วันที่ อังคาร เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความพยายาม


ความพยายาม

                                                                                                                                                                                                                        ร่ายสุภาพ

ฉันรู้สึกเสียใจ          ในเหตุการณ์ครั้งนี้    ให้เพื่อนซี้แต่งกลอน

คิดหลอกหลอนอาจารย์               ส่งงานทันเวลา             อ่านตำราเพลินใจ

ไม่ใยดีที่จะแต่ง                           ไม่รู้แบ่งเวลา                มันน่าสาแก่ใจ

คนอะไรไม่คิด                            ชอบทำผิดสัญญา      แต่เหมือนคราบาปกรรม

ที่ทำนั้นเหมือนนิ่ง                   สิ่งที่คิดไม่ถึง                   จึงไม่ได้ตั้งตัว

ใจระรัวสั่นไหว           ใครที่ไม่เคยเจอ                       ถูกเพื่อนเกลอหลอกลวง

ไม่ต้องห่วงเรื่องกลอน                  พรสวรรค์เรามี                    แต่งดีเมื่อไรเอา

เราจะแต่งมาให้                  ฉันไร้กังวลไซร้                     เอากลอนไว้ให้อ่าน

ขอให้ผ่านก็พอ               รออยู่เกือบสองเดือน                 เตือนเอากลอนมาให้

สิบบทไซร้ใคร่ครวญ    หวนนึกถึงอาจารย์                       แต่งกานท์วานใครหนอ

น้ำตาคลอนองหน้า         อ่อนล้าแทบเป็นลม                   ซมซานซบแอบหมอน

นอนคิดอยู่สองคืน        อยากเอาปืนยิงหน้า                     เฮ้ยเพื่อนข้าลวงโลก

อุปโลกน์ว่าเก่ง           ทำเป็นเบ่งว่าแน่                          แย่จริงจริงเพื่อนเราฉันโง่เขลาไปเอง         ถูกข่มเหงน้ำใจ                      ไม่โทษใครดีกว่า

ต้องไขว่คว้าทำงาน      อย่าไปพาลคนอื่น                        จึงตื่นแต่งตีสอง

ลองแต่งกลอนหลายรอบ      ตามระบอบครรลอ          ไม่เหลียวมองเวลา

ปาเข้าไปตีสาม               ยามนี้ใยไก่ขัน                             อะไรกันยังไม่เช้า

ฉันเฝ้านึกตรึกตรอง      ลองมองดูรอบตัว                        มัวแต่นั่งกลัวผี

คิดเปิดคีย์ลอกส่ง                  บ่งบอกถึงความชั่ว                      ที่ติดตัวฉันมา

ถ้าอาจารย์จับได้               ก็เข้าข่ายฉ้อฉล                           ที่ทนทำไม่เสร็จ

น้ำตาเล็ดคือฉัน                  หมดกันล่ะทีนี้                            ทุกคนชี้หน้าว่า

หมดปัญญาแล้วหรือ     นี่นะคือนิสิต                                เป็นบัณฑิตทำไม

คิดคิดไปใจหาย            มันน่าขายหน้าไหม                      บอกใครใครจะเชื่อ

ในเมื่อเหลือห้าวัน     จะเสร็จทันไหมหนอ                     ขออาจารย์เมตตา

เห็นแก่หน้าลูกศิษย์         คิดผิดไปใจหาย                          เกือบตายแล้วทีนี้

ชี้ทำงานไม่เสร็จ           เข็ดแล้วบอกตามตรง                   ปลงแล้วนะคนดี

จะได้ซีไหมหนอ            ไม่ขอเอาเด็ดขาด                        ให้มันบาดหัวใจ

อาจารย์ใคร่เมตตา       อนิจจาศิษย์น้อย                         เรียงร้อยถ้อยคำกานท์

สืบสานงานจรรโลง    ลองแต่งโคลงก็แล้ว                     มิแคล้วจะปวดหัว

กลัวจะแต่งไม่จบ         พบกับความผิดหวัง                     พังทลายหมดสิ้น

ดิ้นเท่าไรไม่หลุด        ผุดคิดขึ้นมาได้                           ยากไซร้เหลือคณา

อุปมาว่าเหมือน        ดั่งเดือนดับข้างแรม                     แถมกับความอ้างว้าง

ค้างคาใจเหลือที่      นี่หรือโคลงที่คิด                          ผิดไปกับหลักเกณฑ์

จึงต้องเบนเนื้อหา      บอกลาโคลงสุภาพ                      สารภาพหมดเชาวน์

เกลาไปไม่ไพเราะ      เสาะแสวงแต่งกลอน                   พรสวรรค์อาจมี

ทีนี้ได้ส่งแน่             แต่กลับแย่เหลือหลาย                  กลายเป็นไม่คล้องจอง

