วันที่ เสาร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมู่บ้านวิญญาณเร่


 ข่าวคราวของผู้คนที่ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงหรือดลบันดาลให้เป็นไปต่างๆนา แพร่สะพัดไปทุกหัวระแหงของหมู่บ้าน สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนอยู่ไม่น้อย ผู้นำหมู่บ้านซึ่งท่านเองเป็นคนอยู่ในศีลในธรรม ถือเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ใครๆก็นับถือ นอกจากท่านจะเอื้ออารีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว ท่านยังชอบอนุเคราะห์สัตว์ตกยากทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ กระทิง แรด หรือแม้แต่เต่า ท่านก็ไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง 

    เหตุการณ์อันใดที่จะทำให้ชาวบ้านในความดูแลของท่านเป็นทุกข์ มันจึงเป็นเสมือนความทุกข์ของท่านด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องวิญญาณผีร้ายที่ออกอาละวาดอยู่ขณะนี้ มันสร้างความประหวั่นให้ท่านผู้นำไม่น้อย และปัญหาหนักอกที่สุดก็คือวิญญาณร้ายนั้นได้ครอบงำผู้คนไว้เป็นจำนวนมาก

   เหตุด้วยก่อนหน้านี้วิญญาณตนนี้ คือวิญญาณของผู้กว้างขวางที่อยู่ในหมู่บ้านนี้มาก่อน มันสิงสถิตอยู่ในศาลโอ่โถงอลังการ มีข้าทาสบริวารมากมายเป็นข้าคอยรับใช้ และชาวบ้านเองก็ให้ความเคารพนับถือเพราะเชื่อว่าวิญญาณตนนี้จะดลบันดาลชีวิตให้ดีขึ้นได้ 

  ก็ทำไมจะไม่น่าเชื่อล่ะ เพราะมันสามารถเสกเงินก้อนใหญ่หล่นใส่หัวชาวบ้านคนละเป็นหมื่นเป็นพัน และเงินก้อนนั้นก็ทำให้ชาวบ้านมีการสื่อสารและการคมนาคมที่ดีขึ้น เพราะมีทั้งโทรศัพท์มือถือ มีทั้งรถมอเตอร์ไซด์ ขับอวดความร่ำรวยกันในหมู่บ้าน เท่านั้นยังไม่พอมันยังเสกบ้าน เสกที่อยู่ให้คนยากจนอยู่กันมากมาย  แล้วใครเล่าจะไม่เชิดชูมัน ความดีของมันล้นหัวล้นฟ้าในสายตาและความรู้สึกชาวบ้าน ในเมื่อปัจจัยของคนจนก็คือเงิน

   ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสัญญาว่า จะทำให้คนจนหมดไปจากหมู่บ้านให้จงได้ และในความเป็นจริง คนจนก็เกือบจะหมดไปจากหมู่บ้านจริงๆ เพราะขับมอเตอร์ไซด์แหกโค้งบ้าง ชนกับรถบรรทุกบ้าง ตายไปตั้งหลายคน เห็นไหมผิดคำสัญญาของมันซะเมื่อไหร่ แล้วใครเล่าจะไม่สรรเสริญเพราะ ความใจกว้างของมันล้นหัวล้นแผ่นดิน           

   นั่นถือเป็นกลยุทธของมัน แต่อีกด้านหนึ่งของมัน พวกพ้องของมัน กำลังรุมทึ้งผลาญทรัพย์สมบัติของหมู่บ้านอยู่ ชาวบ้านตาดำๆหารู้ไม่ เพราะมันทำอย่างเงียบกริบ แยบยล ใครก็ไม่รู้เท่าทัน นานนับเดือนนับปี 

    จนวันหนึ่งก็มีนักบุญท่านหนึ่งที่บังเอิญแสวงบุญผ่านมายังหมู่บ้านแห่งนี้ และนั่งทางในมองเห็นว่าหมู่บ้านนี้กำลังจะล่มสลายด้วยวิญญาณร้าย ท่านจะรับรู้และผ่านไปเฉยๆก็ใช่ที่ ไม่ดูดำดูดีปล่อยให้เป็นไปก็หาใช่ปกติวิสัย ท่านจึงแอบส่งกระแสจิตให้คนในหมู่บ้านบางส่วนที่ยังไม่ถูกครอบงำให้รับรู้  คนเหล่านี้จึงมารวมตัวกันที่อาศรมนักบุญ แล้วท่านนักบุญจึงบริกรรมคาถาเสกเป่าลงในอ่างน้ำมนต์ ภาพเหล่าวิญญาณร้ายและพวกพ้องจึงปรากฏ พวกมันกำลังรุมทึ้งกินสมบัติของหมู่บ้านอย่างตะกุมตะกาม ภายใต้หน้าฉากที่สวยหรู ของผู้อารีคนยากจน 

