วันที่ อังคาร มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มารู้จักตาร์โบไฮเดรตกันเถอะ (2)


ไดแซ็กคาไรด์ (disaccharide) ไดแซ็กคาไรด์หรือน้ำตาลโมเลกุลคู่ เป็นน้ำตาลที่ประกอบด้วยมอโนแซ็กคาไรด์ 2 โมเลกุล มารวมตัวกันด้วยพันธะโคเวเลนต์ กลายเป็นไดแซ็กคาไรด์ 1 โมเลกุล โดยที่มอโนแซ็กคาไรด์ที่มารวมกันจะเป็นโมเลกุลชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ ปฏิกิริยาที่เกิดจากการรวมตัวกันเป็นไดแซ็กคาไรด์ 1 โมเลกุลจะเกิดน้ำขึ้นมา 1 โมเลกุลและเมื่อสลายไดแซ็กคาไรด์ก็จะได้มอโนแซ็กคาไรด์ 2 โมเลกุล  ไดแซกคาไรด์ที่ควรรู้จัก   

1.มอสโทส ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส 2 โมเลกุล เป็นน้ำตาลที่ละลายน้ำได้ดีแต่ความหวานไม่มากนัก พบในเมล็กธัญพืช ไม่ค่อยพบใรรูปอิสระในธรรมชาติ ได้จากการย่อยสลายแป้งและไกลโคเจนโดยน้ำย่อยเอนไซม์ อะไมเลส (amylase)              

2.ซูโครส  ประกอบด้วยกลูโคสและฟรักโทสอย่างละ1โมเลกุล มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวละลายน้ำได้ดี และมีรสหวานมาก ความหวานของซูโครสมาจากฟรักโทสที่มีในโครงสร้างในการย่อยสลายโมเลกุลของน้ำตาลซูโครสจะใช้เอนไซม์ซูเครส(sucrase   ซูโครสพบในน้ำอ้อยมะพร้าว ตาล ผลไม้สุก หัวบีท (beet)  โดยเฉพาะพบมากที่สุดในอ้อยจึงอาจจะเรียกอีกอย่างว่า น้ำตาลอ้อย (cane sugar)  ซูโครสที่รู้จีกกันดีคือน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลกรวด                

 3. แล็กโทส  ประกอบด้วยกลูโคสและกาแล็กโทสอย่างละ 1 โมเลกุล แล็กโทสพบในน้ำนมขงคนและสัตว์หรือาจจะพบในปัสสาวะของหญิงมีครรภ์ อาจะเรียกอีกอย่างว่า น้ำตาลนม แล็กโทสถูกย่อยด้วยเอนไซม์แล็กเทส(lactase)ที่ผนังลำไส้เล็กได้เป็นกาแล็กโทส(galactose) และกลูโคส(glucose) ซึ่งดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้    สำหรับผู้ใหญ่ที่เลิกดื่มนมนานๆ จนร่างกายหยุดสังเคราะห์เอนไซม์แล็กเทส เมื่อกลับมาดื่มนมใหม่จึงไม่มีแล็กเทสสำหรับย่อยแล็กโทสทำเกิดอาการท้องเสีย ท้องเฟ้อ ส่วนในเด็กที่ขาดเอนไซม์แล็กเทสถ้าหากดื่มน้ำนมแม่หรือน้ำนมก็จะมีการอารเช่นเดียวกัน

โดย T_11/664

 

กลับไปที่ www.oknation.net