วันที่ อังคาร เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สัญญาณอันตรายเมื่อสะพานเชื่อมถนนคุนหมิง – กรุงเทพฯเปิด


                 ความคืบหน้าของการสร้างสะพานเชียงของ – ห้วยทรายของลาว ซึ่งเป็นสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 หลังจากการสร้างที่หนองคาย และมุกดาหาร

                  โครงการสะพานดังกล่าวนับเป็นโครงการสำคัญที่สุดในขณะนี้ ตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor Bridge Project) เพื่อเติมเต็ม Missing Link การเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างไทย สปป.ลาว และจีน

                ทั้งนี้เบื้องต้น การศึกษายังได้ระบุจุดที่ตั้งสะพานทั้งฝั่งไทย ไว้ที่บริเวณ บ้านปากอิง เหนือ ต.เวียง อ.เชียงของ  และฝั่งลาว โดยมีการประชุมร่วมเพื่อประสานงานโครงการฯ มาแล้ว 3 ครั้ง ก่อนหน้านี้ได้ประมาณวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 31 ล้านเหรียญ สรอ. (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เรื่องผู้ลงทุนการก่อสร้างที่ชัดเจน

                ต่อมา ในการประชุมระดับผู้นำ APEC ณ ประเทศเวียดนาม ฝ่ายจีน โดย รมว.กระทรวงพาณิชย์ พร้อม ที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งจากมูลค่าโครงการรวมซึ่งจะใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสะพาน / Border Control Facility และถนนทั้งหมดในฝั่งลาวและขอให้ไทยเร่งดำเนินการในส่วนที่อยู่ในฝั่งไทย

               ด้านไทยเอง รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบในหลักการการออกค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งโครงการก่อสร้างสะพานฯ แล้ว เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างได้ในปี 2550 กำหนดแล้วเสร็จปี 2553 มีกรมทางหลวงเป็นผู้ออกแบบ เป็นสะพานกว้าง 13.7 เมตร ยาว 400 เมตร โดยประมาณการค่าก่อสร้างทั้งโครงการ (รวมค่าก่อสร้างสะพานถนนเชื่อมต่อ 2 ฝั่ง ด่านพรมแดน ค่าสำรวจออกแบบ ควบคุมงาน ค่าในการได้มาซึ่งที่ดิน ค่า Contingencies) รวมวงเงินประมาณ 44 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ถนนฝั่งไทย 4.45 กิโลเมตร ถนนฝั่งลาว 5.41 กิโลเมตร ความกว้างสะพานทั้งสิ้น 16.7 เมตร (ทางรถวิ่ง+ทางเท้า+ราวสะพาน) ความยาวสะพาน630 เมตร

                ล่าสุดจากการประชุม 4 ฝ่าย ไทย-สปป.ลาว-จีน-ADB เพื่อหารือแนวทางการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor Bridge)  ในระหว่างวันที่ 12-13 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มีผลการประชุมที่น่าสนใจดังนี้คือ

                1.) ขอบเขตโครงการ จะคลอบคลุมการก่อสร้างถนนจาก แยกทางหลวงหมายเลข 3 ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ถึงทางหลวงหมายเลข 1020 .เชียงของ จ.เชียงราย / การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง/ การก่อสร้างด่านพรมแดน (Border Control Area) และการกันพื้นที่ Common Control Area ตามหลักการ Single Stop Inspection ของแต่ละฝ่าย และการก่อสร้างจุดเปลี่ยนการจราจรในฝั่งประเทศไทย

                2.)เงินทุนการก่อสร้าง จีนและไทยจะออกค่าใช้จ่ายฝ่ายละครึ่งของค่างานโครงการ ไม่รวมค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและงานที่เกี่ยวข้อง โดยไทยและลาวจะต้องเป็นผู้ออกเอง

