วันที่ อังคาร มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รมย์ รติวัน : นักรบผู้ขาดเหรียญ


รมย์ รติวัน : นักรบผู้ขาดเหรียญ

เอ่ยชื่อ “รมย์ รติวัน” คอเรื่องสั้น และนวนิยายในยุคก่อนย่อมรู้จักกันดีในนามฉาย“นักรบผู้ขาดเหรียญ” โดยเฉพาะเมื่อเรื่องสั้น “หล่อนมีค่าเพียงมิให้จูบ”  ที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ “นครหลวงรายวัน”  ติดตามด้วยบทความ เรื่องสั้น นวนิยาย ที่หลากรสเรื่องราวภายใต้นามปากกา รมย์ รติวัน รอย  ฤทธิรณ, บุษบา เริงชัย, เครียว คนกลางคืน, และหลายนามปากกาของนักเขียนจากดินแดนฝ้ายขาวเมืองเลยนามว่า “ทวี เกตะวันดี”

ปฐมบทชีวิต

“รมย์ รติวัน” เป็นชื่อจริงของ “ทวี เกตะวันดี” เกิดเมื่อวันที่  21 พฤศจิกายน 2475 ที่บ้านหัวสะพานน้ำหมาก ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย

ในวัยเด็กเริ่มเรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดศรีสะอาด จากนั้นจึงไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่จังหวัดเชียงราย แล้วจึงกลับมาเรียนชั้น ม. 5 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดเลย  “สโมสรวิทยาลัย”  จากนั้นจึงมุ่งหน้าเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ สาขาโยธา ที่กรุงเทพ ในขณะที่เรียนอยู่ปีสุดท้ายได้ไปเรียนวิชาการหนังสือพิมพ์ภาคค่ำ หลักสูตร 2 ปี ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  โดยพักอาศัยอยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) เยาวราชกับเพื่อนชาวอีสานคือนเรศ นโรปกรณ์ จากสุรินทร์ และเวทย์ บูรณะ จากอุบลราชธานี ซึ่งทั้งสามต่างใฝ่ฝันที่เข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์

รมย์ รติวัน เริ่มเขียนบทความครั้งแรกลงใน “สยามรัฐ สัปดาห์วิจารณ์”  และเขียนเรื่องสั้นเรื่องแรก “หล่อนมีค่าเพียงมิให้จูบปาก” ในหนังสือพิมพ์ “นครหลวง”  รายวัน ในยุคละเอียด พิบูลย์สวัสดิ์ ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการ 

เส้นทางนักรบบนถนนหนังสือ

ภายหลังเรียนจบจากโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ได้รับการบรรจุที่สถานีรถไฟบางกอกใหญ่ ด้วยเงินเดือน 700 บาท ในขณะที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักหนังสือพิมพ์ จึงลาออกจากพนักงานรถไฟโดยมี “นเรศ นโรปกรณ์”  ฝากให้เข้าทำงานที่ค่าย “สีลม” ที่ “พิมพ์ไทย” รายวัน ได้รับเงินเดือน 300 บาท ทำหน้าที่เป็นพนักงาน “เก็บบล๊อค” ที่หนังสืพิมพ์ “พิมพ์ไทย” และ “สยามนิกร” หนังสือพิมพ์ในเครือเดียวกัน จากนั้นจึงเลื่อนมาทำหน้าที่เป็นพนักงานพิสูจน์อักษร และก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนักข่าว คอลัมน์นิสต์ และเขียนเรื่องสั้นในเวลาต่อมา โดยมีนักเขียน นักข่าวรุ่นเดียวกันในค่าย คือ วิภา สุขกิจ, ทวีป วรดิลก, ทองใบ ทองเปาว์, โชติ ทัศนียะเวช, สำราญ ทรัพย์นิรันดร์, นเรศ นโรปกรณ์, สมบูรณ วรพงษ์

วิถีชีวิตนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ของ รมย์ รติวัน เปลี่ยนแปลงตามวิถีแห่งกาลเวลา จากหนังสือพิมพ์ไทย สู่หนังสือพิมพ์กิตติศัพท์ ไทยใหม่ สารเสรี หลักเมือง และเสรีไทย ตามลำดับ จนในปี 2505  เริ่มต้นกับ “หลักเมืองชีวิตใหม่” ในยุคสุเทพ เหมือนประสิทธิเวช เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ รวมทั้งมีแถมสิน รัตนพันธ์ ทวิช โปสินธ์ (ยิ่งยง สะเด็ดยาด)  ภายหลังจึงมาปักหลักอยู่ที่ “เดลินิวส์” จนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต

                    

 

              ผลงานเรื่องสั้น  "เสียงแคนและเปียโน" และ  "หยัดอยู่สู้โลกพาลา" ของ รมย์ รติวัน

รมย์ รติวัน ถือเป็นนักเขียน “กลุ่มก้าวหน้า”  โดยมีนักเขียนรุ่นเดียวกัน คือ เจญ เจตนาธรรม, นเรศ นโรปกรณ์, ลาว คำหอม รวมทั้งไพฑูรย์  สุนทร  โดยเฉพาะในราวปี 2501 กลุ่มนักเขียนดังกล่าวได้จัดทำนิตยสาร “ขวัญใจ” โดยมีเชาวน์ ภู่เจริญยศ เป็นผู้ประสานงาน โดยเฉพาะเรื่องสั้นชุด “ร้านข้าวต้มโต้รุ่งหัวลำโพง” ของ รมย์ รติวัน เรื่องสั้นชุด “แก่น กานดี” ของเจญ เจตนธรรม รวมทั้ง “สวรรยา” ของ ลาว คำหอม ก็ถือกำเนิดที่นี้  ซึ่งในเวลาต่อมาทั้ง รมย์ รติวัน และ ลาว คำหอม ถือได้ว่าเป็นนักเขียนที่นำเสนอเรื่องสั้นสะท้อนปัญหาชนบทอีสานได้อย่างเด่นชัดที่มีแนวความคิด “ศิลปเพื่อชีวิต”  และได้ตอกย้ำความเป็นนักเขียนในแนวเพื่อชีวิตเมื่อ รมย์ รติวันเขียนเรื่องสั้น  “พีสาว”  ลงในหนังสื่อ “เจ็ดสถาบัน” ของกลุ่มนักศึกษาจาก 7 สถาบัน ในปี 2507

                  

                     นิยาย "นักเลงเมืองบน" และ "หยัดอยู่สู้โลกพาลา" ของ รมย์ รติวั

รมย์ รติวัน ได้รับฉายาว่า “นักรบผู้ขาดเหรียญ” ผู้ที่ตั้งฉายาให้คือ “ทองเติม เสมรสุต” ทั้งนี้เพราะว่าเปรียบเสมือนนักรบผู้กล้าแกร่งในงานเขียน เปิดโปงพฤติกรรมนักการเมืองที่โกงบ้านโกงเมือง พ่อค้าที่ขูดรีดประชาชน เพื่อประโยชน์ของปวงชนเหนือสิ่งอื่นใด

จากถนนหนังสือสู่เส้นทางบันเทิง

จากประสบการณ์นักข่าว นักเขียน บทความ เรื่องสั้น และนวนิยายจากหลายเรื่องราวชีวิต หลายนามปากกา รมย์ รติวัน ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยเริ่มต้นเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง “โคกตะแบก” จากงานเขียนของ ม.ชูพินิจ หรือ มาลัย ชูพินิจ  เป็นภาพยนตร์แนวบู๊ ล้างผลาญ กำกับการแสดงโดย “มารุต” เมื่อนำออกฉายเปลี่ยนชื่อเป็น "ตะวันหลั่งเลือด”  ต่อด้วยเรื่องที่สอง“กัปตันเครียวฉลามเหล็ก”   จากงานเขียนและบทประพันธ์ของตนเอง กำกับการแสดงโดย   “คุณาวุฒิ”

