วันที่ พุธ มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ล่องเรือแม่น้ำปิง..ชมทัศนียภาพ...เหนือเขื่อนภูมิพล


...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...

การเดินทางเริ่มจาก การที่เราไปขึ้นเรือท่าดอยเต่า...วันนั่นอากาศครึ้ม ครึ้ม

ฝนมึดใกล้ตก...แต่ยังไม่ตก..เหมือนฟ้าฝนเป็นใจ...ฝนไม่ตกฟ้าครึ้ม อากาศไม่ร้อน

"ไผ่ อย่าพึ่งไป รอพี่ด้วย..เด๋วพี่ขอโทรหาที่บ้านก่อน เมื่อกี้ไม่ได้โทรเลย" พี่จงรีบร้อนบอก

"น้องไผ่..รีบโทรหาคนที่รออยู่ละ เด๋วเค้าจะคิดว่าสาบสุญ"

เสียงพี่คนหนึ่งพูดแซว    หลายคนหัวเราะประสานกัน

"ถูกใจกันเหลือเกินนะย๊ะ" ไผ่แค่คิดในใจ อิ อิ ไม่ได้พูดหรอก

"โทรบอกแม่กับพ่อที่บ้านแล้วคะ ว่าในเขื่อนจะไม่มีสัญญาณ" ไผ่บอกจริงจัง

ทุกคนเริ่มเงียบไป...ไม่ใช่กลัวแต่เพราะเรือรออยู่ถึงท่าเรือแล้ว

สองฝั่งแม่น้ำปิงเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สามารถสัมผัสบรรยากาศอันโรแมนติก

ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ก็ดูเวิ้งว้างน่ากลัว เหมือนกัน

เขื่อนภูมิพล หรือที่เรารู้จักในชื่อ "เขื่อนยันฮี" ซึ่งเป็นเขื่อนเก็บน้ำแห่งแรกของไทย

วันนี้เราได้มาที่นี้แล้ว...เขื่อนแห่งแรกของประเทศไทยเชียวนะ

พวกเราขึ้นเรือกันตอนใกล้เที่ยงแล้ว...อากาศก็ครึ้มครึ้ม เหมือนเดิม

"ไผ่ พี่เริ่มหิวแล้วละ เด๋วเราไปหาห้องแล้วก็เอาของไปไว้มาหาของกินนะ" พี่จงพูด

"เค้าให้นอนห้องกี่คนพี่จง" ไผ่ถามบ้าง "4 คน นอนได้ไงหว่า แคบแน่เลย" พี่จงพูดเบื่อเบื่อ

พนักงานให้กุญแจห้อง เราเอาของไปเก็บ "ได้ห้องชั้นสองตรงกลางพอดีเนอะดีใจจัง วิวสวย"

ท่าทางดีใจของไผ่ ทำให้พี่จงหันมามองขำขำ..."เออ จะได้ถ่ายภาพอีกสิ รู้หรอก"

ห้องของเราอาจจะดูแคบ แต่ว่าก็ต้องทำใจนี้มันเรือนะ ไม่ใช่บ้าน ไผ่คิดอย่างนั่น

ในห้องมีเตียงเหมือนสมัยตอนเรียนเลย มีสองชั้นเตียงเล็ก มีห้องอาบน้ำในตัว

"มีแอร์ด้วยพี่จง" ไผ่พูด

"ไผ่นอนเตียงเดียวกับพี่นะ เธอนอนชั้นบน พี่นอนข้างล่าง คนแก่ปีนไดไปชั้นบนไม่ไหว"

พี่จงพูดแล้วหัวเราะ ตัวเอง.....ละมั่ง...เราก็แค่ยิ้ม ยิ้ม

"อีกเตียงพี่นกกับพี่พวงใช่ไหมพี่จง" ไผ่ถามบ้าง

"ใช่ใช่ แต่ตอนนี้ไปข้างนอกก่อนเถอะ หิวแล้ว" พี่จงพูดแล้วลากมือไป

"เด๋วเอากล้องไปด้วยพี่จง.." ไผ่ดึงมือพี่จงกลับมา..