                3.) การออกแบบรายละเอียดโครงการ (Detailed Design) ที่ประชุมรับข้อเสนอของประเทศไทยในการออกค่าใช้จ่ายจำนวนประมาณ 35 ล้านบาท ในการออกแบบรายละเอียดโครงการ ฝ่ายไทย (โดยกรมทางหลวง) จะเป็นผู้คัดเลือกที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียดและจัดทำ TOR และให้จีน ลาว และ ADB ร่วมเป็นคณะกรรมการกำกับการศึกษาโดยจะมีการประชุมคณะกรรมการฯ ดังกล่าวจำนวน 3 ครั้ง โดยกรมทางหลวงจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 9 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือน มี.. 51

                4.) รูปแบบสะพาน สามารถเปรียบเทียบรูปแบบสะพานก่อนปรับลดและหลังปรับลดได้ดังนี้

·        ความกว้างสะพานรวม (เมตร) 16.70/ 14.70

·        ความกว้างช่องจราจร (แต่ละข้าง) 3.50/ 3.50

·        ความกว้างไหล่ทาง (แต่ละข้าง) 2.50 /2.00

·        ความกว้างทางเท้า (แต่ละข้าง) 1.50/ 1.25

·        ความกว้างเกาะกลาง 1.00 /0.50

·        ความกว้างราวสะพาน (แต่ละข้าง) 0.35 /0.35

·        มูลค่าโครงการ (ล้านเหรียญ สรอ.) 44/ 31

                5.) การทำสัญญาการก่อสร้าง จะทำสัญญาเดียวทั้งโครงการ (Single Contract) โดยมีข้อดีในแง่การประกวดราคา/การควบคุมงานและทำให้เกิดการใช้เงินมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่อย่างไรก็ดี จะมีการพิจารณาเปรียบเทียบกับวิธีการแบ่งเป็น 3 package ซึ่งก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำโขง ถนนเชื่อมต่อ BCF ทั้งใน สปป.ลาว และในไทย ด้วยเช่นกัน

                6.) คุณสมบัติผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้ควบคุมการก่อสร้าง (Contractor / Supervisor) ต้องเป็นการดำเนินการร่วมกัน (Joint Venture) ระหว่างผู้รับเหมาจีนและไทยและอาจจะประกอบด้วยผู้รับเหมาลาวก็ได้ โดยคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องตรวจสอบให้ดีก่อนขั้นตอน pre-qualification หลักการนี้ให้ใช้ได้กับการคัดเลือกผู้ควบคุมการก่อสร้างและจะต้องได้รวมเอาที่ปรึกษาชาวลาว (Lao PDR entity) ด้วย

                การดำเนินงานโครงการ แบ่งเป็นสองช่วง คือ

                1. ช่วงออกแบบรายละเอียด (Detailed Design Phase) เพื่อพิจารณาในเรื่องเทคนิค การเงินนโยบายของโครงการ โดยให้ทั้งสามประเทศแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการศึกษาให้แล้วเสร็จก่อนจะได้ บ.ที่ปรึกษา

                2. ช่วงประกวดราคาและการก่อสร้าง (Procurement and Construction Phase) ให้มีคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการประสานระดับนโยบาย (Project CoordinatingCommittee: PCC) และกรรมการระดับปฏิบัติงาน (Project Management Committee: PMC)โดย PCC ประกอบด้วยผู้แทนไทยและลาวและเชิญผู้แทนจากจีนเข้าร่วมประชุมด้วย โดยการประชุมในประเด็นที่รัฐบาลไทยและลาวเห็นว่ามีความสำคัญและเกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างสะพานสามารถดำเนินการจัดได้

                ในส่วนของไทยเองหลังจากนี้สภาพัฒน์ฯ จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนเมษายน 2550 เพื่อพิจารณาในประเด็นเร่งด่วนคือการขอรับงบประมาณกลางปี 2550 เพื่อให้กรมทางหลวงว่าจ้างที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียด(Detail Design) ได้ หลังจากนั้นก็จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติในหลักการเรื่องการจัดทำ MOU การพัฒนาโครงการฯ / เรื่องการจัดตั้ง PCC และ PMC และเรื่องกรมทางหลวงดำเนินการตั้งงบประมาณปี 2551 เพื่อเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นต้น

