วันที่ อังคาร มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ 3 ซูสมหาเทพ (ตำนานเทพกรีก)


เมื่อซูสยึดอำนาจจากโครนัสได้สำเร็จ ซูสก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจอมเทพแห่งสวรรค์โอลิมปัส โดยมีพี่ๆ ที่สำรอกออกมาจากท้องโครนัสเป็นกำลังสนับสนุน

ฝ่ายโครนัสเมื่อถูกขับไล่ออกจากสวรรค์โอลิมปัสก็ไปรวบรวมกำลังกลับมาทวงอำนาจคืนจากซูส กองกำลังฝ่ายโครนัสประกอบด้วยเทพบุตรไทแทน คือ ซีอัส ครีอัส ไฮเพอร์เรียน และไอแอพิทัส ส่วนโอเชียนัสกับเทพธิดาไทแทนที่เหลือวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด นอกจากนี้โครนัสก็ยังมีหลานๆ มาเป็นกำลังสนับสนุนในการศึกนี้ด้วย ที่เป็นจอมทัพคนสำคัญ คือ แอตลาส โอรสของไอแอพิทัสกับคลีมีน

สงครามแย่งชิงบัลลังก์สวรรค์เป็นไปอย่างดุเดือดยาวนานถึง 10 ปี ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ ในที่สุดจอมมารดาจีอาก็พยากรณ์ว่าหากต้องการชัยชนะ ซูสจะต้องใช้อาวุธที่ทรงประสิทธิภาพจากตรุทาร์ทะรัส

ซูสเชื่อคำพยากรณ์ จึงลงไปยมโลก ขอให้ไซคลอปส์ยักษ์ตาเดียวทำอาวุธให้แลกกับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากตรุทาร์ทะรัส ยักษ์ไซคลอปส์จึงผลิตสายฟ้ามอบให้ซูสใช้เป็นอาวุธ สร้างตรีศูลให้โปไซดอน และทำหมวกล่องหนให้ฮาร์เดส จากนั้นซูสก็พายักษ์ไซคลอปส์และยักษ์ 50 หัวจากตรุทาร์ทะรัสมาเป็นพวกต่อสู้กับฝ่ายโครนัส

ด้วยอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพของเทพทั้งสาม ในที่สุดซูสก็จับโครนัสได้ และพวกไทแทนบริวารก็ยอมแพ้ศิโรราบ

ซูสลงโทษโครนัสและบริวารโดยการเนรเทศน์โครนัสให้ไปอยู่เกาะกลางทะเล ซึ่งต่อมาโครนัสก็สามารถหนีออกจากเกาะนั้นได้และไปอาศัยอยู่ที่เฮสเพอเรียซึ่งก็คือดินแดนอิตาลีในปัจจุบันอย่างสงบ แอตลาสถูกลงโทษให้เป็นผู้แบกสวรรค์ไว้บนบ่า ส่วนผู้สนับสนุนอื่นๆ ก็ถูกจับไปขังในตรุทาร์ทะรัส

เสร็จศึกครั้งนี้ซูสก็แบ่งการปกครองออกเป็น 3 ส่วน คือ ตัวซูสเองปกครองสวรรค์และพิภพ ฮาเดสปกครองขุมนรกและบาดาล ส่วนโปไซดอนปกครองทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเหลือมหาสมุทรรอบนอกให้โอเชียนัสปกครองต่อไป

ส่วนยักษ์ไซคลอปส์ก็ช่วยสร้างพระราชวังที่โอ่โถงสง่างามบนยอดเขาโอลิมปัสมอบให้ซูสจอมเทพ พระราชวังนี้อยู่สูงเหนือเมฆ และสามารถมองได้ไกลรอบด้าน จอมเทพซูสจึงสามารถมองเหตุการณ์ต่างๆ บนโลกมนุษย์ได้จากพระราชวังแห่งนี้

