วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

2 อาทิตย์ใน Maastricht


อีเมล์ด่วนฉบับหนึ่งแจ้งเปลี่ยนแปลงการเดินทางอย่างกะทันหันจากเวียนนาเป็นมาสทริกต์ในเนเธอร์แลนด์ การเดินทางถูกเลื่อนขึ้นเร็วกว่าเดิมสองอาทิตย์ ข้อความในอีเมล์แสดงความกังวลว่า ฉันอาจไม่สามารถจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในอาทิตย์ถัดไปและเราอาจจะไม่ได้เจอกัน

ฉันกระวนกระวายและร้อนรน เมื่อพบว่า ข้อมูลท่องเที่ยวและข้อมูลอื่นๆของมาสทริกต์ ช่างหาได้ยากเย็นเสียเหลือเกิน น้อยนิดจนน่าแปลกใจว่า เมืองมีชื่อเสียงที่เคยลงนามสนธิสัญญายิ่งใหญ่ มีโบสถ์ซึ่งขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโกรวมอยู่ด้วย จะมีข้อมูลให้อ่านเพียงนิดเดียว

เนื่องจากการเดินทางค่อนข้างฉุกเฉิน ฉันจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะหาโรงแรมที่ว่างติดต่อกันถึงสองอาทิตย์ได้ เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินถึงสามครั้ง เพราะทุกสายการบิน ตั๋วถูกจองเต็มทั้งหมด

ในที่สุด ฉันก็บากบั่นไปจนถึงสนามบินสกิปโปล แล้วเดินทางต่อด้วยรถไฟอีก 215 กิโลเมตรจากสนามบินก็มาถึงมาสทริกต์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์จนได้ แม้จะรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆที่ต้องตอบคำถามเดียวกันถึงสามครั้งว่า จุดประสงค์ในการเดินทางมาเนเธอร์แลนด์คืออะไร และก็ยังสงสัยมาจนบัดนี้ว่า ต้องตอบคำถามนี้ต่อศุลกากรด้วยหรือ สิบสี่ปีที่เดินทางเข้ายุโรปนี่เป็นครั้งแรกที่เจอคำถามนี้

แต่อีกหลังจากผ่านด่านตรวจออกมาก็เข้าใจดีว่า เดี๋ยวนี้ ประชากรโลกโยกย้ายกันเร็ว เคลื่อนที่ไปยังที่ต่างๆไม่เว้นวัน ทุกคนต่างพยายามทำหน้าของตนเอง ดังนั้น แค่ให้ความร่วมมือดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนก็จะมีความสุข เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรจะได้รับมือกับคนอื่นๆที่น่าจะสร้างปัญหาต่อไป

ฉันจอง “โรงแรมของฉัน” ไว้อีกแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงและเช็คอินแล้วก็ไม่อยากจะยกเลิก แม้ว่าจะตกคืนละ 75 ยูโร ไม่รวมค่าภาษีนักท่องเที่ยวอีก 3.95 ยูโร  เพราะมีความรู้สึกว่า ถ้ามีพื้นที่ของตัวเอง น่าจะมีความสุขมากกว่า อีกทั้งยังต้องทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ มีเพลงคลาสสิกมาฟังอีกเยอะ เมื่องานเสร็จก็อยากอ่านหนังสืออีก 2 เล่มให้จบ พื้นที่นี้ยังเป็นที่หลบภัยในยามกลางวัน เมื่อผู้ชายของฉันต้องเข้าร่วมสัมมนาที่โรงแรมของเขา

มาสทริกต์ เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ ตัวเมืองขนานกับแม่น้ำมาส์ ริมฝั่งแม่น้ำยังมีป้อมปราการ และกำแพงเมืองเก่าปรากฏอยู่ วิหารที่เก่าแก่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์คือ The Onze Lieve Vrouwekerk (Cathedral of Our Lady) ตั้งอยู่ติดกับโรงแรมที่ผู้ชายของฉันพัก วิหารแบบโรมันคาทอลิกนี้สร้างขึ้นมา ตั้งแต่ ค.ศ. 900 และใช้เวลานาน 3 ศตวรรษก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ วิหารนี้สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดและดูยิ่งใหญ่ตระการตา เมื่องมองจากอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ

สะพาน St. Servaas เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในมาสทริกต์ และเป็นหนึ่งในสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์อีกด้วย ฉันเดินข้ามสะพานนี้ทุกวันตลอดสองอาทิตย์ที่อยู่ที่นั่น บางครั้งต้องรอ หากมีการยกสะพานขึ้นเพื่อให้เรือผ่าน ฉันถ่ายภาพจากสะพานนี้หลายจุดทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งๆที่บางคืนอากาศหนาวและลมแรงมาก สะพานนี้สร้างโดยชาวโรมัน ตั้งแต่ปี 1280 และเสร็จในปี 1298 ปัจจุบันผู้คนยังคงใช้ข้ามไปมาระหว่างสถานีรถไฟกับศูนย์กลางของเมือง

ฉันใช้เวลาทุกวันกับการเดินถ่ายรูป หาซื้อหนังสือ และมีความสุขกับการซื้อกาแฟวันละ 4-6 แก้ว แวะคุยกับเจ้าของสุนัขที่จูงเจ้าสี่ขามาเดินเล่นในสวนสาธารณะ แต่ก็ยังไม่ลืมภารกิจที่สำคัญคือ ต้องหาร้านอาหารที่ดีที่สุดสำหรับอาหารค่ำที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละคืน

ตอนเที่ยง เราใช้บริการของ Baker Bart ใกล้สำนักงานท่องเที่ยวเกือบทุกวัน เพราะแซนด์วิชอร่อยมากและบาริสต้าชงกาแฟอร่อยตรงตามความต้องการของฉัน ฉันจะต้องสั่งกับคนบริการคนเดิมทุกครั้ง ไม่งั้นรสชาติจะไม่เหมือนเดิม หลังจากสั่งเพียงสามครั้ง แค่ฉันเดินเข้าร้านคนขายก็เตรียมตัวชงกาแฟให้แล้ว เธอน่ารักจริงๆ 

มาสทริกต์มีร้านอาหารดีๆให้เลือกมากมายหลายแห่ง ทั้งริมฝั่งแม่น้ำและใกล้จัตุรัส Vrijthof ซึ่งเป็นจัตุรัสที่มีชีวิตชีวามากที่สุดของเมือง ความยิ่งใหญ่และแสงสีสวยงามในยามค่ำคืนของโบสถ์ St. Servaas Church and St. Jans ทำให้เราต้องเดินกลับมาดื่มกาแฟที่นี่ทุกคืนหลังอาหารค่ำ

ไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะรสชาติของกาแฟจากแก้วเซรามิคสีขาว บรรยากาศอบอุ่นจากแสงเทียน หรือเป็นเพราะผู้ชายที่เดินทางมาไกลซึ่งนั่งตรงหน้าจึงให้กาแฟหน้าจตุรัสนี้มีรสชาติหอมหวานยิ่งนัก

โดย Francesca

 

กลับไปที่ www.oknation.net