วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Hide (Hideto Mutsumoto) X-Japan


      ย้อนกลับไปซักราวๆ สิบกว่าปีที่แล้ว (เท่าไหร่ไม่รู้จำไม่ได้...5.5) หลายๆคนคงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าดนตรีญี่ปุ่นมีบทบาทอย่างยิ่งในเมืองไทย เรียกว่าเป็นผู้สร้างกระแสที่เรียกว่า J –Rock และเป็นวงแถวหน้าที่เป็นต้นแบบและสร้างกระแสดนตรีญี่ปุ่นก็คงหนีไม่พ้นวงดนตรีที่ใช้ชื่อว่า X – Japan และวงดนตรีวงนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า Melodic Metal แห่งแดนอาทิตย์อุทัยไม่ได้มีฝีไม้ลายมือด้อยไปกว่าวงจากอเมริกาเลยด้วยซ้ำ และหากพูดถึงมือกีต้าร์ของวงแล้วละก็คงปฎิเสธไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเขาคนนี้ “ Hide ”

    Hideto Mutsumoto หรือที่เรารู้จักกันว่า Hide ผู้ที่รับตำแหน่งขุนขวานแห่งวง เขาเกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ปี 1964 ในเมือง Yokosuka เริ่มต้นเลยเส้นทางการใช้ชีวิตก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กทั่วๆไปซักเท่าไหร่นัก ครอบครัวของเขาทำอาชีพเป็นร้านตัดผม ช่วงวัยเด็กทางบ้านต่างบังคับเขาให้เรียนอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ เรียนลูกคิด,เคนโด้ ,คาราเต้หรือแม้แต่ต้องไปหัดเรียนคัดลายมือเป็นต้น ในส่วนของดนตรีเขาก็ถูกบังคับให้เรียนเปียโน แต่เขาก็ไม่ยอมเรียนทำให้ปัจจุบันเขารู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้เรียน เพราะมันสามารถนำมาใช้งานได้อย่างมาก แต่ทั้งหมดนั้นเขาเองก็ยอมรับว่าเขาไม่เคยจะสนใจและใส่ใจมันเลยเหมือนกับเรียนๆมันให้จบๆไป จนเมื่อวันหนึ่งเขาก็ได้เริ่มต้นหันมาฟังเพลงอย่าง Arosmith นั้นคือจุดเริ่มต้นของความสนใจเกี่ยวกับเพลงร็อกและอีกครั้งหนึ่งที่เขาได้รู้จักสุดยอดวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่อาจเป็นจุดเริ่มในการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปเลยก็ได้เมื่อราวๆตอนที่เขาเรียนอยู่ ม.2 เมื่อเพื่อนร่วมชั้นแนะนำเขามารู้จักและฟังเพลงของวง Kiss กับอัลบัมชุดที่ปัจจุบันกลายเป็นประวัติศาสตร์ของดนตรีร็อกที่นักฟังเพลงหลายๆคนต่างให้การยอมรับมันนั้นว่ายอดเยี่ยมคืออัลบัมชุด “ Alive “ มันเต็มไปด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันพร้อมกับสไตล์การแต่งตัวที่มีการแต่งหน้าราวกับปีศาจ ทุกครั้งที่ Kiss มาเล่นคอนเสริตที่ญี่ปุ่น Hide ไม่เคยพลาดที่จะไปดูซักครั้ง และเขาก็เริ่มต้นสมัครเข้าเป็นแฟนคลับของวง และเริ่มรับข้อมูลและนิตยสารหรืออะไรทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Kiss และวงดนตรีวงนี้ทำให้เขาเริ่มที่จะหาวงดนตรีวงอื่นๆฟังตามมาไม่ว่าจะเป็น Led Zepplin ,Queen และอีกหนึ่งวงที่อยู่ในประเทศของเขาเองซึ่งวงดนตรีร็อกทุกวงในญี่ปุ่นต่างให้การยอมรับเป็นอย่างยิ่งนั่นคือวงที่ใช้ชื่อว่า Japan ซึ่งเป็นวง visual rock ที่แต่งหน้าวงแรกๆของญี่ปุ่นก็ว่าได้และนั่นคือจุดที่ทำให้เขาเริ่มอยากหันมาหัดเล่นกีต้าร์