สะพานเชื่อมคุนหมิง – กรุงเทพฯ –R3A

สัญญาณอันตรายหากไทยไม่พร้อม

                สำหรับสะพานที่จะสร้างเชื่อมเชียงของ – ห้วยทรายของลาวดังกล่าว จะรองรับกับถนนสาย R3e จากคุนหมิง สิบสองปันนา จีน - แขวงหลาวน้ำทา แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว - เชียงของ จ.เชียงราย และกรุงเทพฯ - แหลมฉบัง ขณะนี้ทั้ง 3 ประเทศกำลังร่วมกันก่อสร้างอยู่  โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ส่วน

                ช่วงกิโลเมตรที่ 161-250 จากชายแดนจีน ถึงใจกลางภาคเหนือของลาว ระยะทางประมาณ 90.. รัฐบาลจีนเป็นผู้ก่อสร้าง

                ช่วงกิโลเมตรที่ 84-160 ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงกลางของเส้นทาง รัฐบาลลาวรับผิดชอบ โดยธนาคารพัฒนาเอเชียเป็นผู้ให้กู้ มีบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด ของไทยเป็นผู้รับเหมา

                ช่วงสุดท้ายคือ กิโลเมตร 0-84 รวมเส้นทางที่ผ่านตัวเมืองห้วยทรายอีก 16 กิโลเมตร ถึงชายแดนลาว-ไทย ด้าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไทยเป็นผู้รับผิดชอบ โดยส่วนหนึ่งให้เป็นเงินกู้ให้เปล่า อีกส่วนเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมวงเงิน 1.3 พันล้านบาท เงินส่วนหนึ่งใช้ในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา อีกส่วนหนึ่งชดเชยค่าทำถนนแก่เหมืองลิกไนต์ เวียงภูคา ที่ดำเนินการโดยนักธุรกิจชาวไทยเช่นกัน

                ทั้งนี้เหลือวงเงินสำหรับการก่อสร้างประมาณ 900 ล้านบาท  เพื่อก่อสร้างถนนช่วงบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ถึงบ้านสอน แขวงหลวงน้ำทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ระยะทางทั้งสิ้น 100 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 823 ล้านบาท  และกำหนดแล้วเสร็จ กลางปี 2550

                หากเส้นทางดังกล่าวเสร็จก็จะทำให้การเดินทางจากเชียงของ - แขวงบ่อแก้ว แขวงหลวงน้ำทา ผ่านด่านบ่อหาร บ่อเต็น - สิบสองปันนา ระยะทางประมาณ 500 กว่ากิโลเมตรสะดวกมากยิ่งขึ้น และเป็นเส้นทางคมนาคมทางเลือกอีกช่องทางหนึ่ง หากระดับน้ำในแม่น้ำโขง มีปัญหาจนเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือสินค้าขนาดใหญ่

                จากการสำรวจล่าสุดในเส้นทางลาวและจีนมีรายละเอียดดังนี้

                เส้นทาง R3A ใน สปป.ลาว ถนนในลาวช่วงห้วยทราย – หลวงน้ำทา – บ่อเต็นระยะทาง 228 กิโลเมตรไทย จีน และ ADB ให้เงินกู้ผ่อนปรนก่อสร้างลาดยาง 2ช่องจราจร

                • ช่วงชายแดนไทย-ลาว ระยะทาง 85 กิโลเมตร (เชียงของ/ห้วยทราย-กิโลเมตร 85) วงเงิน 1,385 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากไทย ก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร ซึ่งจากสภาพเส้นทางยังเป็นถนนบดอัดและเป็นลูกรังสลับกันยังไม่มีการลาดยางมีความก้าวหน้าในการดำเนินการร้อยละ 60

                • ช่วง กิโลเมตร 84-กิโลเมตร159 ระยะทาง 74 กิโลเมตร ลาวได้รับเงินกู้จาก ADB อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร มีความล่าช้าในการก่อสร้าง สภาพถนนเป็นลูกรังและบางช่วงยังมีสภาพเดิมความก้าวหน้าในการดำเนินการร้อยละ 54