  ทุกคนฮือฮากับภาพที่เห็น อ่างน้ำมนต์ทรงกลมขึ้นเป็นภาพกระจ่างชัด มุมนั้นเป็นผู้หญิงผมยาวฟูยกกระบังหน้า โหนกแก้มสูงกำลังกัดทึ้งที่ดินผืนงามย่านใจกลางเมือง อีกด้านเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ยิ้มตาหยีกำลังตะกามกินสนามบินของหมู่บ้าน ยังไม่หมดเท่านี้  โน่น ไฟฟ้า โทรศัพท์  ไปรษณีย์ พวกมันกำลังขนใส่รถบรรทุกไปประเคนขายให้ต่างชาติอยู่ โอ! สมบัติของหมู่บ้านเรา กำลังถูกพวกมันดูดกลืน 

 “ฉิบหายแล้ว”

 ใครบางคนอุทานออกมาอย่างลืมตัว

   หลังจากนั้นก็มีผู้คนมารวมตัวกันที่อาศรมนักบุญมากขึ้นจากการบอกเล่ากันปากต่อปากจนกลายเป็นมวลชนกลุ่มใหญ่ รวมถึงผู้ที่เคยภักดีต่อวิญญาณร้ายบางส่วนที่ได้รู้ความจริงก็พากันกลับใจ เสียงเรียกร้องให้ผีร้ายรับผิดชอบต่อการกระทำของมันดังขึ้นทุกวัน แต่มันก็นิ่งเฉยหนำซ้ำยังแก้ตัวว่ามันถูกใส่ร้าย จากหมู่คนที่เสียผลประโยชน์ และตัวมันเองก็ท้าชนทุกรูปแบบเพราะถือว่ามีคนอีกจำนวนหนึ่งภักดีต่อมันอยู่ จนคนในหมู่บ้านแบ่งฝักฝ่ายฟาดฟันกันเอง 

  ร้อนถึงนักบุญที่มองเห็นว่าจะเกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ขึ้นในหมู่บ้าน ท่านจึงรวบรวมสมัครพรรคพวกผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าจากทุกสารทิศ เข้าจู่โจมและขับไล่ผีร้ายตนนั้นไปจนพ้นหมู่บ้านแล้วจึงตั้งท่านผู้นำผู้มากด้วยศีลธรรมขึ้นมาปกครองหมู่บ้านพร้อมทั้งปลุกเสกสายสิญจน์เส้นยาวให้ล่ามพันเป็นขอบเขตรอบหมู่บ้านป้องกันการกลับเข้ามาของวิญญาณร้าย 

  นับแต่นั้นมาคนในหมู่บ้านก็อยู่กันด้วยความสงบสุขตลอดกาลนาน 

นั่นเป็นประโยคจบที่ยังไม่ถึงเวลาใช้ในตอนนี้ มันยังใช้ไม่ได้กับหมู่บ้านนี้ ผีร้ายตนนั้นยังไม่ไปไหน มันวนเวียนรอบหมู่บ้าน พยายามอย่างเต็มที่ที่ฝ่าข้ามสายสิญจน์ศักดิ์สิทธิ์เข้ามาในหมู่บ้านให้ได้ ทั้งใช้วิชามารที่มันมีอยู่ ทั้งส่งตัวแทนไปเจรจากับท่านผู้นำก็ไม่เป็นผล จำต้องร่อนเร่พเนจรไปตรงโน้นที ตรงนี้ที ทำตัวเป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนไร้รังนอนเรียกคะแนนสงสาร