"อีกแระ เด๋วกินก่อน ภาพไว้ทีหลัง จะได้ถ่ายภาพสวยสวยไง" พี่จงพูด ยิ้ม ยิ้ม ไม่จริงจัง

เมนูอาหารในเรือก็อร่อยดีนะ มีทั้งปลา ส้มตำ และอีกหลายอย่าง

หลังอาหารมื้อเที่ยง เราก็ไปเดินรอบรอบเรือ แต่ตอนนั่น แสงแดดเริ่มร้อน

เลยไปนอนดีกว่า....เพราะขืนยืนอยู่นานกว่านี้ คงเกรียมแน่นอน

"ไผ่ ไผ่ ตื่น นอนยังกะบ้านแนะ...เรือแตกยังไม่รู้อีก" พี่จงเรียก

ตอนเย็นอากาศดีมาก...เสียงดนตรีดังมาจากที่กินข้าว...พี่จงบอกว่าเค้ามาเรียกให้กินข้าว

"อีกแระ กินเมื่อพักใหญ่ใหญ่ อาหารไม่ได้ย่อยเลย ตายแน่ฉัน" ไผ่บ่น

"จาบ่นทามไมใครจะกินแล้วตายบ้างละ เฮ้อ ยายไผ่แก่แล้ว" พี่จงแซว

"ชูชกไงพี่จง ที่เราไปเที่ยวหุ่นขี้ผึ้งสยามยังจำไม่ได้เหรอ ท้องแตกตาย" ไผ่เริ่มยืนยัน

เย็นนั่นมีเมนูหลายอย่างท่าทางอร่อย แต่ไผ่อิ่มแล้ว พี่จงสิกินได้กินดี

พอทานเสร็จเราก็เดินเล่นถ่ายภาพ ไกด์ในเรือบอกว่าเด๋วสักพัก ค่ำกว่านี้หน่อย

จะแวะที่ "พระธาตุแก่งสร้อย" พระธาตุเก่าแก่ 1000 กว่าปีแล้วละ

พระธาตุแก่งสร้อยอยู่เขต จ.ตาก เป็นเจดีย์สีขาวเด่นสง่าอยู่กลางเกาะ

ซึ่งตอนแวะไปพระธาตุกำลังซ่อมแซม แต่ก็มีชาวบ้านเข้าวัดมาฟังธรรมกัน

คืนนั่นกว่าจะได้นอนดึกมาก...มัวแต่นั่งรับลม และดูการแสดงของเรือที่มีมาให้ดู

คล้ายคล้ายคาบาเร่โชว์ ไผ่เองไม่ค่อยจะสนเท่าไร แต่ไม่รู้จะไปไหนเพราะเวลามืด

สองฝั่งแม่น้ำไม่เห็นอะไรเลย..ได้ยินแต่เสียงน้ำกับเครื่องยนต์..หลังจบรายการก็เข้านอน

เช้าประมาณ 5 โมง ก่อนพระอาทิตย์ตก เรือมีบริการน้ำชา นั่งจิบชาชมพระอาทิตย์

แต่พี่จงบอกว่า พระอาทิตย์อะไรแล้วละ สายขนาดนี้แล้ว....

ก็คืนนั่นเรานอนดึก แอร์ในห้องก็เย็นมาก  หลับไม่รู้เรื่องเลยอดชมพระอาทิตย์ยามเช้า

แต่ก็มีภาพสวยสวยยามเช้า อีกแบบมาให้ดูกัน...ได้บรรยากาศอีกแบบเหมือนกัน

ถ้าใครมีโอกาส ก็ลองแวะชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำปิงดูละกันคะ

ขอแนะนำให้เป็นตอนเช้าเช้าขึ้นเรือ จะได้ชมธรรมชาตินาน นาน แต่ถ้าได้ค้างคืน

ก็ได้บรรยากาศอีกแบบคะ....

โดย khunphai

 

กลับไปที่ www.oknation.net