วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้หญิง-สิทธิ-เท่าเทียม-ถูกทาง?


 เมื่อผู้หญิงต้องการเท่าเทียม

หลายๆ เวทีที่ได้รับเชิญไปพูดเรื่องสถานภาพสตรี บ่อยๆ ที่ไปร่วมงานในบทบาทผู้หญิงยุคใหม่ หลายครั้งที่นิตยสารให้เกียรติ(เหลือเกิน)ขอสัมภาษณ์ฐานะหญิงเก่ง และที่สำคัญเมื่อเป็นผู้หญิงจึงได้ข้อสังเกตง่ายๆ ใกล้ตัวว่า ผู้หญิงได้เปลี่ยนไปแล้วในสายตาของตัวเองและคนรอบข้าง

“ความเท่าเทียม” เป็นเรื่องสุดจี๊ดสำหรับผู้หญิงหลายคน เหมือนกับเป็นเครื่องกระตุ้นชีพจรให้เต้นรัวด้วยความสดชื่นเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งดิฉันมองในแง่กลับกันว่า ถ้าเรารู้สึกจี๊ดและมีประกายในดวงตาเวลาได้พูดถึงเรื่องสิทธิสตรี แปลว่าเราเองยังเห็นว่าเราไม่เท่าเทียม ทั้งที่จริงแล้วมันอยู่ในมือเราตั้งแต่เกิด ขึ้นอยู่กับว่าเราปล่อยให้มันหลุดมือไปเมื่อไหร่ ปล่อยให้ลอยห่างไปไกล และนานแค่ไหนแล้วเท่านั้นเองค่ะ

ส่วนใหญ่เมื่อได้รับเชิญ จะถามผู้ติดต่อก่อนทุกครั้งว่า พูดได้แค่ไหน แต่ละเวทีมีบรรยากาศอย่างไร ต้องการอะไรในการพูดคุยกันหัวข้อนี้ เพราะดิฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับการพูดหัวข้อนี้หรือเปล่า ทำให้ทุกครั้งที่ไปร่วมงานในหัวข้อนี้ ก็จะเริ่มต้นเหมือนๆ กันว่า “ดิฉันคงพูดเรื่องนี้ได้สะดวกใจหน่อยเพราะเป็นผู้หญิงด้วยกัน ไม่อย่างนั้นแล้วความคิดบางมุมอาจทำให้ดูเหมือน...คิดอย่างนี้ได้ยังไงเนี่ย!”

สิ่งหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าเราเหมาะกับเวทีเสวนาเรื่องนี้ไหม เป็นเพราะดิฉันไม่ใช่คนที่ทำงานด้านส่งเสริมสถานภาพสตรี มิได้ใกล้ชิดกับปัญหาที่องค์กรสตรีต่างๆ กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขให้ผู้หญิงมีบทบาทและสิทธิมากขึ้น จึงต้องออกตัวทุกครั้งว่า ขอพูดจากประสบการณ์ตรงและความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น รวมถึงในคอลัมน์สัปดาห์นี้ด้วยค่ะ

ปัญหาสำคัญของความไม่เท่าเทียมนี้ ส่วนใหญ่แล้วมาจากตัวเรามองตัวเองและผู้หญิงมองกันเอง (อย่างที่บอกค่ะว่ามาจากความคิดส่วนตัวที่เคยพูดบนเวทีต่างๆ เท่านั้นนะคะ)

เวทีล่าสุดที่ได้รับเชิญดิฉันอธิบายเรื่องนี้สั้นๆ ไว้สองมุม คือ มุมแรก จากการเป็นคนข่าวผู้หญิงในช่วงนี้ ช่วงที่ธุรกิจข่าวโทรทัศน์อยู่ในช่วงขาขึ้นสุดขีด เราจะเห็นผู้ประกาศข่าวหรือผู้ดำเนินรายการข่าวผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งด้วยเหตุผลที่ได้ยินบ่อยๆ ว่า ผู้หญิงน่าดูน่ามองและสบายตามากกว่าผู้ชาย ซึ่งน่าจะเป็นผู้ชายซะมากกว่าที่เรียกร้องความเท่าเทียมในมุมนี้ และลงลึกอีกนิดว่า ผู้หญิงที่ได้รับการคัดเลือกก็ต้องน่าดูน่ามองและสบายตามากกว่าผู้หญิงด้วยกันเอง ซึ่งหัวข้อเรียกร้องเรื่องคนสวย-คนไม่สวยน่าจะตรงจุดมากกว่าเรื่องเพศอีกค่ะ และเป็นเรื่องน่าเซ็งถ้ากรรมการคัดเลือกมีแนวคิดว่า “สวย” ก่อน เพราะสวยแล้วฝึกให้ “เก่ง” ได้!

