วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เดินดินตีนเปล่า ... ไปกับ สมคิด สิงสง


จากนักศึกษารั้วธรรมศาสตร์ผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้า  จนถูกไล่ล่าจากอำนาจรัฐ  ต้องพลัดพรากจากแผ่นดินเกิด  เพื่อนร่วมอุดมการณ์คนแล้วคนเล่าต้องคมกระสุนเป่าด่าวดิ้นสิ้นชีพ  แต่สหายสุดเขต ผู้หนังเหนียวยังอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน  สมคิด  สิงสง นอกชีวิตบนเส้นทางสายน้ำหมึก  อีกบริบทหนึ่งเขาคือหนักอนุรักษ์และนักพัฒนาตัวยง

ผมได้เอ่ยนามถึงสมคิด  สิงสงมาแล้วอย่างน้อยสอง Entry  และนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผมจะเอ่ยถึง  เพราะเรามีภารกิจอันยิ่งใหญ่ขวางหน้ารออยู่  ที่เราจะต้องร่วมมือกันฟันฝ่าไปให้ถึง  ในช่วงเวลาอายุไขที่เหลืออยู่ไม่มากนัก   ภารกิจนี้คือการพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับลุ่มน้ำห้วยสามหมอ  ในฐานะที่สมคิด  สิงสงเป็นประธานคณะทำงานลุ่มน้ำสาขาห้วยสามหมอที่ถูกแต่งตั้งตามระเบียบสำนักนายกฯและมีผมเป็นผู้ช่วยเลขาฯ  แต่ทำหน้าที่เลขาฯแบบเต็มๆ    มันเป็นภารกิจที่เราไม่อาจกำหนดได้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ หรือ มันจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

                         

คณะสำรวจหาจุดก่อสร้างฝายต้นน้ำ    

      

ป่าดิบแล้งหรือป่าเบญจพรรณกำลังผลัดใบ บนเทือกเขาภูเม็งฝั่งทางด้าน อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น

                                                                  

แม้พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยสามหมอจะเป็นลุ่มน้ำขนาดเล็ก  แต่ก็มีพื้นที่ถึง 720 ตารางกิโลเมตร  ครอบคลุมพื้นที่ 16 ตำบล 4 อำเภอ คือ อ.แก้งคร้อ อ.คอนสวรรค์ อ.ภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และพื้นที่บางส่วนของ อ.โคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น เราจึงใช้เวลาในการเก็บข้อมูลค่อนข้างนาน  กว่าจะได้แนวร่วมมาเป็นเครือข่ายแล้ว ยังต้องใช้เวลากันหลายเดือนประชุมระดมสมองกันอีกหลายรอบเพื่อให้ได้แผนยุทธศาสตร์   จนในที่สุดเราได้แผนชุมชนการจัดการลุ่มน้ำห้วยสามหมอมาหนึ่งเล่มรวมห้าแผน  จากนั้นจึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์ต่างๆเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  สรุปแล้วเราใช้เวลาเตรียมการกันนานถึง 2 ปีเลยทีเดียว  

ในรอบระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาจากการผลักดันของคณะทำงานฯ ก็ได้เกิดผลเป็นรูปธรรมไปบ้างแล้วในเรื่องของแผนแหล่งน้ำชุมชน เช่น โครงการขุดลอกและผันน้ำเข้าเติมอ่างหนองขี ต.โคกกุง       อ.แก้งคร้อ  โครงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำหนองนกโง่ อ.คอนสวรรค์ โครงการก่อสร้างฝายต้นน้ำตามเทือกเขาภูโค้ง และตำบลเก่าย่าดีประมาณสามสิบแห่ง ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำให้การสนับสนุนงบประมาณ 

                                              

         

                 น้องๆเยาวชนกำลังช่วยกันลำเรียงหินทำฝายต้นน้ำ    

                                 

                                                    

          

                               Workshop จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น 3 ครั้ง

                   

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา คณะทำงานได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นและผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยสามหมอ จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนระดับท้องถิ่น”ห้วยสามหมอศึกษา” สำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับช่วงชั้นที่ 1 ถึงช่วงชั้นที่ 4 (ป.1- ม.6) ตามแผนหลักสูตรท้องถิ่นองค์ความรู้และระเบียบชุมชน ซึ่งก็มีหลายโรงเรียนที่ได้นำไปใช้แล้ว  และขณะนี้คณะทำงานโดยการนำของสมคิด สิงสงกำลังศึกษาวางแผนผันน้ำที่เหลือใช้จากการปั่นไฟฟ้า จากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำลำปะทาวไปเติมน้ำในอ่างที่มีแต่ลมตามแนวเชิงเขาภูโค้งประมาณ 7 อ่าง หากโครงการนี้สำเร็จจะเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งให้แก่ชาวอำเภอแก้งคร้อได้เกือบเต็มพื้นที่  และยังมีอีกหลายๆกิจกรรม รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำและศูนย์การเรียนรู้ลุ่มน้ำห้วยสามหมอที่กำลังดำเนินการ ณ บริเวณบ้านของประธานฯสมคิด

