วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บางตอนจาก Short -Short Story บันทึกท้ายปี /๙...


บันทึกท้ายปี / ๙...

คำว่า ตี๋ต่าง เป็นภาษาพูดมีความหมายว่า สมมุติว่า

ผมคิดถึงคำนี้ก็เพราะเห็นว่าวงการเมืองไทยในรอบหลายปีมานี้ ที่ดูเป็นละครและไม่เป็นจริง อย่างที่ว่า ก็เพราะมีแต่คำว่า ตี๋ต่างดังที่กล่าว

ยกตัวอย่าง ตี๋ต่างว่า คนที่อยู่ลอนดอนแต่ชอบมาฮ่องกงนั้น ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยในการจัดตั้ง รัฐบาลใหม่คราวนี้ เพราะไม่เกี่ยวอะไรด้วยกับพรรคพลังประชาชน คนที่อยู่ลอนดอนแต่ชอบมาฮ่องกง ได้เลิกเล่นการเมืองไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ที่มีคนเคยตี๋ต่างว่า เมื่อผมเป็นนักการเมืองนั้น ผมได้โอนหุ้นทางธุรกิจ ไปหมดแล้วให้กับลูกและญาติ ดังนั้นตามกฎหมายแล้ว ผมจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยกับผลประโยชน์ ต่างๆ ทางธุรกิจนี้อีกต่อไป

ตี๋ต่างอย่างนี้ ถ้าจะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างไปจากเด็กแต่ก่อนที่ชอบเล่นหุงข้าวต้มแกง แต่ก็น่า ประหลาดที่กลับมีคนเชื่อถือกันเป็นจริงเป็นจัง (มากเสียด้วย)

คำว่า ตลบตะแลง เป็นภาษาเขียนหมายถึง การพลิกแพลงด้วยเล่ห์เหลี่ยมให้หลงเชื่อ หรือว่าปลิ้นปล้อน

กล่าวกันว่า สังคมที่เต็มไปด้วยการตี๋ต่างนั้น ในที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นสังคมที่ตลบตะแลงไป ในที่สุด และนี่ไม่ใช่เรื่องประหลาด เพราะทำให้เกิดการหลอกตัวเอง และโกหกได้แม้แต่ตนเองว่า สิ่งที่ เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง

ยกตัวอย่างของการหลอกตัวเองเช่นว่า หุ้นและทรัพย์สินทางธุรกิจต่างๆ ที่ผมโอนไปแล้วนั้น เป็นของลูกกับญาติและเป็นของแม่บ้านกับเป็นของคนขับรถแล้วจริงๆ ผมหาได้มีผลประโยชน์อันใด เกี่ยวข้องไม่

ก็เช่นเดียวกันกับที่มีนักการเมืองหลายคนที่ชอบหลอกตัวเอง ว่าผมบินไปฮ่องกงนั้นก็เพราะ คิดถึงคนลอนดอนที่มาอยู่ที่นั่น หาได้ไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองไม่

การหลอกตัวเองอย่างนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็คือการพลิกแพลงด้วยเล่ห์เหลี่ยมให้หลงเชื่อ หรือว่า การตลบแตลงปลิ้นปล้อนนั่นเอง แต่ก็น่าประหลาดอีกที่กลับมีคนเชื่อถือกันเป็นจริงเป็นจัง (มากเสีย ด้วย)

ถ้าหากว่าสังคมไทยยังเป็นปกติดีอยู่ ต่อไปนี้คือคำถามที่ไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น (เลย)

๑. พรรคพลังประชาชนคือ นอมินีพรรคไทยรักไทย จริงหรือไม่

๒. สมัคร สุนทรเวช คือนอมินีของพตท.ทักษิณ จริงหรือไม่

และ ๓. การที่นักการเมืองทั้งหลายบินไปหาพตท.ทักษิณ ที่ฮ่องกงนั้น เพื่อเจรจาเรื่อง ผลประโยชน์ทางการเมือง จริงหรือ...

ผมคิดว่า คำถาม (บ้าๆ) นี้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยถ้าหากว่าสังคมไทยยังเป็นปกติดีอยู่

ทั้งนี้เว้นแต่ว่า สังคมตี๋ต่างนั้น ได้ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ตลบแตลงและ หลอกได้แม้แต่ตัวเองไปจริงๆ เสียแล้ว...

โดย อัศศิริ-ธรรมโชติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net