วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรคประสาทกระเพาะอาหาร


 โรคประสาทกระเพาะอาหาร

- คนจำนวนมากมีอาการอึดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ปวดท้อง เป็น หาย ๆ แรมเดือน แรมปี แต่ไม่หายขาด หลายคนเที่ยวตระเวนรักษาตามสถานพยาบาลและโรงพยาบาลต่าง ๆ แห่งแล้วแห่งเล่า ได้รับการตรวจเลือดชนิดต่าง ๆ และการตรวจอุจจาระ บางคนได้ตรวจเอกซเรย์กระเพาะอาหารมากกว่าหนึ่งหรือสองครั้งบางคนก็ได้รับการตรวจกระเพาะอาหารด้วยกล้องตรวจด้วย บางคนอาจถูกส่งตรวจวิธีอื่น ๆ ที่สิ้นเปลืองมากรวมทั้งการตรวจช่องท้องด้วยรังสีระบบคอมพิวเตอร์ (CT scan) แต่แม้จะได้ทุ่มเทค่าใช้จ่ายไปกับการตรวจรักษามากมายก็หามีแพทย์ผู้ใดพบโรคของกระเพาะอาหารหรือโรคในช่องท้องชนิดอื่น ๆ ไม่ ผู้ป่วยด้วยอาการเช่นนี้มักจะปรึกษาแพทย์เพราะคิดว่าตนเป็น "โรคกระเพาะ" หลายคนกลัวว่าตนอาจมีโรคมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งภายในช่องท้องแอบแฝงอยู่

 หลายคนอาจสังเกตเองว่า อาการต่าง ๆ มักเป็นมากในช่วงที่มีความวิตกกังวลทุกข์ร้อนใจในปัญหาอื่น ๆ เช่น การเรียน การทำงาน ปัญหาการเงิน หรือปัญหาครอบครัว เป็นต้น เมื่อใดที่ปัญหาเหล่านี้ผ่อนคลายลง อาการต่าง ๆ ภายในช่องท้องก็จะลดลงหรือหายไปชั่วระยะหนึ่งด้วย แต่ผู้ป่วยอีกหลายรายจะปฏิเสธว่าไม่ได้มีความวิตกกังวลเรื่องใดซ่อนเร้นอยู่เลย และนึกไม่ออกว่าจะมีสาเหตุใด ๆ ทางอารมณ์ซ่อนเร้นอยู่ ผู้ป่วยทำนองนี้มีเพียงจำนวนน้อยมากเท่านั้นที่แพทย์อาจค้นพบสาเหตุแน่ชัดได้ในที่สุด (เช่น เป็นโรคแผลกระเพาะอาหาร, โรคลำไส้อักเสบ หรือโรคมะเร็งทางเดินอาหาร เป็นต้น) แต่ส่วนใหญ่แพทย์จะค้นหาสาเหตุไม่พบ ไม่ว่าจะได้ตรวจพิเศษวิธีต่าง ๆ โดยละเอียดเพียงใดก็ตาม (เช่น ตรวจด้วยวิธีเอกซเรย์ ตรวจด้วยกล้องส่องทางเดินอาหาร ตรวจด้วยวิธีคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ) ผู้ป่วยกลุ่มใหญ่กลุ่มหลังนี้ ทางการแพทย์รวมเรียกว่า "โรคประสาทกระเพาะอาหาร" (Functional gastrointestinal disorders) หรือที่เรียกกันพื้น ๆ ว่า "โรคประสาทลงท้อง"

สาเหตุ

แม้ว่าผู้ป่วย "โรคประสาทกระเพาะอาหาร" ส่วนใหญ่อาจมีสาเหตุจากภาวะด้านจิตใจแต่บางรายอาจเกิดโรคทางร่างกายก็ได้ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคเรื้อรังบางอย่างซึ่งอาจทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมทางเดินอาหารต่าง ๆ ทำงานผิดพลาดไป จึงเกิดอาการต่าง ๆ นอกจากนั้นผู้ป่วยบางรายอาจไม่ถูกกับอาหารบางประเภทหรือสุรา ทุกครั้งที่ร่างกายได้รับสิ่งเหล่านี้ก็จะก่อให้เกิดอาการ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุที่แท้จริงของอาการต่าง ๆ ของ "โรคประสาทกระเพาะอาหาร" ในผู้ป่วยแต่ละรายมักค้นไม่พบแพทย์จึงบอกได้แต่ว่า ไม่น่าจะมีโรคร้ายแรงใด ๆ แฝงอยู่และแนะนำให้ผู้ป่วยพยายามแก้ไขปัญหาทางจิตใจถ้ามี

อาการ

อาการของโรคนี้อาจคล้ายคลึงกับ "โรคกระเพาะ" ชนิดอื่น ๆ อาการที่พบบ่อยได้แก่ ท้องอืด หรือแน่นท้อง โดยมักจะเป็นหลังอาหารผู้ป่วยบางรายมีอาการปวดท้อง และถ่ายเหลววันละหลายครั้งร่วมด้วย บางรายก็ท้องผูก เนื่องจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ก็ทำงานผิดปกติแปรปรวนไปด้วยลักษณะเด่นของ "โรคประสาทกระเพาะอาหาร" อย่างหนึ่งก็คือ อาการต่าง ๆ มักมีความสัมพันธ์กับความตรึงเครียดของจิตใจหรืออารมณ์ ผู้ป่วยหลายคนสังเกตุเองว่ามักจะเกิดอาการในช่วงที่มีความเร่งร้อนในหน้าที่การงาน ความวิตกกังวล หรือความกลัว นักศึกษามักมีอาการมากในช่วงใกล้สอบ นักธุรกิจอาจมีอาการเพิ่มขึ้นก่อนการประชุมนัดสำคัญ เป็นต้น บางรายมีอาการหายใจขัด ใจสั่น หรือมือสั่นร่วมด้วย ซึ่งล้วนเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมอวัยวะต่าง ๆ เหล่านั้นแปรปรวนไป