เมื่อสงครามสงบ ซูสซึ่งมีความพึงพอใจในตัวมีทิสเทพธิดาไทแทนที่มาช่วยทำยาสำรอกให้โครนัสดื่มก็คอยเฝ้าตามตื้อมีทิสไปทุกแห่ง หวังจะได้นางเป็นชายา ฝ่ายมีทิสนั้นก็พยายามหลีกหนีโดยแปลงร่างไปต่างๆ นานา แต่ซูสก็ยังติดตามไปไม่ห่าง

ในที่สุดมีทิสก็ยอมแพ้ความพยายามของซูสและยอมรับซูสเป็นสวามีจนตั้งครรภ์ขึ้น แต่จอมมารดาจีอากลับพยากรณ์ว่าหากมีทิสมีโอรส โอรสนั้นจะโค่นอำนาจของซูส ด้วยความเกรงกลัวคำพยากรณ์ซูสจึงจับมีทิสกลืนลงท้องไป

ต่อมาไม่นานซูสก็มีอาการปวดหัวจนทนไม่ไหวต้องผ่าหัวออก จึงปรากฎร่างของเทพีเอเธนาในชุดนักรบเดินออกมาจากหัวของซูส เทพีเอเธนานี้เป็นธิดาของซูสกับเมทิส เป็นเทพีแห่งสติปัญญา และมักจะอยู่ใกล้ๆ ซูสเพื่อให้คำแนะนำซูสตลอดมา

เมื่อสิ้นมีทิสไปแล้ว ซูสก็เจ้าชู้มีชายาไปทั่ว แต่ที่หมายมั่นปั้นมือมากที่สุดก็คือเทพธิดาฮีราพี่สาวสุดสวย ฝ่ายฮีราก็เอาแต่หนีด้วยกลัวความเจ้าชู้ของน้องชายจนซูสไม่อาจเข้าใกล้ตัวฮีราได้ ซูสจึงใช้แผนแปลงร่างเป็นนกน้อยบินฝ่าสายฝนไปตกตรงหน้าฮีรา

ฮีราเห็นนกน้อยที่น่าสงสารบินหมดแรงมาตกตรงหน้า เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหนาว นางจึงโอบอุ้มนกน้อยนั้นไว้แนบออกเพื่อให้ไออุ่น ซูสได้ทีก็แปลงร่างกลับเป็นจอมเทพและกอดฮีราไว้จนนางไม่อาจหนีได้อีกต่อไป

ด้วยอุบายของซูสทำให้ฮีรารู้สึกอับอายจึงยินยอมอภิเษกกับซูสหลังจากที่หลีกหนีซูสมาได้ถึง 300 ปี และฮีราก็อยู่ช่วยซูสปกครองสวรรค์ที่เขาโอลิมปัสตลอดมา

พระนางฮีราให้กำเนิดโอรสธิดากับซูส คือ ฮีบี้ (Hebe) อิลลิธธียา (Ilithyia) และแอรีส (Ares) และด้วยอารมณ์โกรธที่เห็นซูสให้กำเนิดเทพีเอเธนาจากศีรษะ พระนางฮีราก็ให้กำเนิดโอรสโดยไม่พึ่งพาซูสบ้าง โอรสองค์นั้นคือ เฮฟิสทัส

