วันที่ อังคาร มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มารู้จักคาร์โบไฮเดรตกันเถอะ (3)


พอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide)                              

-พอลิแซ็กคาไรด์หรือน้ำตาลโมเลกุลใหญ่เกิดจากมอโนแซ็กคาไรด์หลายๆ โมเลกุลมารวมกัน โมเลกุลจะเรียงเป็นสายยาวซึ่งอาจจะแตกแขนงหรือไม่มีแขนง               

- พอลิแซ็กคาไรด์ที่พบมากที่สุดได้แก่ เซลลูโลส แป้ง ไกลโคเจน               

- มีสูตรโครงสร้างทั่วไป คือ (C6H10O5) n 

พอลิแซ็กคาไรด์ที่สำคัญ ได้แก่ 

1. แป้ง (starch) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ที่พืชสามารถสังเคราะห์ได้ และสะสมอยู่ในส่วนต่างๆของพืชชั้นสูง เช่น เมล็ด ราก ผล เป็นต้น              

  แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ1.1          อะไมโลส (Amylose)

                                              1.2          อะไมโลเพกติน (Amylopectin) 

2.  ไกลโคเจน (glycogen) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ที่สะสมอยู่ในเซลล์ของกล้ามเนื้อลาย และเซลล์ตับ เพื่อใช้ในเวลาที่ร่างกายขาดแคลนกลูโคส และมีบทบาทสำคัญในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ในร่างกายถ้าหากมีกลูโคสเหลือใช้ ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไกลโคเจนโดยกระบวนการไกลโคเจนนิซีส (glycogenesis) แล้วเก็บสะสมไว้ที่ตับกับกล้ามเนื้อ 

3.  เซลลูโลส (cellulose) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของผนังเซลล์พืช โดยเป็นส่วนที่สร้างความแข็งแกร่งให้แก่เซลล์พืช เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำเพราะมีโมเลกุลใหญ่มาก เซลลูโลสสามารถถูกย่อยด้วยเอนไซม์ เซลลูเลส (cellulose) 

4.  ไคติน (chitin) เป็นพอลิแซ็กคาไรด์ที่พบในสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ไคตินจะเป็นส่วนที่เป็นเปลือกแข็งหุ้มตัวสัตว์ เช่น กระดองปู เปลือกกุ้ง เปลือกแมลง เป็นต้น ไคตินไม่ละลายน้ำและไม่สามารถย่อยสลายตัวด้วยน้ำย่อยของร่างกาย

 คาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ในร่างกาย คาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ในร่างกายของเราจะอยู่ในรูปของน้ำตาลกลูโคสและไกลโคเจนประมาณ 0.5-1% ของน้ำหนักตัว โดยที่กลูโคสจะอยู่ในเลือดเป็นส่วนใหญ่ ส่วนไกลโคเจนจะเก็บสะสมไว้ในตับและกล้ามเนื้อ ปริมาณไกลโคเจนและกลูโคสที่มีอยู่ในร่างกายนั้น ร่างกายจะใช้ไปได้เพียงครึ่งวัน (ประมาณ 12 ชั่วโมง) ดังนั้นร่ายกายจึงจำเป็นต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตเพิ่มเข้าไปอีก 

โดย T_11/664

 

กลับไปที่ www.oknation.net