เมื่อเข้าสู่อาชีพคนข่าวหน้าจอแล้ว “สวย” ที่ได้รับคัดเลือกเข้ามานั้นกลับไม่ได้รับความสนใจฝึกให้ “เก่ง” อย่างที่นึกๆ เอาไว้ เพราะมีแต่คนช่วยมองว่า ผมทรงไหน ทาตาสีอะไร ปากซีดไปหรือเปล่า เสื้อสวยจัง ตุ้มหูซื้อที่ไหน และสวยจัง-น่ารักดี...และหน้าที่ก็มีแค่นั่งยิ้มเป็นเรื่องหลัก งานหลักกลับมีคนเขียนสคริปให้ ได้พูดแต่ข่าวง่าย-เบา-สบายๆ...ซึ่งดิฉันเชื่อว่า “สวย” เหล่านั้น ไม่ได้ต้องการแค่ “สวย” อย่างนี้ หรือถ้าบางสวยบางน่ารักต้องการอย่างนี้ ก็เพราะเรามองตัวเองว่าทำได้เท่านี้

มุมที่สอง คำวิจารณ์ต่อบทบาทผู้หญิงหน้าจอ เช่น ถ้ามีบทบาทมากก็ว่าพูดมาก ถ้าตรงก็ว่าแรง ถ้ากล้าก็ว่าก้าวร้าว ยิ่งถ้ามีความเป็นผู้นำยิ่งกลายเป็นว่าไม่น่ารัก ซึ่งน่าแปลกใจมากว่ามักจะมาจากผู้หญิงด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ ก็ถือเป็นความยากลำบากที่ผู้หญิงจะฝ่าด่านค่านิยมของมวลหมู่ผู้หญิงด้วยกันออกไปได้ เพราะถ้าความเห็นเหล่านั้นมาจากผู้ชายด้วยกัน ดิฉันจะไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาเลย เพราะถือเป็นมุมมองจากนอกเพศหรือความกลัวเท่าเทียมอาจทำให้คำวิจารณ์นั้นออกมาเพื่อเป็นกำแพงป้องกันรักษาพื้นที่เดิม แต่นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงมองผู้หญิงกันเอง...หรือความเก่งกับความน่ารักไปด้วยกันยากในยุคเปลี่ยนผ่านค่านิยมและช่วยรอยต่อการเรียกร้อง?

มุมแถม ที่สังเกตเห็นในการทำงานกับข่าวคือ คำวิจารณ์ที่นักแสดงผู้หญิงใส่ชุดราตรีหวือหวา ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำสุดฮอต แต่งตัวเผยสรีระ เสื้อนิสิตนักศึกษาหญิงรัดติ้ว กระโปรงสั้นจุ๊ด ผ้าบางโปร่ง ผู้หญิงสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เข้าผับ...มักเป็นคำที่มาจากผู้หญิงด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเราควรจะข้ามผ่านความเคารพในสิทธิส่วนตัวและรสนิยมส่วนบุคคลไปได้ตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ รวมถึงที่เคยได้คุยกันในคอลัมน์ไม่นานมานี้ว่า เมื่อเกิดคดีข่มขืน ทำไมเราต้องไล่เรียงไปว่าเด็กสาวหรือผู้หญิงที่ถูกกระทำแต่งตัวยั่วยวนใจแตกหรือเปล่า?? ทั้งที่ผู้กระทำไม่มีสิทธิล่วงละเมิดใดๆ ไม่ว่าผู้ถูกกระทำจะเป็นแต่งตัวยั่วยวนใจแตกก็ตาม มิใช่หรือคะ

ถ้าวันนี้เราไม่ได้ยินผู้หญิงกันเองพูดว่า “ไม่เป็นสุภาพบุรุษซะเลย”, “คนนั้นทำหน้าอกมารึป่าวอ่ะ”, “ผู้หญิงคนนั้นแรงเนอะ” เราอาจเรียกร้องความเท่าเทียมให้ผู้หญิงได้เต็มปากกว่านี้ก็ได้ หรือเราควรเรียกร้องให้ทุกคนเท่าเทียมโดยไม่แบ่งเพศ สีผิว สีผม รสนิยม ความเชื่อ ชื่อตำแหน่ง หรือทรัพย์สินหรือไม่? หรือก่อนจะเกิดความเท่าเทียมจริงขึ้นในสังคม เราน่าจะเข้าใจ เคารพ และยอมรับความแตกต่างหลากหลายเหล่านั้นว่า มีอยู่จริงและไม่ได้น่ากลัว ตราบเท่าที่เรายังเคารพความแตกต่างนั้นในทุกแง่ทุกมุมและทุกมิติ 

โดย จอมขวัญ

 

กลับไปที่ www.oknation.net