   แต่ด้วยพลังวิชามารและทรัพย์สมบัติมหาศาลที่มันดูดกลืนมาจากหมู่บ้านรวมถึงข้าทาสบริวารในหมู่บ้านที่ยังภักดีต่อมันอีกมากมาย มันจึงใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ มันเสกเงินให้หล่นใส่หัวบริวารของมัน ให้เอาไปจ้างคนปั่นป่วนสร้างความวุ่นวาย จ้างคนให้ถือป้าย เดินเท้า ขับรถอีแต๋นให้ออกมาเรียกร้องขอให้มันกลับสู่หมู่บ้าน มันจ้างกระบอกเสียงให้แก้ต่างข้อความผิดของมัน มันเจื้อยแจ้วฝากเสียงของมันผ่านคลื่นโทรศัพท์ที่มันแจกเงินให้ชาวบ้านซื้อไว้แต่แรก กรอกหูชาวบ้านว่ามันถูกใส่ร้าย กันชาวบ้านหลงลืมชื่อมัน 

   “มันไม่ไปไหนไกล มันวนเวียนอยู่รอบๆสายสิญจน์”

ท่านผู้นำกล่าวด้วยสีหน้าวิตกกังวล เพราะเห็นว่าคนในหมู่บ้านเริ่มจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอีกแล้ว แล้วท่านก็ตัดสินใจเรียกพรรคพวกมาช่วยอีกแรง ในที่นี้มีนายสมานกับนายฉันท์มาเป็นตัวหลักในการไกล่เกลี่ยให้ชาวบ้านปรองดองกัน ด้วยความสนิทสนมค้นเคยกัน ท่านผู้นำมักจะเรียกทั้งสองคนนี้ว่าสมาน-ฉันท์ ติดกันเสมอ สองคนนี้ทำหน้าที่ได้ดีบ้างไม่ดีบ้าง เพราะเวลาออกไปทำงาน ท่านผู้นำมักจะให้ทั้งสองคนนี้ขี่เต่าที่ท่านเลี้ยงไว้มากมายเป็นพาหนะประจำตำแหน่ง บ่อยครั้งกว่าเต่าจะพานาย สมาน-ฉันท์ ไปถึงที่หมายจึงมักไม่ทันการณ์   เพราะบรรดาเต่าของท่านหาใช่เต่านินจา แต่เป็นเพียงเต่านาต้วมเตี้ยม

   ท่านผู้นำยังมีผู้ช่วยอีกหลายคน ที่ถูกชักชวนให้มาทำงานร่วมกันต้านวิญญาณร้าย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยินดีมาร่วมงาน แต่พอเข้ารับตำแหน่งแล้ว ท่านผู้ช่วยเหล่านั้นก็มัวแต่นั่งกอดตำแหน่งที่คิดว่าโก้หรู จะขยับทำอะไรบ้างก็เพียงแต่ไปถ่ายรูปภาพตัวเองในตำแหน่งใส่กรอบทอง ขยายจนเกือบเท่าผนังบ้านแขวนไว้โชว์ใครต่อใคร นัยว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล  ที่เหลือก็นั่งกระดิกเท้าเซ็นหนังสือในงานที่ไม่จำเป็นและไม่ต้องใช้สมองไปวันๆ

   ท่านผู้นำทั้งหนักใจและเหนื่อยอ่อน เพราะสมุนวิญญาณเร่ร่อน ยังขย่มเขย่าอยู่ทุกหย่อมหญ้า ทุกวันได้แต่นั่งภาวนาบำเพ็ญเพียร ส่งแรงใจผ่านนายสมาน-ฉันท์และบรรดาเต่านาทั้งหลายได้ทำงานให้ลุล่วง นึกถึงตัวเองว่าไม่ควรเลย เข้าป่าเข้ารก ดูนก ชมไม้ หรือพาแม่ไอ้หนูไปเที่ยวรอบโลกซะก็ดี ไม่ต้องลำบากกายลำบากใจ กลืนไม่เข้า(ติดลูกกระเดือก)คายไม่ออก(คอหอยอักเสบ)อยู่ทุกวันนี้ แต่นึกไปนึกมา ข้าก็หนึ่งวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นไซร้ก็รับชะตากรรมต่อไป