    หลังจากที่เขาเริ่มหัดเลียนแบบท่าเล่นกีต้าร์จากไม้กวาดหรือไม่เทนนิสอยู่ซกพักใหญ่ๆ ครอบครัวของเขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อกีต้าร์ตัวแรกในชีวิตให้กับเขา มันคือกีต้าร์ยี่ห้อ Gibson เป็นทรง Lespaul เขาบ้าเห่อกับมันมากจนกระทั่งเพื่อนๆร่วมชั้นต่างให้ฉายาว่า MR.Gibson และดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็ภูมิใจกับชื่อนี้มาก เข้าข่ายประเภทกีต้าร์ดีแต่ฝีมือไม่ได้เรื่อง

    หลังจากนั้นฮิเดะก็เข้าเรียนต่อชั้นม.ปลาย เขาเข้าเรียนด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมนั้นคือ เขาต้องมีวงดนตรีเป็นของตัวเองให้ได้แต่แล้วความฝันทุกอย่างก็พังทลายเพราะว่าทางโรงเรียนได้ออกกฎมาว่าห้ามเล่นดนตรีร็อก แต่นั่นก็ยังไม่ใช้ปัญหาที่ใหญ่ของเขาซักเท่าไหร่เพราะว่าเขาก็แอบออกมาตั้งวงข้างนอก และอีกอย่างด้วยความที่เมือง Yokosuka เป็นเมืองที่เต็มไปด้วย pub และ live house อย่างมากมายที่มีไว้ให้กับทหารอเมริกัน ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นเหมือนแรงกระตุ้นอย่างแรงให้กับการตั้งวงดนตรีของเขาและการตั้งวงดนตรีร็อกก็ไม่ใช้เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป

   Hide ได้ตั้งชื่อวงของเขาว่า Saver Tiger เขาได้วางตัวเป็นหัวหน้าวง และก็สร้างกฎเกณฑ์กับวงอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ว่า ทุกคนในวงจะต้องแต่งตัวและแต่งหน้าให้ออกมาบ้าที่สุดพั้งก์ที่สุด และให้เหมือนกับวง Japan ด้วย หรือแม้แต่ว่าใครในวงไม่มีการพัฒนาในเรื่องของฝีมือจะต้องถูกเขาไล่ออกจากวงทันทีโดยไม่มีการพูดคุยกันก่อนเลย และแล้ววงดนตรีในนามว่า Saver Tiger ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของวงที่เล่นตาม Live House ต่างๆ รวมทั้งดังแซงหน้าวงของ Yoshiki กับ Toshi ที่ชอบแวะเวียนมาดูอยู่บ่อยๆไปไกลมาก เพลงที่พวกเขาเล่นก็จะมีเพลงของวง Japan , Led Zepplin ,Queen , Arosmith , Sex Pistol, The Crash และอีกมากมายรวมทั้งเพลงของพวกเขาเองด้วย

    วงดนตรีในนามว่า Saver Tiger ได้เปลี่ยนสมาชิกใหม่มากมายและก็ยังคงเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆยังไม่มีทีท่าว่าจะลงตัวซักที ในขณะเดียวกันนั้นชีวิตที่เขาจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ลงตัวเพราะแม้ว่าเขาจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ก็ต้องตกสัมภาษณ์อันเนื่องมาจากการที่เขาตอบคำถามที่ว่า “ ทำไม่คุณถึงเลือกที่จะเข้ามาเรียนที่นี่ ” Hide ตอบว่า “ ไม่รู้ว่าจะไปเรียนที่ไหนนอกจากที่นี่ “ ทำให้เขาจึงไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย และก็ดูเหมือนว่าวงดนตรี Saver Tiger ของเขาเองก็เริ่มจะมาจนสุดทางโดยใช้เวลาทั้งหมด 6 ปี จนมาถึงสมาชิกรุ่นสุดท้ายที่เรียกว่าเป็นยุคสุดยอดเลยก็ว่าได้ เพราะสมาชิกของวงในปัจจุบันต่างก็ประสบความสำเร็จในชั้นแถวหน้าของวงดนตรีร็อกของญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้ครั้งหนึ่ง Hide เคยได้บอกไว้ว่าหากครั้งนี้เกิดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอีกครั้งก็จะขอยุบวงนี้ไปเลย และแล้วเมื่อมือกลองของวงขอลาออก ทำให้ Hide จึงยุบวง Saver Tiger ไปโดยปริยาย