ด้านการปกครองสวรรค์ในยุคแรกนั้น ซูสถูกท้าทายอำนาจอีกหลายครั้ง

เริ่มจากจอมมารดาจีอาที่มีความไม่พอใจซูส เนื่องจากซูสจับไทแทนซึ่งเป็นโอรสและธิดาของจอมมารดาจีอาหลายองค์ไปขังไว้ในตรุทาร์ทะรัส จอมมารดาจีอาจึงเนรมิตอสูรขึ้นตนหนึ่ง เรียกว่า ไทฟอน (Typhon) เป็นอสูรที่ดุร้ายและมีร่างกายประหลาดน่ากลัวมาก คือ มีหัวเป็นมังกรนับร้อยหัวที่ยาวเกือบจะถึงดวงดาว มีเปลวไฟพิษพวยพุ่งออกจากดวงตา มีลาวาไหลออกจากปาก แผดเสียงก้องกัมปนาทตลอดเวลาดังกว่าราชสีห์คำรามพร้อมกันเป็นร้อยตัว มันหักยอดเขาขว้างใส่เหล่าทวยเทพจนเทพทั้งหลายต่างตกใจพากันหนีเตลิดจากเขาโอลิมปัสไปหลบซ่อนตัวกันจ้าละหวั่น และด้วยความที่กลัวว่าอสูรจะตามทัน เทพเหล่านั้นยังจำแลงองค์เป็นสัตว์นานาชนิดด้วยเพื่อมิให้อสูรจำได้ เช่น ซูสจำแลงร่างเป็นแกะ ฮีราจำแลงร่างเป็นโค เป็นต้น

แต่เทพีแห่งสติปัญญาเอเธนาได้กล่าววาจาเตือนสติซูสจนซูสเกิดความละอายจึงกลับคืนสู่เขาโอลิมปัสอีกครั้งเพื่อหาทางปราบอสูรไทฟอน ส่วนเทพอื่นๆ เมื่อได้สติก็กลับมาช่วยซูสต่อสู้กับไซฟอน

ซูสใช้สายฟ้าอาวุธประจำตัวต่อสู้กับอสูรไทฟอนอย่างดุเดือด จนยากที่จะมีผู้ใดรอดชีวิตอยู่ได้หากเข้าไปใกล้บริเวณสู้รบ การสู้รบดำเนินไปเป็นเวลานาน ไทฟอนหันไปหักยอดเขาเอตนามาขว้างใส่ซูส แต่ซูสก็ใช้สายฟ้าฟาดยอดเขาเอตนาลอยละลิ่วกลับมาทับอสูรไทฟอนไว้ใต้เขาจนไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก ซูสจึงได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ครั้งนี้ ส่วนไทฟอนก็ยังคงถูกทับอยู่ใต้เขา และมันยังคงพยายามพ่นไฟ พ่นลาวา ออกมาอยู่บ่อยๆ

ต่อมาไม่นานนัก จอมมารดาจีอาก็เนรมิตยักษ์ร้ายชื่อเอนเซลาดัส (Enceladus) มาต่อสู้กับซูสอีก แต่ซูสก็สามารถจับยักษ์ร้ายเอนเซลาดัสไว้ได้ ซูสจับเอนซาลาดัสล่ามโซ่และขึงพืดไว้ใต้ภูเขาเอตนา เอนเซลาดัสคำรนคำรามแผดเสียงกึกก้องอยู่ใต้เขาเอตนาบางทีก็พ่นไฟขึ้นหวังจะทำอันตรายซูส ทำให้เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดอย่างรุนแรง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปเอนเซลาดัสก็เริ่มอ่อนแรงจึงหยุดสำแดงฤทธิ์อาละวาด เพียงแต่ขยับตัวทำให้เกิดแผ่นดินไหวเป็นครั้งคราวเท่านั้น

เมื่อทั้งอสูรไทฟอนและยักษ์ร้ายเอนเซลาดัสพ่ายแพ้อย่างราบคาบ จอมมารดาจีอาก็เลิกคิดจะเนรมิตสัตว์ร้ายใดๆ มาทำร้ายซูสอีก สรวงสวรรค์จึงสงบขึ้น

แต่สงครามสั่นบัลลังก์อำนาจของซูสยังมีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เกิดจากพี่น้องของตนเอง โดยมีมเหสีฮีราเป็นผู้นำกบฏ

เนื่องจากซูสขึ้นครองตำแหน่งจอมเทพตั้งแต่วัยหนุ่ม ด้วยนิสัยใจร้อน หุนหันพลันแล่น และเอาแต่ใจ เทพองค์อื่นๆ รู้สึกไม่พอใจจึงวางแผนโค่นอำนาจซูส แผนก่อการครั้งนี้นำโดยเทวีฮีราผู้เป็นมเหสี โปไซดอน เฮอร์เมส และเทพีเอเธนา โดยเทพีฮีรานั้นคิดก่อการโค่นอำนาจซูสส่วนหนึ่งมาจากเพราะเบื่อกับความเจ้าชู้ของซูสด้วย

