วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้อดีข้อเสียของกองทุนรวมแต่ละประเภท


เป็นการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของกองทุนรวม เพื่อใช้ในการพิจารณาตัดสินใจลงทุน

กองทุนสำรองเลี้งชีพ (รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ) 

ข้อดี 

ข้อเสีย 

·         เก็บออมอย่างเป็นระบบ 

·         ได้รับเงินสมทบจากบริษัทอีกหนึ่งเท่าตัวทุกเดือน 

·         ผลตอบแทนจากการลงทุนได้รับการยกเว้นภาษี หากสมชิกทำงานจนเกษียณอายุ พิการ หรือเสียชีวิต 

·         เงินสะสมของพนักงานได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีและยกเว้นภาษีสูงถึงปีละ 300,000 บาท

·         เงินกองทุนแยกจากเงินทุนของบริษัทนายจ้างจึงไม่สูญหายเมื่อบรัทล้มละลายไป 

·         เป็นเงินก้อนใหญ่จึงลงทุนได้หลากหลาย 

·         มีกฎหมายให้การคุ้มครอง มีข้อกำหนดการลงทุนที่เข้มงวด และต้องมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญการลงทุนเป็นผู้บริหารกองทุน 

·         ไม่มีสภาพคล่อง หากมีความจำเป็นใช้เงิน ต้องกู้เงิน โดยใช้เงินสะสมเป็นตัวอ้างอิง ซึ่งขึ้นกับนโยบายของแต่ละกองทุน หรือต้องลาออกจากกองทุน ซึ่งต้องรับภาระภาษีของเงินทั้งจำนวน 

·         หากมีการย้ายงาน หรือออกจากงาน ต้องออกจากกองทุนเดิม ทำให้การเก็บเงินขาดตอน เว้นแต่จะได้เงินใหม่ทันที และไม่มีระยะทดลองงาน เพื่อให้สามารถโอนเงินเดิมเข้าร่วมในกองทุนของบริษัทใหม่ได้ทันที 

·         เงินส่วนใหญ่ลงทุนในพันธบัตร และหุ้นกู้ ดังนั้ผลตอบแทนการลงทุนอาจผันผวนตามภาวะดอกเบี้ยที่ขึ้นลงได้ 

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ 

 

ข้อดี 

ข้อเสีย 

·         คนทุกสาขาอาชีพมีสิทธิเข้าร่วมกองทุนได้ 

·         สามารถลงทุนได้ไม่จำกัดหน่วยลงทุน 

·         สามารถโอนย้ายการลงทุนจากกองทุนรวมเพือการเลี้ยงชีพหนึ่งไปยังกองทุนเอการเลี้ยงชีพอื่นได้ 

·         เงินลงทุนจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ สูงถึง  300,000 บาทต่อปี

·         ผลตอบแทนจากการลงทุนได้รับการยกเว้นภาษี หากมีการลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และผู้ลงทุนมีอายุถึง 55 ปี

·         ต้องเพิ่มเงินลงทุนสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้งไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อปี

·         การลงทุนจะมีระยะยาวต่อเนื่อง ไม่มีการจ่ายเงินปันผล หรือผลประโยชน์ใดๆ ระหว่างลงทุน จะจ่ายคืนแก่ผู้ลงทุนครั้งเดียว เมื่อมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุน 

·         หากไถ่ถอนก่อนผู้ลงทุนมีอายุ 55 ปี จะต้องคืนภีที่ได้รับการลดหย่อนใน 5 ปีสุดท้ายและผลตอบแทนจากการลงทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะต้องนำมาคำนวณภีเงินได้ ณ ปีที่ไถ่ถอน

·         การลงทุนย่อมมีความเสียง ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ ว่า ลงทุนหลักทรัพย์ประเภทใด 

กองทุนตราสารหนี้ 

 

ข้อดี 

ข้อเสีย 

·           บริหารผ่านมืออาชีพ 

·           มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้ 

·           ไม่เสียภีหากขายหน่วยลงทุนแล้วได้กำไร (Capital Gain)

·           ซื้อขายหน่วยลงทุนได้ตลอดเวลา ผ่านเคาร์เตอร์ธนาคาร หรือตู้ ATM

·           มีความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ย 

·           ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าโฆษณา แต่มักต่ำกว่าการเสียภาษี ถ้าลงทุนด้วยตัวเอง 

·           เงินปันผลต้องจ่ายภี 10%

 กองทุนรวมตราสารทุน (หุ้น, วอร์แรนท์)

ข้อดี 

ข้อเสีย 

·           มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้ 

·           ได้ผลตอบแทนสูง หากภาวะตลาดหุ้นดี 

·           บริหารโดยมืออาชีพ มีการกระจายลงทุนในหุ้นพื้นฐาน 

·           ไม่เสียภาษี จากกำไรของราคาหน่วยลงทุน 

·           ซื้อขายหน่วยลงทุนได้ตลอดเวลา 

·           มีความเสี่ยง เนื่องจากลงทุนในหุ้นสามัญเป็นหลัก 

·           เงินปันผลที่ได้รับต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%

·           ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องหักค่าใช้จ่ายในการบริหารก่อน 

·           เนื่องจากเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐาน ดังนั้นผลตอบแทนจึงขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก 

 ที่มา : สยามอินโฟบิส

โดย Chaiyanun

 

กลับไปที่ www.oknation.net