    ในเมื่อตัวของเขาเองนั้นไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแล้วอีกทั้งวงก็ยุบตัว เขาเลยตัดสินใจไปทำงานเป็นช่างตัดผมกับที่บ้าน และขณะเดียวกันแกนนำหลักของวง X อย่าง Yoshiki ผู้ที่มักแวะเวียนมาดู Hide เล่นอยู่บ่อยๆ ก็ได้ชวน Hide เข้าร่วมกับวง ซึ่งตัวเขาเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจทันทีเพราะสาเหตุหนึ่งก็คือว่ามีหลายคนพูดถึงวง X ในแง่ไม่ดีเยอะมากเช่นเวลาวงเกิดอาการเมาแล้วมักจะชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจำเป็นต้นแต่สุดท้ายด้วยความที่อยากเล่นดนตรีซะมากกว่า เขาจึงตัดสินใจตกลงที่จะร่วมเล่นกับวง X

    และแล้วเมื่อทุกอย่างลงตัวสมาชิกทั้ง ห้าไม่ว่าจะเป็น Yoshiki เล่นกลองและเปียโน Toshi ร้องนำ Taiji เบส Pata กีต้าร์ และ Hide กีต้าร์ พวกเขาก็เริ่มต้นเดินหน้าลุยในเรื่องของการทำเพลงและสุดท้ายเมื่อ Yoshiki ตัดสินใจที่จะก่อตั้งค่ายเพลงเป็นของตัวเองในนามว่า Ectazy Record ดังนั้นวงแรกที่อยู่ในสังกัดก็คือวง X นั่นเอง อัลบัมชุดแรกที่ออกมาให้ฟังกันก็คือ Vanishing Vision ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความแรงของแนวเพลง Melodic Metal อีกทั้งมีการนำเอาสไตล์คลาสสิคเข้ามาใช้ด้วย ตามมาด้วย Blue Blood และอัลบัมที่ต้องยกย่องให้เป็นอัลบัมแห่งประวัติศาสตร์ของวงเลยก็คือ Jealousy และแล้วก็เกิดเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นก็คือเมื่อ Taiji มือเบสของวงประกาศขอลาออกโดยไม่บอกสาเหตุและเขาจะออกเมื่อหลังจากสิ้นสุดทัวร์ครั้งสุดท้ายที่ Tokyo Dome