มองดูไม่เข้าท่า       ล่าช้าไม่ทันการณ์                        เหลือประมาณจะแต่ง

แบ่งวรรคตอนกลอนกานท์     ลองขับขานดูก่อน                    มันช่างอ่อนปัญญา

เนื้อหาไม่เข้าที          ท่าจะดีทีเหลว                            ดุจดังเปลวเทียนดับ

คิดจะปรับแต่งฉันท์     อันนี้แหละเข้าที                          ดูดีและเข้าท่า

มันก็น่าลองแต่ง       แต่ทะแม่งชอบกล                       ยลครุลหุ

ไม่ทะลุปรุโปร่ง                 ดูจะโข่งเหลือที่                           นี่นะหรือคือฉันท์

วันทั้งวันจมปลัก            อุปสรรคมากหลาย                      อายความคิดที่มี

ถ้อยวลีที่กล่าว              ดูเหมือนข่าวไม่กรอง                    ตรองคิดหาทางใหม่

ไขความคิดแบบง่าย         ลองแต่งร่ายสุภาพ                      ใจเอิบอาบแช่มชื่น

รื่นเริงดวงฤดี               ถ้อยวจีจำเพาะ                           เสนาะคำขับขาน

สานความคิดคล้องจอง     เป็นทำนองเรื่องเล่า                     ครั้งเก่าแต่ก่อนนี้

ชี้เห็นคติธรรม               น้อมนำมาจรรโลง                       เป็นโคลงร่ายสอนใจ

หวังพึ่งใครคนอื่น            ให้ยื่นมือมาช่วย                          มิป่วยจักสบาย

คลายจากความเหน็ดเหนื่อย    ทำเองเมื่อยมือเปล่า              เหมือนจับเจ่าสิ้นคิด

เบือนบิดผิดวิสัย               ขาดวินัยแห่งตน                          ผลของการพึ่งพา

นำมาซึ่งความทุกข์           ปลุกสติเสียใหม่                          ทำอะไรทุกสิ่ง

ให้พึ่งพิงตนเอง                ไม่หวั่นเกรงสิ่งใด                        ตั้งใจทำให้ดี

ไม่คิดหนีปัญหา        ใช้ปัญญาไตร่ตรอง                      มองให้ถึงเหตุผล

ปุถุชนทั้งหลาย         ตั้งเป้าหมายชีวิต                         ใช้ความคิดของตน

เป็นหนทางสร้างฝัน    เพื่อพลิกผันวิกฤต                       พิชิตความเป็นจริง

อีกสิ่งหนึ่งคือดินพอก  ลอกไม่ออกจากหาง                     สะสางงานไม่เสร็จ

มัวแต่เตร็ดเตร่เที่ยว      เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยทำ                      ถลำตัวและใจ

ไม่เป็นไรนิดเดียว             ลืมเฉลียวใจคิด                          เห็นว่าผิดเป็นชอบ

มิรอบคอบต่องาน          ตั้งแต่กาลเริ่มต้น                         งานล้นเรื่องเล็กน้อย

แล้วค่อยทำทีหลัง      เวลายังมีมาก                             ยากกว่านี้ยังไหว

มั่นใจในฝีมือ    ไม่ยึดถือเวลา                         อนิจจาประมาท

วาดหวังสวยเลิศหรู   ทางปูด้วยดอกไม้                        กลิ่นอายไซร้หอมกรุ่น

ครุ่นคิดแล้วหนักอก  พกพาความชอกช้ำ                      ว่าล้ำเลิศปัญญา

ดุจจะหาใครเทียม   มิได้เจียมตัวเอง                          ดั่งนักเลงแต่งกลอน

นอนก่อนแล้วค่อยทำ  เป็นประจำเสมอ                        เพื่อนเกลอคอยตักเตือน

แต่ลืมเลือนสนิท          คิดว่าไม่สำคัญ                           ผัดวันประกันพรุ่ง

เรื่องยากยุ่งรุมเร้า        เฝ้าแต่คิดไม่ทำ                           ดำเนินการล่าช้า

ไม่อ่อนล้าทำเก่ง           อวดเบ่งว่าตนแน่                         ที่แท้แย่โง่เขลา

เอาดินพอกหางหมู           มองดูแล้วใจหาย                        ที่หมายทลายพัง

อย่าหวังน้ำบ่อหน้า          ถ้าเราไม่แน่ใจ                             ทำสิงใดใคร่ครวญ