    ส่วนท่านนักบุญ หลังจากพาสมัครพรรคพวกช่วยกันร่ายอาคมขับไล่ผีอิทธิพลจนกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนออกไปได้สำเร็จ ก็ยังมิได้ออกไปจากหมู่บ้านไปไหน ยังคงช่วยท่านผู้นำกำกับดูแลหมู่บ้านอยู่อีกทางหนึ่ง เพราะท่านผู้นำและท่านนักบุญได้สัญญาต่อกันไว้ว่า ทั้งสองจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันเคียงบ่าเคียงไหล่เสมือนคอหอยกับลูกกระเดือกนั่นเชียว

  ท่านนักบุญนั่งทางในเห็นอีกว่า วิญญาณร้ายเร่ร่อนตัวนั้น มันแอบต่อท่อน้ำเลี้ยงแห่งความชั่วร้ายฝังดิน ลอดผ่านสายสิญจน์เข้ามาในหมู่บ้านแล้วแตกสาขาไปยังสมุนของมันที่มีอยู่ทั่วทิศ สมุนเหล่านี้จึงยังชุ่มชื่น มีชีวิตชีวาและมีแรงลุกขึ้นมาสร้างความปั่นป่วนเดือดร้อนกับผู้คนในหมู่บ้านอยู่เนืองๆ

   เดือดร้อนที่ท่านนักบุญต้องระดมมิตรสหายช่วยกันขุดดินหาท่อน้ำเลี้ยงกันวุ่นวาย ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขุดเจอ บางครั้งขุดไปสุ่มสี่สุ่มห้าไปโดนท่อประปาหมู่บ้านแตก ท่านนักบุญก็โดนชาวบ้านด่าตั้งแต่หัวบ้านยันท้ายบ้าน เพราะน้ำที่ทะลักออกมามันทำให้น้ำท่วมหมู่บ้านไปครึ่งหนึ่ง และก็เกิดเป็นคลื่นทั้งบนน้ำและใต้น้ำตามมา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้านก็ร้อนแล้งขาดแคลนน้ำเพราะท่อแตกส่งน้ำไปไม่ถึง มีทั้งเสียงไฟประทุไม่แพ้ด้านที่น้ำท่วมเพราะด้านโน้นมีคลื่นใต้น้ำ ด้านนี้เลยไม่อยากน้อยหน้า มีไฟใต้ประทุอยู่ทุกวัน จะเอาน้ำตรงไหนดับ

  ท่านนักบุญเห็นเหลือกำลังจึงร้องขอให้ท่านผู้นำมาช่วยกันวางมาตรการสกัดกั้น แต่ท่านผู้นำก็สนองตอบเพียงการส่งนายสมาน-ฉันท์ คู่เกลอ แถมด้วยเต่านาอีกจำนวนหนึ่งมาช่วย แต่ก็หาได้ทันใจท่านนักบุญไม่ เพราะเต่าก็คือเต่าและนายสมาน-ฉันท์ก็ยังขี่เต่ามาทำงาน 

  เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ชาวบ้านจึงสังเกตเห็นว่าบางทีลูกกระเดือกกับคอหอย ของท่านผู้นำและท่านนักบุญก็ทำงานไม่สัมพันธ์กัน เฮ้อ!น่าเห็นใจเสียจริง 

  เห็นทีหมู่บ้านนี้จะเข้าสู่กลียุคซะแล้ว ดูเอาเถิด ฟากหนึ่งน้ำท่วม ฟากหนึ่งแห้งแล้ง ส่วนชาวบ้านก็ฟากหนึ่งหนุนฝ่ายวิญญาณเร่ร่อน ฟากหนึ่งหนุนท่านผู้นำ และก็ยังมีอีกฟากหนึ่งหนุนหมอนนอนเปิดแอร์อยู่ที่บ้านไม่สนใจใคร โลกจะร้อน ค่าไฟจะขึ้น หมู่บ้านจะเป็นยังไง ช่างแม่ง!

   ถ้าใครเดินทางผ่านไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ก็ช่วยหน่อยเถิด อนุเคราะห์ท่านผู้นำและท่านนักบุญ ให้ปราบวิญญาณเร่ร่อนให้ราบคาบทีเถิด หมู่บ้านหาไม่ยาก ดูในแผนที่เห็นเป็นรูปเหลี่ยมๆนั่นละ

ใช่เลย

โดย โนเนม1523

 

กลับไปที่ www.oknation.net