    ช่วงเวลานี้เองทำให้ทางวงต่างก็ต้องหามือเบสคนใหม่เข้ามาแทน จึงเป็นโอกาสอันดีที่สมาชิกวงต่างก็เริ่มมีเวลามากขึ้น แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปออกงานเดี่ยวของตน และแล้วอัลบัมอีกชุดที่ต้องยกให้เป็นอัลบัมที่ยอดเยี่ยมอีกชุดภายใต้ความคิดของ Hide ล้วนๆก็ออกมาให้เราได้ฟังกันโดยชื่อว่า Hide Your Face งานชุดนี้เปรียบเสมือนกับเป็นงานทดลองซะมากกว่าเพราะมีแนวเพลงให้ฟังหลายแนวไม่ว่าจะเป็นป็อป, เฮวี่,ฮาร์ดร็อค,โซล,ฟั้งค์ยันอินดัสเทรียล และแล้ว X ก็ได้มือเบสคนใหม่นั้นคือ Heath ซึ่งเป็นมือเบสจากวงรุ่นน้อง พร้อมทั้ง Yoshiki ประกาศเปลี่ยนชื่อวงเป็น X – Japan อันเนื่องมาจากมีวงจากอเมริกาใช้ชื่อวง X เช่นกันและแล้วอัลบัมต่อมาของวงออกมาให้ฟังกันนั้นคือ Art Of Life เป็นอัลบัมที่ช็อคคนฟังเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากความยาวของเพลงร่วมครึ่งชั่วโมงทั้งยังสมบูรณ์แบบไปด้วยความหนักของเฮวี่และความหวานของออเคสตร้าและเนื้อเพลงก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ในขณะเดียวกัน Hide ก็ได้ออกผลงานชุดที่สองออกมา Psyence ครั้งนี้งานเพลงเริ่มหนักขึ้นหลายเพลงแฝงไว้ถึงความเป็นอินดัสเทรียลมากขึ้นแต่ก็ยังมีเพลงสนุกๆให้ฟังกันอยู่ งานเดียวทั้งสองชุดนั้นเขายังดึงเอา Pata เข้ามาร่วมเล่นในยามทัวร์คอนเสริตอีกด้วย และอัลบัมชุดต่อมาของ X – Japan ก็ออกมาให้ฟังกันนั้นคือ Dahlia อัลบัมชุดนี้หากใครสังเกตุก็จะพบว่าวงได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ความหนักของเพลงเริ่มหายไปกลายเป็นเพลงช้าที่เพิ่มมากขึ้น และแล้วสิ่งร้ายแรงก็เกิดขึ้นเมื่อทางวงประกาศยุบวงและจะมีคอนเสริตเป็นครั้งสุดท้าย เหุตผลก็คือว่า Toshi ขอลาออก โดยที่ Toshi ได้บอกว่าเขาอยากจะไปทำงานเพลงที่อยากจะทำและอีกนัยคือเริ่มรู้สึกเบื่อ เช่นกันกับวงหากต้องขาดใครซักคนก็ขอยุบวงซะดีกว่า และสมาชิกที่เหลือก็เริ่มออกอัลบัมโซโล่อีกครั้ง Hide ก็เริ่มหันมาดูค่ายเพลงของตัวเองมากขึ้นที่ใช้ชื่อว่า Lemonded และก็ได้รวบรวมสมาชิกจากครั้งที่เคยเล่นเป็นแบ็คอัพในงานเดี่ยวของเขามาตั้งวงใหม่ในนามว่า Spread Breaver และต่อมาก็ได้ร่วมงานกับนักดนตรีชาวอเมริกันโดยทำเพลงออกมาแนวอินดัสเทรียลเนื้อเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆและใช้ชื่อวงว่า Zilch ในขณะที่มุมหนึ่งที่ X – Japan เองก็มีกระแสว่าจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2000

    แต่แล้วโลกก็ต้องสูญเสียมือกีต้าร์ที่ยอดเยี่ยมอีกคนไปตลอดกาล เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมปี 1998 ได้มีการพบศพโดยทราบชื่อภายหลังว่า Hideto Mutsumoto หรือ Hide นั้นเองโดยที่เขาได้แขวนคอตายกับลูกบิดประตูอีกทั้งปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดก็ยังสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย หลายๆคนสันนิฐานว่าเกิดจากความเครียดบ้างก็ว่าเกิดจากการที่เขารักษาโรคด้วยวิธีนี้แต่สุดท้ายก็ลงความเห็นว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ถึงกระนั้นก็ตามจนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่เป็นการคุ้มเลยที่วง X – Japan จะได้มาซึ่งความดังและมีคนรู้จักไปทั่วโลกจากข่าวการสูญเสียเพื่อนรักไปหนึ่งคน งานศพของเขาได้จัดขึ้นอย่างสมศักดิ์ศรีของซุปเปอร์สตาร์แห่งร็อก งานเพลงต่างๆทั้งเก่าและใหม่และที่ยังทำไม่เสร็จต่างก็มีออกมาให้ฟังกัน รวมถึงอัลบัมทรีบิวจากเพื่อนๆและวงรุ่นน้องอีกด้วย แต่อย่างไรชื่อของเขาก็ยังคงจารึกไว้ในใจหลายๆคนอย่างแน่นอน

ที่มาจาก : http://www.guitarthai.com/

โดย Mr_Com

 

กลับไปที่ www.oknation.net