หวนนึกถึงเรื่องจริง     น้อมอ้างอิงภาษิต                        จริตติดแต่สุข

ทุกข์ไม่เคยคำนึง          ไม่นึกถึงเหตุผล                           อาจจะจนหนทาง

ที่เคยวางแผนนั้น       ครั้นหวังน้ำใจมิตร                       คิดพึ่งพาผู้อื่น

คงสดชื่นสมหวัง         ดังที่ตั้งใจไว้                               โดยมิได้ตระหนัก

เหมือนปักหลักในโคลน     โดนลมโยกไหวเอน                      เบนเบี่ยงไม่มั่นคง

จงเพียรพยายาม        ดำเนินตามฝั่งฝัน                        สักวันหนึ่งคงดี

หนทางมีให้เดิน         เพลินกับความมุ่งมั่น                   ไม่หวั่นอุปสรรค

ยึดหลักทางธรรม         น้อมนำให้ชีวิต                            มิเดินผิดเส้นทาง

บางอย่างนอกเหนือจาก   ความพากเพียรที่มี                      จงทำดีให้มาก

แม้ลำบากกายา             วาจาอ่อนไพเราะ                        เสนาะโสตผู้ฟัง

อีกทั้งยังย้ำเตือน       มิแชเชือนภาษิต                          สอนให้คิดแบ่งปัน

จงขยันอดทน        จงดิ้นรนขวนขวาย                       จงอย่าขายศักดิ์ศรี

จงทำดีเรื่อยไป        จงใส่ใจการงาน                          จงอย่าวานเพื่อนฝูง

จงอย่าสูงเกินงาม     จงทำตามบทบาท                       จงอย่าขาดสัญญา

จงพึ่งพาตนเอง    จงเกรงใจผู้อื่น                            จงหยิบยื่นไมตรี

จงอย่าหนีปัญหา    จงปรึกษาบัณฑิต                        จงอย่าคิดอิจฉา

จงมุสาไม่เป็น           จงอย่าเห็นแก่ตัว                         จงอย่าชั่วทำดี

อย่ารอรีผัดวัน           อย่าประกันผู้อื่น                          อย่าตื่นตูมก่อนเหตุ

อย่าเข้าเขตต้องห้าม        อย่าเดินข้ามก่อนเห็น                   อย่าทำเป็นรู้มาก

อย่าปากเก่งสอพลอ        อย่าพนอเจ้านาย                      อย่าพึงหมายลาภยศ

อย่าขบถตนเอง     อย่าข่มเหงผู้อื่น                       อย่าหยิบยื่นสิ่งชั่ว           

อย่ามั่วการพนัน    อย่าเพ้อฝันสิ่งผิด                        อย่าคิดออกนอกรีต

อย่ากีดกันโอกาส    อย่าประมาทชีวิต                          อย่ายึดติดวัตถุ

เปิดกรุครั้งเก่า         จะมาเล่าให้ฟัง           ยังคงเป็นตำนาน

เล่าขานสืบต่อมา    ตาสากับตาสี            แกสองพี่น้องกัน

ผูกสัมพันธ์รักใคร่   มีนาไร่เท่ากัน                              พ่อแบ่งปันมาให้

ไว้ทำมาหากิน   ว่าสินทรัพย์เหล่านี้                      บ่งชี้ให้เลี้ยงทุน

อดทนและขยัน        ฝ่าฟันอุปสรรค                            ตามหลักอิทธิบาท

ไม่ขาดการประพฤติ     ยึดหลักความพอใจ                     โยงใยความเพียรพาก

ไม่ลำบากกายา        ตาสีเชื่อบิดา                               มีมานะบากปั่น

ไม่หวั่นหนทางไกล     แกใฝ่ในทางดี                             และมีความเมตตา

ในอุรามั่นคง        ลงนาตั้งแต่เช้า                           เฝ้าดูพันธุ์พืชผัก

หมั่นรักษาพันธุ์ไม้   เอาไว้ขายเป็นทุน                       หมุนเวียนในครอบครัว

ไม่มัวเมาอบาย    ค้าขายกำไรงาม                          เดินตามทางสายกลาง

วางตนเป็นแบบอย่าง      ต่างจากผู้เป็นน้อง                       ซึ่งเกิดท้องเดียวกัน

ชอบผลัดวันอยู่เรื่อย     บ่นว่าเหนื่อยประจำ                     ไม่ทำการสิ่งใด

มีจิตใจย่อท้อ           ชอบเลียนล้อพี่ชาย                      ชอบสบายเป็นนิจ

ชอบเห็นผิดเป็นชอบ     ไม่นบนอบผู้อื่น                           นอนตื่นสายประจำ

กิจควรทำไม่สน                         จนนาไร่รกร้าง                             สร้างหนี้สินล้นหัว

ชอบทำตัวนักเลง           ข่มเหงผู้เป็นพี่                             ที่มีจิตเมตตา

