วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเที่ยวช่องเม็ก..อุบลฯ..ประตูผ่านแดนไทยลาว


ไปเที่ยวช่องเม็ก..อุบลฯ..ประตูผ่านแดนไทยลาว

 

ผมไปช่องเม็กเที่ยวนี้ พศ. 2551 นับเป็นครั้งที่สามแล้วสิ สองครั้งแรกก็ประทับใจดีอยู่หรอก เพราะเข้าง่ายออกง่าย เสียเงิน 20 บาทซื้อตั๋วจากป้อมยามลาว ก็เข้าได้แล้ว แต่มาคราวนี้เหตุการณ์กลับกลายเป็นอื่น ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

 

ก่อนบ่น ขอท้าวความสองครั้งแรกที่ไปเที่ยวให้ฟังซะก่อน ครั้งแรกเข้าไปประมาณ 5 ปีมาแล้ว ครั้งที่สองก็สามปีมาแล้ว  เข้าไปก็ไม่มีอะไรหรอก เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าได้ “ไปต่างประเทศ” ไม่มีตึกรามบ้านช่องอะไรเลย มีแต่ป่าเขาให้มองเห็นอยู่ไกลโพ้น และมีร้านค้าเพิงหมาแหงนเรียงรายเพื่อรอนักท่องเที่ยว ความยาวแผงสักประมาณ 200 เมตรเห็นจะได้ แต่นี่แหละที่เราอยากมาดู ไม่ใช่ว่าอยากมาดูบ้านเมืองอะไรหรอก เราอยากมาดูอะไรที่ป่าๆต่างหาก

 

ที่สนุกก็คือ แผงพวกนี้มีสินค้าป่าแปลก ๆ ที่มาจากป่าอันอุดมของทางฝั่งลาวมาวางขายมากมาย เช่น เนื้อแลนสดๆ (แลนเป็นสัตว์เลื้อยคลานตระกูลเดียวกับเอี้ยตะกวดบ้านเรา แต่ลำตัวจะออกเขียวๆ) เขาเล่นตัดเอาหัวแลนมาห้อยโชว์ด้วยเหมือนเขียงหมูบ้านเราเอาหัวหมูมาห้อยโชว์ฉะนั้น เห็นแล้วสยอง แต่เนื้อแลนนี่ดูไปดูมาก็น่าเจี้ยะอยู่หรอก เพราะลักษณะเนียนแดงดีมาก ไม่เป็นเส้นหยาบๆเหมือนเนื้อวัวควาย  ปูภูเขาก็มีมาวางไต่ขอบกระด้งอยู่ราคาโลละแพงทีเดียว (200 หรือไงเนี่ย ชักลืมไปแล้ว) ผักแปลกๆก็มีหลาย หน้าฝนก็จะมีเห็ดแปลกๆมากมาย ดูและถ่ายรูปกันสนุกไป

 

เดินดูสัก 1 ชม. ก็หมด ก็กลับไทย แต่ฝั่งไทยเราสิคึกคักกว่ามาก ตลาดใหญ่กว่าฝั่งโน้น 100 เท่า นักท่องเที่ยวและประชาชนทั้งสองฝั่งนับพันเดินหาซื้อสินค้าอันหลากหลายจากทั้งสองฝั่งกันให้ยั้วเยี้ยไปหมด เศรษฐกิจสะพัดพอสมควรที่เดียว เสียแต่ว่าสกปรก ฝุ่น ขยะ เต็มไปหมด (ธรรมดา ..ทำใจซะแล้ว กับสถานท่องเที่ยวระดับรากหญ้าของไทยเรา)

 

ครั้งที่สามที่ผมเพิ่งไปกลับมาหยกๆเมื่อปลายเดือนมค. นี้สภาพการณ์เปลี่ยนไปหลาย มีการสร้างด่านตรวจคนเข้าออกเมืองของไทยเราเองเสียอลังการณ์ งบก่อสร้างคะเนว่าไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และการจะเข้าลาวต้องไปทำเอกสารอีกแห่งที่ที่ทำการตรงท่ารถเมล์ ลองเข้าไปดูโอ้โฮ จากที่เมื่อก่อนเดินเข้าได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตทางไทย เดี๋ยวนี้ต้องกรอกเอกสาร 3 หน้า ต้องมีรูปถ่าย ค่าธรรมเนียม และเข้าคิวยาว เพียงเพื่อที่จะไปดูหัวแลน และเห็ดป่า....โอ๊ยยังงี้บ่เอาดอก

 

ออกมาจากอาคาร เห็นนักท่องเที่ยวคนนึง ก็เลยถามเขาว่าฝั่งโน้นมีอะไรดีบ้างไหม (เพราะเราไม่ได้มา 3 ปีแล้ว) เขาบอกว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้เข้าไป และก็คงไม่เข้าไปหรอก เพราะทนการทำเอกสารออกประเทศไม่ไหว (อ้าว..หัวอกเดียวกัน) จากนั้นผมไปเดินเที่ยวในตลาดช่องเม็กฝั่งไทย โอย..ทำไมมันซบเซาลงกว่า 3 ปีก่อนสัก 100 เท่าเห็นจะได้ เงียบหงอยจ๋อยเลย 100 เท่านะครับ ไม่ได้พิมพ์ผิด ถามพ่อค้ารายหนึ่งแกก็ให้การว่า ตั้งแต่ทางการไทยเข้มงวดเรื่องการผ่านแดน นักท่องเที่ยวก็หดหายไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ

 

ผมมารำพึงว่าอย่างนี้อีกหน่อยพ่อค้าแม่ขายก็คงอพยพหนี กลายเป็นเมืองร้างในที่สุด ปล่อยให้อาคาร 50 ล้านอันแสนโก้หรู ให้เป็นที่อยู่อาศัยของเอี้ยแลนตะกวดต่อไป ส่วนพ่อค้าแม่ขายที่สร้างรายได้ให้ประเทศเพื่อมาเสียภาษีสร้างอาคารนี้ ต้องหลบหนีไปอยู่ที่อื่น

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.......(อะไรดีเอ่ย)

 

หมายเหตุ....ท่านใดอยากได้ชื่อว่าไปต่างประเทศ และยังมีหมู่บ้านลาวให้เดินเที่ยวอีกด้วย (ดีกว่าช่องเม็กซะอีก) โดยไม่ต้องทำใบผ่านแดนให้ยุ่งยาก (และไม่ต้องเผชิญหน้ากับขรก. หน้าบูด)  ให้ไปข้ามที่ อ. โขงเจียมนะครับ (ดินแดนพระอาทิตย์อุทัยของไทยเรา ...ตะวันออกสุด) ซึ่งห่างจากช่องเม็กอีก 25 โลเท่านั้น แต่ต้องเสียค่าเหมาเรือข้ามโขงราคาสัก 300 เห็นจะได้...จุ๊ๆ รู้แล้วเงียบไว้นะครับ เดี๋ยวรัฐบาลไทยตามไปสร้างอาคารหรูรอรับอีก

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net