                • ช่วง กิโลเมตร159-ชายแดนลาว/จีน (บ่อเต็น/บ่อหาน) ระยะทาง 69กิโลเมตร ลาวได้รับเงินกู้จากจีนอยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง 2ช่องจราจร สภาพถนนเป็นถนนลาดยาง ความก้าวหน้าในการดำเนินการร้อยละ 70

                เส้นทาง R3A ในจีน ถนนในจีนตั้งแต่ชายแดนลาวจนถึงคุนหมิงในปัจจุบันมีระยะทาง 736 กิโลเมตร ภายหลังจากการก่อสร้างปรับปรุงตามแนวสายทาง R3จะมีระยะทางลดลงเหลือ 688 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2550สำหรับสภาพถนนช่วงชายแดนจีน/ลาว ถึงเมืองลา (Meng La) สภาพเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร และช่วงถนนจากเมืองลาถึงจิ่งหง (เชียงรุ้ง) จีนดำเนินการก่อสร้างถนนตามแนวเส้นทาง R3 ควบคู่กับถนนเดิมสำหรับถนนจากเชียงรุ้งถึงคุนหมิง จีนกำลังดำเนินการปรับปรุงบางช่วงเป็นทางด่วน 4 ช่องจราจร และดำเนินการแล้วเสร็จในบางช่วง

                สำหรับโครงการก่อสร้างถนน R3 ในสาธารณรัฐประชาชนจีนถนนในจีนตั้งแต่ชายแดนลาว/จีน (Boten/Mohan) จนถึงคุนหมิงในปัจจุบันมีระยะทางทั้งสิ้น 736กิโลเมตร หลังจากมีการก่อสร้างปรับปรุงถนนจะมีระยะทางลดลงเหลือ 688 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะ ดำเนนการแล้วเสร็จในปี 2550 โดยมีสถานะโครงการถนนในช่วงต่างๆ ดังนี้

                • Kunming – Boten ระยะทาง 736 กิโลเมตร (688 กิโลเมตรหลังปรับปรุง ปี 2550)

                • Kunming – Yuxi (91 กิโลเมตร) ทางด่วนขนาด 6 ช่องจราจร

                • Yuxi – Yuanjiang (112 กิโลเมตร) ทางด่วนขนาด 4 ช่องจราจร

                • Yuanjiang – Mohei (147 กิโลเมตร) ทางด่วนขนาด 4 ช่องจราจรโดยใช้เงินกู้บางส่วนจาก ADBมูลค่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อธันวาคม 2546

                • Mohei – Simao (71 กิโลเมตร) ถนน 2 ช่องจราจร มาตรฐาน Class II (7/11) จีนมีแผนที่จะปรับปรุงเป็นทางด่วน 4 ช่องจราจร สามารถลดระยะทางเหลือ 65 กิโลเมตร

                • Simao – Xiaomenyang (98 กิโลเมตร) ถนนเดิมลาดยาง 2 ช่องจราจร Class III และ Class IVขณะนี้กำลังดำเนินการปรับปรุงให้เป็นทางด่วนขนาด 4 ช่องจราจร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2549 นี้

                • Xiaomenyang – Mohan (217 กิโลเมตร) ถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร Class IV ขณะนี้กำลังปรับปรุงถนนให้เป็นถนน 2 ช่องจราจร Class II กว้าง 12 เมตร ซึ่งจะลดระยะทางของช่วงนี้ลงเหลือ 175กิโลเมตรคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2550

กลุ่มทุนจีนรุกหนักลง 6 โครงการยักษ์

                ด้านกลุ่มทุนจีนขณะนี้ได้วางแผนลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 6 โครงการหลัก ๆ ในเส้นทางคุนหมิง – กรุงเทพฯ – แหลมฉบังคือ

                1.) เขตเศรษฐกิจที่เชียงรุ้ง ขนาด 26 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีกลุ่มทุนสิงคโปร์เข้าร่วมดำเนินการด้วย

                2.) เขตเศรษฐกิจชายแดน Mo han (ชายแดนจีน-ลาว)  พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจขนาด 22 ตารางกิโลเมตร  

