วันที่ เสาร์ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากเทมาเส็ก....สู่สิงค์โปร


จากเทมาเส็ก....สู่สิงค์โปร

 

หลายคนรวมทั้งผมก็ได้ยินชื่อของเทมาเส็กครั้งแรกหรืออาจจะเป็นอีกครั้งที่เริ่มสนใจเมื่อต้นปี 49นี้เองว่ามันเป็นบรรษัทยักษ์ใหญ่ของสิงค์โปร  และเมื่อหลายเดือนก่อนนี้ผมก้ได้ดูรายการของดิสคัฟรีแชเนลมีการนำเสนอเรื่องของสิงค์โปรด้วยเหมือนกัน แต่เรื่องบบรษัทเอาไว้ทีหลังครับ วันนี้ผมจะมานำเสนอเรื่องราวความเป็นมาคร่าวๆของเทมาเส็กสู่สิงค์โปรให้ชาวบลอกได้อ่านกัน

 

จริงๆแล้วชื่อเรียกดินแดนสิงค์โปรในปัจจุบันนั้นพึ่งจะมีการเรียกกันในช่วงศตวรรษที่  14 นี่เอง  เมื่อก่อนดินแดนแห่งนี้มีชื่อว่าเตมาเซ็กเป็นเมืองท่าของชวา อยู่ใกล้กับแหลมมาลายู  แต่เรื่องราวครั้งยังเป็นเมืองเตมาเซ็กนั้นยังไม่แพร่หลาย เมืองท่าแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิไชยมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 13  และหลังจากการล่มสลายของอาณาจักรศรีวิไชยทำให้การครอบครองเกาะแห่งนี้เปลี่ยนกันไปหลายต่อหลายมือ จนกระทั่งตกอยู่ภายใต้การปกครองของสุลตานแห่งมะละกา(ปัจจุบันเป็นเมืองหนึ่งในมาเลเซีย) ในศตวรรษที่ 15 หลังการมะลากาตกเป็นเมืองขึ้นของโปตุเกศ ในปี ค.ศ.1511 เมืองดังกล่าวตกอยู่ภายใต้การดูแลของสุลตานมาเลย์แห่งโยโฮร์(ปัจจุบันเมืองหนึ่งในมาเลเซียใกล้กับสิงค์โปร)

 

 

ที่มาของชื่อสิงค์โปรในปัจจุบันเล่ากันว่ามาจากภาษาทมิฬและสันสกฤต มาจากคำว่าสิงห์ กับคำว่าปุระ  ที่แปลว่าเมืองแห่งสิงโต  ว่ากันว่าชื่อนี้ได้รับการตั้งโดยเจ้าชายจากสุมาตราผู้มีพระนามว่าซัง นีลา อูตามา(อูตามาแปลว่าที่หนึ่ง) ผู้ซึ่งได้มาพักหลบพายุฝนยังเกาะแห่งนี้  พระองค์ได้สังเกตเห็นสัตว์แปลกประหลาดตัวหนึ่งที่บนชายฝั่ง โดยหัวหน้าเจ้าหน้าที่ได้บอกว่าเป็นสิงโต แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าไม่เคยมีปรากฎสิงโตอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้เลย(อ้าวแล้วที่เห็นละคือตัวอะไร) สัตว์ตัวที่เห็นอาจจะเป็นพวกเสือมาลายันมากกว่า

 

มีบันทึกกล่าวถึงการตั้งถิ่นฐานของชุมชนตั้งแต่ศตวรรษที่สองภายใต้ชื่อที่เรียกว่าเทมาเส็ก  เทมาเส็กเป็นเกาะหนึ่งในมหาอาณาจักรศรีวิไชย  เทมาเส็กได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในการเป็นเมืองท่าที่ประสบผลสำเร็จในยุคนี้  แต่ต่อมาได้หมดความสำคัญไปในช่วงศตวรรษที่ 14 และมีร่องรอยอดีตของเทมาเส็กหลงเหลืออยู่น้อยมากที่พบในสิงค์โปรในปัจจุบัน

 

และในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 16 ถึง ศตวรรษที่ 19 ตอนต้นเกาะสิงค์โปรได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสุลตานแห่งโยโฮร์  ต่อมาในช่วงสงครามมาเล-โปรตุเกศ เมื่อปี ค.ศ. 1613 เกาะแห่งนี้เลยได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกศในตลอดศตวรรษที่เหลือ และก็ตกเป็นของดัชต่อมาในศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตามตลอดเวลาในช่วงนี้ประชากรส่วนใหญ่ของเกาะสิงค์๋โปรมีแค่เพียงชาวประมงเท่านั้น

 

และแล้วผู้ที่จะมาพลิกผันเกาะแห่งนี้ไปสู่ความก้าวห้าก็ได้ย่างกรายเข้ามา  เขาผู้นั้นคือ  เซอร์ ทอร์มัส สแตนท์ฟอร์ท แรฟเฟิ้ล  เขาขึ้นฝั่งที่เกาะแห่งนี้และได้มองเห็นถึงศักยภาพที่มีอยู่ของที่นี่ในเรื่องของการเป็นเมืองท่าการค้าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  เขาจึงได้ไปทำสนธิสัญญากับเจ้าของเกาะคือสุลตาน ฮูเซน ชาห์ในฐานะตัวแทนของบริษัทบริติชอินเดียตะวันออก  เพื่อที่จะทำการพัฒนาสิงค์โปรให้เป็นเมืองท่าในการค้าขายของจักรภพ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่