เทวีฮีราลงมือมอมยาให้ซูสหลับ จากนั้นเทพกบฏก็เข้ามาจับซูสมัดไว้กับรถม้าด้วยเชือกหนัง และยึดสายฟ้าอาวุธของซูสไว้ด้วย เมื่อซูสได้สติก็ไม่สามารถแก้มัดเชือกหนังนั้นได้เพราะเทพกบฏผูกปมไว้ถึง 100 ปม

ระหว่างที่เหล่าเทพหารือกันว่าจะให้ใครขึ้นเป็นจอมเทพแทนซูส ธีทิสเทพีไทแทนผู้เป็นชายาองค์หนึ่งของซูสก็ได้เรียกเบรียรูสยักษ์ 50 หัว ให้มาช่วย เบรียรูสใช้มือ 100 มือแก้ปมเชือกทั้ง 100 ปมออกได้อย่างรวดเร็ว พอซูสเป็นอิสระก็สามารถแย่งสายฟ้ากลับคืนมาได้

เมื่ออาวุธสายฟ้าอันทรงอานุภาพกลับมาอยู่ในมือซูส เหล่าเทพกบฏต่างก็คุกเข่าขออภัยโทษต่อมหาเทพ

ซูสให้โปไซดอนและเฮอร์เมสสาบานว่าจะไม่คิดคดทรยศอีก จากนั้นก็ลงโทษสถานเบาให้ลงไปช่วยงานมนุษย์เป็นเวลา 1 ปี

สำหรับเทพีเอเธนานั้น ซูสไม่ได้ลงโทษ ด้วยเทพีเอเธนานั้นไม่ได้เต็มใจจะเข้ากับกลุ่มกบฏ

ส่วนมเหสีฮีราในฐานะผู้นำกบฏถูกลงโทษหนักโดยจอมเทพจับมัดด้วยสายเงินที่ข้อเท้า แขวนนางไว้กับขื่อสวรรค์ และเอาทั่งเหล็กมาถ่วงไว้ด้วย เฮฟีสทัสพระโอรสพยายามเข้าช่วยเหลือพระมารดา จึงถูกซูสจับโยนตกลงมาจากสวรรค์ทำให้ขาหักกลายเป็นเทพพิการไป

การลงโทษโดยการแขวนนี้เจ็บปวดทรมานมากจนพระนางฮีราทนไม่ไหวร้องไห้คร่ำครวญตลอดทิวาและราตรีแต่ไม่มีเทพองค์ใดกล้าช่วยเหลือ แต่ผ่านพ้นไปเพียงแค่ 4 วัน มหาเทพไม่ได้หลับได้นอนเพราะเสียงร้องคร่ำครวญของมเหสี พระองค์จึงบอกให้นางสาบานว่าต่อไปจะไม่คิดโค่นบัลลังก์ของพระองค์อีก พระนางฮีราไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นจึงยอมสาบาน มหาเทพจึงยุติการลงโทษนางและรับกลับเป็นมเหสีเช่นเดิม

วันเวลาผ่านไป เมื่อซูสเติบใหญ่ขึ้นนิสัยมุทะลุวู่วาม เอาแต่ใจก็ลดน้อยลง กลายเป็นมหาเทพที่ฉลาดและสามารถปกครองสามโลกได้อย่างเที่ยงธรรม และปล่อยบรรดาไทแทนออกมาจากตรุทาร์ทะรัสด้วย

โปรดติดตามตอนต่อไป.....

ที่มา : หนังสือ ตำนานเทพกรีก และ

http://angkarn.siamtapco.com/home/home.htm มีเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะมากมาย ลองเข้าไปดูได้คะ

โดย doreme_da

 

กลับไปที่ www.oknation.net