              

            

                                                  

เจ้าของกระท่อมลายสือ สมคิด  สิงสง (เสื้อสีฟ้า) กำลังพาพรรคพวกเตรียมการสร้างพิพิธภัณฑ์และศูนย์เรียนรู้ลุ่มน้ำห้วยสามหมอ  ดูแค่เสาประตูก็พอจะรู้ว่าไม่ธรรมดา

                              

     

กระท่อมลายสือ..อีกไม่นานจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำและศูนย์การเรียนรู้ลุ่มน้ำห้วยสามหมอ

                      

ในช่วงเวลาที่ผมห่างหายไปจากบล็อก  ผมได้ไปตระเวนเดินขึ้นเขาเข้าป่ากับกับประธานฯและคณะชาวบ้านเพื่อเสาะหาสถานที่ก่อสร้างฝายต้นน้ำเพื่อฟื้นคืนระบบนิเวศให้กับพื้นที่ป่าลุ่มน้ำห้วยสามหมอ (ซึ่ง ณ วันนี้เครือข่ายในหลายตำบลกำลังออกสำรวจอย่างขะมักเขม้น) เราออกเดินกันวันละหลายกิโลเมตร   ป่าดิบแล้งตอนนี้กำลังผลัดใบ  ทุกย่างก้าวที่เราเหยียบย่างมีแต่โขดหินและความแห้งแล้งและร่องรอยการบุกรุก  หากไม่มีใครไปทำลายหรือแตะต้องป่าผืนนี้ คาดว่าคงใช้เวลาสักสิบปีน่าจะดีขึ้น...  แต่ครั้นพอแหงนหน้ามองไปที่สันเขาภูภาแดง(ภูเม็ง)ด้าน อ.โคกโพธิ์ไชย เห็นควันไฟลอยขึ้นบนท้องฟ้า 2-3 กลุ่มไม่ห่างกันมาก  มันทำให้เราหดหู่และเจ็บกระดองใจยิ่งนัก  พวกเรากำลังคิดค้นหาวิธีพลิกพื้นคืนสภาพป่าให้เขียว  แต่ยังมีคนอีกพวกที่เห็นแก่ตัวกำลังพากันเผาทำลายป่าด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป  นี้คือปัญหาที่เรากำลังหนักอกหนักใจ      

                            

              ด้วยความไม่เอาไหนของผม  จึงมีภาพเดินป่าที่เหลือติดมือถือมาเพียง 2 รูป

                     

ภารกิจนี้   เราไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวมีหลายองค์กรที่กระโดดเข้ามาช่วย เช่น กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งมีภารกิจในการดูแลองค์กรลุ่มน้ำโดยตรงแล้ว  ยังมีสำนักงานคณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขง (MRC) และธนาคารโลก ให้การสนับสนุนในเรื่องของการสร้างกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรหรือชุมชน (ไม่เน้นให้งบประมาณในการก่อสร้าง) และเครือข่ายอื่นๆ  แต่หน่วยงานท้องถิ่น อย่าง อบต.เองกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้(ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) เท่าไหร่นัก......

ภารกิจนี้  สมคิด  สิงสง ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน  ไม่มีค่าจ้าง  ไม่มีเงินเดือน  มีแต่จิตสาธารณะ  เขาและคณะยังมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงฝั่งฝัน  แม้ว่ามันจะยาวไกล  หรืออาจจะไม่ได้เห็นเลยในชาตินี้  แต่ก็ไม่เคยปรากฎเห็นร่องรอยแห่งความท้อแท้หรือท้อถอย    หลายครั้งที่เหนื่อยล้า  หลายคราที่แรงโรย  แต่เราก็มีความสุขกับการได้ทำ ได้ออกเดิน  ได้เสวนาสรวลเสเฮฮา  กับผองเพื่อนมากมาย  ผมเคยถามประธานคณะทำงานฯว่า

“เมื่อไหร่ภารกิจเราจะถึงฝั่งฝันหละพี่” คำตอบคือ

“หนทางยังยาวไกลนัก...   เราเพียงพึ่งจะออกเดินเท่านั้น”

     

  

โดย หนาแป้นปีก

 

กลับไปที่ www.oknation.net