 

ผู้ช่วยของเขาคือนายวิลเลี่ยม ฟากูฮาร์ได้เล็งเห็นการหลั่งไหลเข้ามาของผู้คนโดยการที่เขามีนโยบายอิสระในการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่นี่  ถึงแม้บริติชอินเดียได้เข้ามาปกครองที่นี่ตั้งแต่ปี1958 สิงค์โปรก็เพิ่งจะได้รับการเป็นอาณานิคมที่ขึ้นตรงต่อเครือจักรภพอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1868 เท่านั้น และต่อมามีผู้คนอาศัยอยู่ที่เกาะถึง 100,000 คนเมื่อปี  1869

 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองกองทัพญี่ปุ่นได้บุกเข้าโจมตีมาลายา  กองทัพอังกฤษก็พ่ายแพ้ไปที่สมรภูมิสิงค์โปรหลังจากการรบเพียง  6 วันเท่านั้น  สุดท้ายก็ต้องยอมมอบฐานที่มั่นให้กับนาพลโตโมยูกิ ยามาชิตะ เมื่อวันที่ 15  กุมภาพันธ์ 1942 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของการพ้ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของจักวรรดิ์อังกฤษ  ญี่ปุ่นได้ตั้งชื่อสิงค์โปรเสียใหม่ว่า โซนันโต หรือ โชนัน ซึ่งหมายความว่า แสงสว่างแห่งทางใต้ จนกระทั่งอังกฤษได้ยึดสิงค์โปรคืนเมื่อวันที่ 12 กันยายน ปี 1945   หนึ่งเดือนหลังจากการยอมแพ้สงครามของญี่ปุ่น

 

ต่อมาสิงค์โปรได้กลายเป็นรัฐที่ปกครองตนเองภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ  โดยมีนาย ยูโซฟ บิน อิชัค เป็นผู้นำสูงสุด(น่าจะเท่ากับราชาทำนองนั้น) และนายลี กวน ยูเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก  สิงค์โปรได้ประกาศเอกราชจากอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1963 ก่อนที่จะรวมเข้าเป็นสหพันธ์รัฐมาเลเซียในเดือนกันยายน พร้อมๆกับมาลายา ซาบาห์และซาราวัค ตามผลข้อตกลงที่จะร่วมประเทศกันลงนามที่สิงค์โปรปี 1962

 

ต่อมาสิงค์โปรได้ออกจากสหพันธ์รัฐในสองปีต่อมา  อันเนื่องมาจากความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ระหว่างรัฐบาลของรัฐกับรัฐบาลของสหพันธ์รัฐ  สิงค์โปรมีอธิปไตยเป็นของตนเองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1965 โดยยูโซฟ บิน อิชะอ์ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี  ส่วนนายลี กวน ยูก็ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

 

จาการเริ่มต้นของประเทศเล็กๆที่แทบไม่มีทรัพยากรอะไรเป็นของตนเอง ภายใต้การบริหารของนาย ลี กวน ยู ทำให้ส่ิงมหัศจรรย์เกิดขึ้น  ในช่วงการบริหารโดยนายลีตั้งแต่ปี 1965 ถึงปี 1990 เขาได้จัดการ อัตราการว่างงานลดลง เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชากรให้สูงขึ้น  สร้างโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ รวมถึงการก่อสร้างโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างเพื่อรองรับ แผนการด้านเศรษฐกิจที่จะพลิกให้สิงค์โปรเป็นผู้นำตัวเล็กๆ แต่ระดับโลก ได้อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

 

ปัจจุบันคงมีทั้งคนที่ชื่นชมและที่ไม่ปลื่มประเทศนี้อยู่มากแต่จากการที่ประเทศเล็กๆที่มีคนอยู่ไม่กี่หยิบมือ และแทบไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเป็นของตนเองเลย(แม่แต่นำ้ต้องซื้อจากมาเลเซีย) เจริญเติบโตจนสามารถอยู่ในแถวหน้าของโลกได้  แม้บางคนจะบอกว่าขนาดมันเล็กดูแลง่ายทุกอย่างเลยง่ายตามไปด้วย  คงไม่มีใครปฎิเสธถึงฝีมือของผู้นำประเทศของเขาเป็นแน่แท้


สนต้นที่เก้า


ภาพประกอบจาก(ตามลำดับ) 

http://www.tws.com.sg/singapore/sin_assets/information/merlion/New_Merlion1.jpg

http://www.singapore-x.com/stuff/singapore_lg.gif

http://www.theodora.com/wfb/photos/singapore/esplanade_singapore_photo_stb.jpg

http://www.hotelbestdeal.com/amberpiz/singapore/singapore6.jpg

http://cache.eb.com/eb/image?id=10281&rendTypeId=4

โดย สนต้นที่เก้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net