วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อนาคตของบัตร ๓๐ บาท (ต่อ)


เนื่องจากบทความเรื่องนี้มีความขัดแย้งกันเองเช่นผู้เขียนเห็นชอบกับการรักษาฟรี แต่เห็นต่างกันในบทความอื่นโดยผู้เขียนคนเดียวกัน อันอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ จึงนำคำชี้แจงมาลงไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง ดังนี้:

อ้างถึง http://www.oknation.net/blog/hemophilia/2007/10/03/entry-1

เรียน คุณหมอ หรือ คุณแต่งแต่ง

ขอขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ผมมีโอกาสชี้แจง ณ ที่นี้ดังนี้ –

๑ หลังจากที่สปสช.ได้อนุมัติรับโรคฮีโมฟิเลียไว้ในโครงการรักษาฟรี โดยจ่ายเป็นเงินสดให้โรงพยาบาลศูนย์รักษาเบื้องต้น ๘๐,๐๐๐ บาทต่อผู้ป่วย ๑ ราย เพื่อซื้อยา (แฟ็กเตอร์เข้มข้น) ให้ผู้ป่วยใช้ที่โรงพยาบาลและที่บ้านของตนเอง ทำให้มีคำถามว่าการรักษาฟรีนี้จะให้ได้นานเท่าใด เพราะการรักษาต้องดำเนินไปตลอดชีวิตและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

๒ เพื่อความชัดเจน ผมจึงได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสปสช. พร้อมเสนอแนะให้ประหยัดงบประมาณด้วยการซื้อยานี้จากสภากาชาดไทยและนำเงินส่วนต่างที่ได้จากการประหยัด (เช่น ๑๐%) ไปช่วยคนจนเป็นค่าเดินทางไปรับการรักษาฟรี สปสช.โดยนพ. “ส” ได้ตอบผมทางโทรศัพท์ พอสรุปได้ว่าการรักษาฟรีจะดำเนินต่อไป ใช้ยานำเข้าต่อไป โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา และค่าใช้จ่าย

๓  ด้วยความปรารถนาที่จะให้ผู้ป่วยที่ยากจนได้รับการรักษาฟรี ผมจึงได้นำเรื่องนี้ออกเผยแพร่ทางโอเคเนขั่นบล็อกแห่งนี้ในหัวข้อ “อนาคตของบัตร ๓๐ บาท ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์” ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ถึงชาวโอเคเนชั่นบล็อกให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยรับทราบ แต่ก็ยังไม่มีคนจนไปขอรับการรักษาฟรีเท่าที่ควร ในขณะที่คนรวยไปใช้สิทธิ์กันมากนับเป็นร้อย ๆ ราย

๔  ด้วยความเป็นห่วงว่า วันหนึ่งข้างหน้าโรคฮีโมฟิเลียคงจะถูกตัดออกจากโครงการรักษาฟรี ผู้ป่วยจะไม่สามารถซื้อยานำเข้ามารักษาตนเองได้ จึงได้เสนอให้สปสช. สภากาชาดไทย องค์การเภสัชกรรม ร่วมมือกันผลิตยานี้สำหรับใช้ภายในประเทศให้พอเพียง เช่นยารักษาโรคเอดส์ซึ่งขณะนี้องค์การเภสัชกรรมผลิตได้ในราคาถูกมาก แทนการส่งพลาสม่าไปแปรรูปเป็นชนิดผงแล้วส่งกลับมาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวก็ยังไม่ได้ตอบให้ทราบว่า จะทำอย่างไรให้ได้บ้าง?

หลังจากที่ได้อ่านบทความของคุณหมอ http://www.oknation.net/blog/tintinthai/2007/12/31/entry-2  ความคิดเรื่องการรักษาฟรีนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้องก็ได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาอีก จึงได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปว่า “แรกทีเดียวก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย”  เพราะได้สนทนากับ นพ. “ส” ไว้อย่างนั้นโดยไม่มีความรู้เรื่องเบื้องหลังมาก่อน แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าการเมืองมีบทบาทสำคัญอยู่ไม่น้อย ผมไม่เคยได้รับการบอกเล่ามาก่อนเลยว่า คนจนเสียประโยชน์ คนรวยได้ประโยชน์ การรักษาไม่มีคุณภาพ โรงพยาบาลขาดเงินดำเนินการ คนไข้หนีไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนจนหมดเนื้อหมดตัว ฯลฯ จึงขอยื่นยันระบบสังคมเกื้อกูลกันอีกครั้งหนึ่ง

พอดีขณะนี้มีข่าวด่วนออกมาว่า เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นพ. สงวน ฯ ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลรามาฯ ด้วยโรคมะเร็ง อายุ ๕๙ ปี จึงขอแสดงความเสียใจมายังญาติและครอบครัวของท่านมา ณ ที่นี้ด้วย และหวังว่ารัฐบาลใหม่และเลขาธิการสปสช.คนใหม่จะช่วยกันทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่สุขสบายไร้โรคาโดยทั่วถึงกัน

สวัสดีครับ

คนสองแผ่นดิน

โดย คนสองแผ่นดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net