนุสาวรีย์เลนินครับ แนวคิดเขามีอิทธิพลต่อผู้นำที่นี่

 

ฉันกลับโดยเจ้าหางแดง แต่ก็เห็นน้องนกของเราอยู่ไวๆ ดีจังครับ ที่เรามีสายการบินราคาประหยัด ทำให้โลกแคบลงไปเยอะเลย.......

 

นี่แหละครับเมืองไทยของเรา

............................... 

อาล่ะครับ เป็นอันว่าฉันขอจบทริปนี้ไว้ที่นี่  เป็นทริปที่ยาวสักหน่อย  ฉันใช้เวลาเขียน ลำดับภาพอยู่นานทีเดียว  โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่จะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ ที่จริงข้อมูลหลายอย่างฉันก็ได้มาจาก www เหมือนกัน บางอย่างก็ต้องไปผจญภัยเอาเอง......

ก่อนจบฉันขอฝากภาพนี้ให้กับเพื่อนๆ  ...  ฉันให้คุณลุงที่สระคืนดาบนี่แหละครับเขียนให้ แปลได้ว่า "มีความสุข".........J

ปล. เวลาที่ใช้ในการเดินทาง  11 วัน
ค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 10.000 บาท

 

 

................................................... 

 

 

 

 

 

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net