วันที่ ศุกร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลังงาน รุ่นใหม่ สร้างไฟฟ้าจาก ลม


          

          “ลม” ถือเป็นแหล่งพลังงาน “สะอาด” มีศักยภาพสูง เพราะมีอยู่ทั่วไปในอากาศ ใช้เท่าไหร่ไม่มีหมด และกระบวนการผลิตพลังงานยังไม่ปล่อยของเสียทำลายสิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก เรียกว่ามีคุณสมบัติโดดเด่นสมเป็นพลังงาน “ทางเลือก” พลังของลมจึงถูกพัฒนามาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าในรูปแบบของ “เทคโนโลยีกังหันลม” (Wind Turbine for Electric)

            กลไกการทำงานกังหันลมผลิตไฟฟ้าจะคล้ายกับกังหันลมที่ใช้ในการสูบน้ำ โดยกังหันลมจะรับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล จากนั้นพลังงานที่ได้จะถูกนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะมีทั้งกังหันลมขนาดเล็ก (Small Wind Turbine) และกังหันลมขนาดใหญ่ (Large Wind Turbine)

            ในต่างประเทศที่ก้าวหน้ามองการณ์ไกล ขณะนี้นำพลังงานลมมาใช้กันทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน  สเปน  สหรัฐอเมริกา อินเดีย อิตาลี อังกฤษ  จีน ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ส่วนในไทย ก่อนหน้านี้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมยังเป็นแค่ “โครงการสาธิต” ไม่ได้ใช้เชิงพาณิชย์จริงจัง เพราะติดที่ต้นทุนผลิตสูง ราว 6 บาทต่อหน่วย แต่เมื่อสถานการณ์น้ำมันผันผวน ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ สูงตาม ปัญหามลพิษจากเชื้อเพลิงต่างๆที่ทำให้ใครๆส่ายหน้า เรื่องของการผลิตไฟฟ้าจากลมจึงถูกหยิบยกมาพัฒนาจริงจัง เพราะคุณสมบัติเด่น เป็นพลังงานสะอาด ไร้สาร แถมมีให้ใช้ได้ไม่จำกัด!

            ยิ่งถ้ามองถึงศักยภาพพลังงานลมในประเทศไทย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ประเมินว่า “มีหลายแหล่ง” โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์จนถึงปัตตานีเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ศักยภาพของกำลังลมเหมาะที่จะนำมาผลิตไฟฟ้ามากสุด

            เรื่องของการสนับสนุนการวิจัยเชิงวิชาการ การสร้างแรงจูงใจไม่ต้องห่วง ตอนนี้กระทรวงพลังงานออกนโยบายให้ “ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า” (Adder ) กับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยกำหนดให้ส่วนเพิ่มอีก 3.50  บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี ยิ่งถ้าหากเป็นการผลิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะให้ส่วนเพิ่มอีก 1.50 บาทต่อหน่วย

            พลังงานลม จึงเป็นพลังงานยอดฮิตติดลมบน ขณะนี้มีเอกชนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานทั้งไทยและนานาชาติดาหน้ามาร่วมพัฒนาพลังงานน้องใหม่ ซึ่งประกอบด้วย  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) , บริษัท ผลิตไฟฟ้าพลังลม จำกัด และ บริษัท Eurus Energy Japan Corporation ได้ประกาศทำโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้  ด้วยกำลังการผลิต 35 เมกะวัตต์ วงเงินลงทุนกว่า 1,800 ล้านบาท

            ในอีก 18 เดือนข้างหน้านับจากวันเซ็นสัญญาลงนามร่วมมือโครงการระหว่างบริษัทเอกชนกลุ่มดังกล่าวเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2550  คาดว่า โครงการนี้จะเป็น “โครงการแรก” ของเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมให้เป็นเชิงพาณิชย์ที่ "ใหญ่ที่สุด" เสกลมเป็นไฟฟ้าได้ ทีนี้จะได้ลดปัญหาเชื้อเพลิงมลพิษไปอีกพะเรอ

            เอกชนเริ่มขานรับ หน่วยงานรัฐก็ยังกระตุ้นต่อ ขยายโครงการต้นแบบในหลายๆพื้นที่  เพื่อเชิญชวนพิสูจน์ศักยภาพของพลังงานลมของไทย อย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็หันมาพัฒนาโครงการบริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความเร็วลมในระดับที่เหมาะสม เฉลี่ยกว่า 6 เมตรต่อวินาที ซึ่งโดยปกติโรงไฟฟ้าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ตั้งแต่ความเร็วลมที่ระดับ 3 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป โครงการนี้จะติดตั้งกังหันลม  2 ชุด ชุดละ 1 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 3.50 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง จะแล้วเสร็จในปี 2551 ทีนี้คนโคราชก็จะมีโอกาสได้ใช้พลังงานทันสมัยจากลม!

            เทคโนโลยีของกังหันลมผลิตไฟฟ้ายังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ กฟผ.เลยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรีวิจัยพัฒนากังหันลมผลิตไฟฟ้าต้นแบบขนาดกำลังผลิต 50 กิโลวัตต์ ถ้าทำสำเร็จนั่นหมายถึงเราจะมีเทคโนโลยีที่สามารถทำได้เอง ขณะที่พลังงานก็มีอยู่แล้ว

            ข้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็มีโครงการนำร่องผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา พพ. ก็มีแผนจะพัฒนาโครงการ ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะพบว่า พื้นที่ราบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่าน จังหวัดพัทลุง มาถึงจังหวัดสงขลา ความยาว 140 กิโลเมตร เป็นทำเลที่ ”ดีที่สุด” ในการผลิตไฟฟ้าจาพลังงานลม เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความเร็วลมเฉลี่ย 5 เมตรต่อวินาที มีความพร้อมด้านระบบสายส่ง 33 เควี ที่สำคัญ มีแนวถนนสามารถขนส่งอุปกรณ์ต่างๆได้สะดวก   

            โครงการแรกของพพ. อยู่ระหว่างก่อสร้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2550 ส่วนอีกโครงการตั้งอยู่ที่ตำบลหัวไทรเช่นกัน มีกำหนดแล้วเสร็จต้นปี 2552 โครงการนี้จะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากลมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

            พพ.ยังมีแผนนำร่องผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ แหลมตาชี อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี แผนปรับปรุงสถานีวัดลม ขณะเดียวกันยังมีแผนปรับปรุงสถานีวัดลมที่มีอยู่ทั่วประเทศ 50 สถานี เพื่อให้แต่ละสถานีสามารถวัดความเร็วลมได้ที่ความสูง 90 เมตร จากปัจจุบันวัดได้ในระดับ 40 เมตร เพราะความเร็วลมในระดับสูงมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความเร็วลมในระดับต่ำ มีแผนพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าในความเร็วลมระดับไม่เกิน 3.5  เมตรต่อวินาที เพื่อให้เหมาะสมกับความเร็วลมเฉลี่ยในประเทศไทย ช่วยเพิ่มโอกาสในการผลิตไฟฟ้าที่ความเร็วลมต่ำอีกทางหนึ่ง 

            แม้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตพลังงานจากลมต่ำ และมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น แต่กระทรวงพลังงานก็มุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนาพลังงานทดแทนในทุกๆ รูปแบบ เพื่อคนไทยทุกคน.

โดย greenenergy

 

กลับไปที่ www.oknation.net