                3.) การสัมปทานพัฒนาเขตเศรษฐกิจคู่แฝด Mo han ที่ชายแดน บ่อเต็น (ตรงข้ามกับ Mo han)

                4.) กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กจีนเครือคุนหมิง สตีล ได้เข้ามาลงทุนก่อสร้างโรงงานรีดเหล็กที่หลวงน้ำทา ในนามบริษัท Laos GN steels

                5.) โครงการนิคมอุตสาหกรรมที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว

                6.) เขตนิคมอุตสาหกรรมที่บ้านต้นผึ้ง เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย) เนื้อที่นับหมื่นไร่ โดยขณะนี้กลุ่มบริษัท Hong yu จำกัด จาก จีน ได้เสนอขอสัมปทานเช่าพื้นที่จาก สปป.ลาวแล้ว เพื่อลงทุนทำนิคมฯ-เขตปลอดภาษีขึ้น

                นอกจากนั้นยังมีกระแสข่าวทุนจีนได้เข้ามาพัฒนาที่ดินของไทยแล้ว คือการเตรียมกว้านซื้อที่ดินย่านสี่แยกร้องโพธิ์หรือสี่แยกอินโดจีนบริเวณริมถนนมิตรภาพ (สาย 12) เนื้อที่ 40-50 ไร่ จุดตัดระหว่างถนนคุนหมิง - กรุงเทพฯ กับเส้นทางสาย East-West Corridor ราคาประมาณ 200 ล้านบาท ผ่านนอมินี เพื่อใช้เป็นสถานที่จอดและพักรถบรรทุกหัวลาก รองรับการขนสินค้ามาจากจีน - เชียงรายผ่านลงมาตอนใต้ ซึ่งปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวติดภาวะจำนองกับธนาคารกรุงไทยอยู่

                ยังไม่รวมถึงล่าสุดที่บริษัท ทีพีไอ ของไทย ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือในการจำหน่ายน้ำมันดีเซล จำนวน 1 ล้านลิตร ให้กับบริษัท ซีซวงปันนา ก๊าซ และปิโตรเลียม อินดัส- เทรียล จำกัด (XGPI) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ข้อตกลงฉบับดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี คิดเป็นมูลค่าการค้าถึง 200 ล้านบาทต่อปี และมีการประเมินว่าบริษัทจะสามารถจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับบริษัท XGPI ได้ถึงเดือนละ 5 ล้านลิตร ภายในปี 2551 หากเส้นทาง R3a (เส้นทางสายเชียงราย-คุนหมิง ผ่านลาวและพม่า) ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้สูงถึงเดือนละ 90 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 1,080 ล้านบาท ต่อปี

                ข้อสรุปส่งท้าย สงครามการค้าทุกด้านจากจีนได้ล้อมรอบ รายล้อม –บีบอัด ประเทศไทยไว้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว เพราะจีนคลุมอิทธิพลทางด้านแม่น้ำโขง เส้นทางทางบก การลงทุนนิคมอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งในพม่า และสปป.ลาว จ่อประชิดติดไทย และเมื่อสะพานเชียงของ – ห้วยทราย เกิดขึ้น ก็จะเป็นการต่อเชื่อม คน สิ่งของ และหลาย ๆ สิ่งที่ไม่กล้าจินตนาการทะลักข้ามมาฝั่งไทยอย่างง่ายดาย ผ่านเส้นทางคุนหมิง – กรุงเทพฯ หรือที่เรียกว่าคุนมั่น – กงลู่ (昆明 - 曼谷 新橋)

                ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายและเป็นสัญญาณอันตรายของไทยคือระบบ Logistics ของไทยพร้อมที่จะรองรับสินค้าจากจีน หรือระบบขนส่งจากจีนที่จะเข้ามาในระดับไหน หรือจีนจะเข้ามาครอบงำธุรกิจด้านการขนส่ง –Logistics ของไทยทั้งระบบ แล้วไทยจะเป็นเพียงแค่ทางผ่าน เมื่อสะพานเชียงของ - ห้วยทรายได้เปิดขึ้นในอีกไม่นาน

************************

โดย อาคม

 

กลับไปที่ www.oknation.net