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยโรคนี้ทำได้ไม่ยากเพราะลักษณะอาการมักจะบ่งชัด และการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจะไม่พบความผิดปกติใด ๆ เลย แพทย์ส่วนใหญ่จะพบและวินิจฉัยโรคนี้กันเป็นประจำ แต่อาจจะใช้ชื่อเรียกต่าง ๆ กัน แพทย์บางท่านอาจจะบอกผู้ป่วยว่า "ไม่เป็นไร" บางท่านก็บอกว่าผู้ป่วยเป็นโรค "ประสาท" หรือ "ประสาทลงท้อง" เป็นต้น แพทย์มักส่งตรวจภาพรังสีกระเพาะอาหารเพียงเพื่อยืนยันว่า กระเพาะอาหารไม่น่าจะมีโรคใดแฝงอยู่ เช่น โรคแผลกระเพาะอาหาร หรือ โรคมะเร็ง หากผู้ป่วยยังไม่มั่นใจ แพทย์ก็อาจส่งตรวจกระเพาะอาหารด้วยกล้องส่องต่อไป เพื่อเป็นการให้ความมั่นใจแก่ผู้ป่วยยิ่งขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

การรักษา

การรักษาโรคประสาทกระเพาะอาหาร ประกอบด้วย การรักษาทางอาการทางหนึ่งและการรักษาเชิงจิตบำบัดอีกทางหนึ่ง การรักษาตามอาการขึ้นอยู่กับอาการสำคัญของคนไข้ เช่น อาการอืดเน่นท้อง อาจใช้ยาลดลมในกระเพาะอาหาร อาการแสบท้องอาจใช้ "ยาลดกรด" ชนิดน้ำ หรือ ชนิดเม็ด อาการปวดเกร็งในท้อง อาจบรรเทาด้วย ยาลดการบีบเกร็งของกระเพาะอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง เป็นต้น ผู้ป่วยมักมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับยาเหล่านี้ แต่อาจเป็นอีกไม่ช้าหลังหยุดยา ผู้ป่วยที่วิตกกังวลเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ของตนมาก (เช่น กลัวจะเป็นโรคร้ายแรง หรือกลัวเป็นโรคมะเร็ง) มักมีอาการเพิ่มขึ้น
การรักษาตามอาการด้วยยาต่าง ๆ จึงไม่ค่อยได้ผลในระยะยาว จำเป็นต้องให้การรักษาเชิงจิตบำบัดควบคู่กันไปด้วยการรักษาเชิงจิตบำบัด หมายความถึง การพยายามแก้ไขหรือปรับปรุงส่วนที่บกพร่องในด้านจิตใจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เป็นต้นเหตุให้ระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหารแปรปรวนไป หากสามารถแก้ไขที่จุดนี้ได้ หรืออย่างน้อยที่สุดพยายามโน้มน้าวให้ผู้ป่วยเชื่อตามได้ว่า อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของกระเพาะอาหารหรือของอวัยวะใด ๆ แต่เกิดจากความบกพร่องด้านจิตใจและอารมณ์เป็นสำคัญ ก็อาจช่วยให้ผู้ป่วยทุเลาหรืออาจหายจากอาการต่าง ๆ ได้ แทนที่จะพึ่งยารักษาตามอาการแต่อย่างเดียวการรักษาเชิงจิตบำบัดนี้ ดูก็น่าจะเป็นงานของจิตแพทย์ แต่ในความเป็นจริงผู้ป่วยโรคประสาทกระเพาะอาหารน้อยรายมากที่อาจถึงขั้นจำเป็นต้องส่งปรึกษาจิตแพทย์ เพราะแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์โรคทางเดินอาหารมักให้การดูแลรักษาเชิงจิตบำบัดแก่ผู้ป่วยเช่นนี้ได้พอสมควร ความสำเร็จในการรักษาขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์ผู้รักษากับตัวผู้ป่วยเองมากกว่าสิ่งอื่นยิ่งกว่านั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่ย่อมไม่ประสงค์ จะพบจิตแพทย์หากไม่จำเป็นจริง ๆ

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วย "โรคประสาทกระเพาะอาหาร"


    -ให้แพทย์ตรวจเช็คร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีโรคร้ายอื่น ๆ ซ่อนเร้นอยู่ 
    - ภายหลังการตรวจ หากแพทย์บ่งว่าไม่มีร่องรอยความผิดปกติใด ๆ ควรยอม รับการวินิจฉัยในขั้นนี้ และไม่ควรวิตกกังวลเกินเลยไป 
    -หากมีความเครียดกังวลด้านการงานหรือปัญหาส่วนตัว ควรหาทางผ่อนคลายปัญหาไปตามสมควรโดยไม่กังวลเกี่ยวกับอาการทางช่องท้องมากนัก 
    - ทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด รสจัด หรืออาหารสุกดิบ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา 
    - ถ้าสูบบุหรี่หรือดื่มกาแฟ ควรลดลงให้มาก และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม 
    - พยายามทานผักและผลไม้สดให้มากทุกวัน 
    - หาโอกาสออกกำลังกายพอควร ถ้าทำเป็นประจำได้จะยิ่งดีขึ้น 
    - ลดการเที่ยวเตร่หรือการทำงานหนักเวลากลางคืน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเพียงพอหางานอดิเรกที่ไม่เป็นพิษภัย หรือท่องเที่ยวพักผ่อนในสถานที่สมควร การสนทนาธรรมกับผู้รู้จะช่วยได้มาก.

โดย PiMMeKo

 

กลับไปที่ www.oknation.net