          

ภาพในสถานที่ถ่ายทำ "ตะวันหลั่งเลือด" ที่ท่ามะกา กาญจนบุรี จากซ้าย รงค์ วงษ์สวรรค์

ทวี เกตะวันดี, และสุเทพ เหมือนประสิทธิเวช ภาพจากถนนหนังสือ : ธันวาคม 2527

          

                ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง "ตะวันหลั่งเลือด" กำกับการแสดงโดย "ครูมารุต"

นามปากกา

รมย์ รติวัน, รอย ฤทธิรณ, บุษบา เริงชัย, เครียว คนกลางคืน, แชน อรชุน, แคน, แคน คนนา, ดาวสีฟ้า

ผลงานการประพันธ์

ปุ่ยนุ่นกับดวงดาว, หยัดอยู่สู้โลกพาลา, ก่อนจะวันจะขึ้น, นายพันใต้ดิน, กับตันเครียว, โทน เทวดา นักสู้ที่ราบสูง, เสียงแคนและเปียโน, นาฟางลอย, ลอมฟาง, หยาดเหงื่อจากหยดชีวิต, ตะวันดวงใหม่ในบูรพา ฯลฯ

   เกียรติประวัติและวาระสุดท้ายแห่งชีวิต

ด้านเกียรติประวัติในการทำงาน รมย์ รติวัน ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยสามสมัยในช่วงปี 2506 – 2508 ทั้งนี้เนื่องด้วยเป็นบุคคลที่เป็นที่รักใคร่ชอบพอเอื้ออาทรเพื่อนพ้องน้องพี่ในทุกระดับ

      

รมย์ รติวัน ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว เมื่อ 4 พฤษภาคม 2512 ภาพจากหนังสือนักเขียนในอดีต เล่ม 1  : สำนักพิมพ์แสงดาว, 2542

ด้านครอบครัว รมย์ รติวัน สมรสกับเภชัสกรชื่อละม่อม  เกตะวันดี (ศุภฤกษ์) เมื่อปี 2508 มีลูกสาวคือพันธุมดี เกตะวันดี และลูกชายคือ พลวุธ เกตะวันดี

รมย์ รติวัน ประจำการอยู่ที่ “เดลินิวส์” มาจนถึงปี 2516 จึงเริ่มมีอาการป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2517 นักรบผู้ขาดเหรียญได้จากโลกนี้ไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยอายุได้ 42 ปี  เหลือเพียงเกียรติประวัติแห่งคุณงามความดี และผลงานแห่งความภาคภูมิใจมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

กาญจนา ประสงค์เงิ.  การศึกษาเรื่องสั้นไทยที่เสนอปัญหาสังคมชนบทอีสา : 2501 – 2505.

                วิทยานิพนธ์  อ.ม.  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526, บทคัดย่อ.

คริส สารคาม.  นักเขียนในอดีต เล่ม 1.  กรุงเทพฯ :  สำนักพิมพ์แสงดาว – สร้อยทอง,  2542.

ดวงเดือน ประดับดาว.  30 ปี 14 ตุลาคม 2516 มองอย่างสัมพันธ์และเชื่อมโยง “สายธาร”  ถึง “ขวัญใจ” .  มติชนรายวัน : 5 มกราคม 2547. 

ดวงเดือน ประดับดาว.  30 ปี 14 ตุลาคม 2516 มองอย่างสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร.  มติชนรายวัน : 9 มกราคม 2547. 

ประทีป เหมือนนิล.  วรรณกรรมไทยปัจจุบัน.  กรุงเทพฯ : เจริญวิทย์การพิมพ์, 2523.

วิวัฒน์ โรจนาวรรณ.  สโมสรนักเขียนภาคอีสาน ฉบับพิเศษ.  กุมภาพันธ์  2542.

 

 

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net