นาและไร่แกขาย       มิช้าหายหมดตัว                         มัวคิดชั่วเป็นโจร

โดนตำตรวจจับกุม        คุมไว้ในห้องขัง                           กำลังใจไม่มี

ถึงทีต้องรับกรรม    ธรรมะไม่คุ้มครอง                       ตรองไว้เป็นบทเรียน

ชอบเบียดเบียนผู้อื่น      ต้องขมขื่นระทม                          ตรมอุราฤทัย

ไม่มีใครอยากคบ     ตาสาจบชีวิต                              ด้วยลิขิตตนเอง

ไม่กลัวเกรงบาปกรรม    ทำตัวแย่เรื่อยมา                     พาให้เกิดความทุกข์

ไร้ความสุขทุกครา        ตรมอุราตรอมใจ                         ไม่มีใครห่วงหา

ตาสาแกนั้นขลาด        ขาดความพยายาม                      เกรงขามการทำดี

ไม่มีการปรับตัว        ต้องหมองมัวหัวใจ                      ด้วยนิสัยสิ้นคิด

ปกปิดความชั่วร้าย      ชอบป้ายสีเพื่อนพ้อง                    พี่น้องยังระราน

จากนิทานที่เล่า            เรื่องเก่าครั้งก่อนนี้                       ชี้ให้เห็นคติ

มิให้หวังพึ่งใคร            สิ่งใดจะทำได้                             หากไม่ใช้ฝีมือ

ควรยึดถือตังเอง           ไม่เกรงอุปสรรค                          รู้จักทางแก้ไข

มีจิตใจมุ่งมั่น             ไม่หวั่นต่อสิ่งใด                          ทำไปอย่างเต็มที่

เต็มปรี่ด้วยความหมาย    พร้อมพลีกายเพื่องาน                  แม้นมินานเท่าไร

ไวเหลือเกินห้าวัน         ฉันรีบปั่นทันที                             มิรอรีเวลา

เร่งสรรหาแต่งร่าย         ที่กล่าวง่ายข้างต้น                       ค้นความคิดของตน

เพื่อยลต่อสายตา         ในอุราแช่มชื่น                             ตื่นจากความงมงาย

รีบคลี่คลายปัญหา           ใช้ปัญญาตนเอง                         รีบบรรเลงแต่งร่าย

คงง่ายและเข้าที           ดีต่อความสามารถ                      ดั่งที่วาดหวังไว้

ให้บรรลุเป้าหมาย                  คลายจากปมปัญหา                    คิดพึ่งพาผู้อื่น

จะขมขื่นผิดหวัง          พังพินาศลงได้                            ไว้เป็นอุทาหรณ์

วอนเตือนใจเสมอ       ไม่เผอเรอหลงผิด                        อิดออดต่อการงาน

สานต่อความสร้างสรรค์  อัศจรรย์ให้เห็น                            เป็นจริงเข้ามาแล้ว

โอ้เพื่อนแก้วของฉัน     ยืนยันต่อความคิด                       มิเบือนบิดอำพราง

ไว้วางใจให้ทำ                นำคะแนนมาให้                          แต่ไม่ได้ดังหวัง

ชังเธอคงไม่ดี              ถ้าจะมีความผิด                          คิดว่าเราผิดเอง

คิดข่มเหงน้ำใจ            สิ่งใดที่แล้วมา                            เพื่อนยาจงอภัย

นิสัยที่ไม่เหมาะ       เพราะหวังความสบาย                 เกือบสายเกินจะแก้

แท้ที่จริงแล้วคือ                  มือของเรานั้นมี                           แต่กลัวดีไม่พอ

รีรอต่อเวลา                         มาจวนเจียนไม่ทัน                      วันนี้แหละสุดท้าย

ร้ายหรือดีอย่างไร                   ตั้งใจทำทุกสิ่ง                            ยิ่งใกล้ความเป็นจริง

หญิงหยิ่งในศักดิ์ศรี               ดีก็มีให้เห็น                                เป็นเหมือนเช่นคนอื่น

คำชื่นชมคงมี                       จากวจีอาจารย์                            ที่ขับขานร่ายมา

พาอุราแจ่มใส                       มิทันไรก็จบ                                พบกับความสมหวัง

พลังกายและใจ                     มอบให้ในการงาน                       นานมาแค่ห้าวัน

พลันพบความสำเร็จ           เบ็ดเตล็ดกล่าวมา                            ศรัทธาคงมีบ้าง

การอันใดอย่าได้                  หวังพึ่งใครอื่นไซร้                         บ่ได้แลเหลียว

                                                                                                           

                                                            JJJJJ 

                                                                           รจนา

โดย รจนา

 

กลับไปที่ www.oknation.net