วันที่ พุธ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

>*-*< วันนี้เราเสียสมาชิกในครอบครัวไป 1 ตัว


11 เมษายน 2550 เป็นอีกวันนึงที่ต้องจดจำ วันนี้ เราสูญเสียสมาชิกในครอบครัวเราไปตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเราเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และพยายามรู้สติไว้อยู่เสมอว่า วันใดวันหนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้ ก็ต้องเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นจริง เราก็ยังอดเสียใจไม่ได้


ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน พวกเราย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น ก็มีการทดสอบพวกเรา จากเจ้าหัวขโมยประจำซอย ช่วงนั้นเป็นช่วงบอลโลกพอดี มันแอบย่องเข้ามาในบ้านช่วงที่เราหลับไปแล้ว แล้วก็เอาทรัพย์สินเล็กๆน้อยๆไป เช่น นาฬิกา วิทยุสื่อสาร รุ่งเช้า เมื่อทราบว่ามีตีนแมวเข้าบ้าน พวกเราก็ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็แค่เพียงลงบันทึกประจำวันเอาไว้ จำได้ว่า สามีดิฉัน เสียเวลาไปแจ้งความอยู่ถึง 3 ชั่วโมง โดยทางตำรวจมิได้มีมาตรการใดๆ เพียงแต่แนะนำว่า อาจติดกล่องแดงหน้าบ้าน เพื่อให้ตำรวจแวะมาคอยเซ้นชื่อ พวกเราก็เลยตกลงกันว่า จะติดสัญญาณกันขโมยตามประตูเข้าออกโดยทันที ต่อมาอีก 1 สัปดาห์ เจ้าตีนแมว ก็แอบย่องเข้ามาอีก แต่คราวนี้ สัญญาณกันขโมยดัง พวกเรารีบโทรแจ้งตำรวจ ครั้งนี้ ตำรวจมากันเร็วมาก  พวกเราไม่เสียทรัพย์สินอะไร แต่ก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้อีก

มาถึงจุดนี้ พวกเราก็เลยตัดสินใจที่จะเลี้ยงสุนัข เพื่อไว้เฝ้าบ้าน พี่ของดิฉันไปรับเจ้า รอดไวเลอร์ มาเลี้ยง เราตั้งชื่อมันว่า แอนนี่ ขอบอกว่า work สุดๆเลยคะ เสียงเห่าและเสียงคำรามของมัน ดังและหนักแน่น หลังจากนั้น พวกเราก็ไม่มีปัญหาเรื่องขโมยอีกเลย

ผ่านมาอีกไม่นาน มีข่าวเด็กถูกเจ้ารอดไวเลอร์กัด ได้รับบาดเจ็บ ทำให้เรารู้สึกเกร็งๆ กับหมาที่เราเลี้ยงไว้เอง ประกอบกับดิฉันก็มีลูกชายเล็กๆ ถึง 3 คน พวกเราก็เลยจำเป็นต้องล่ามมันไว้ในตอนกลางวัน จะปล่อยให้มันมาเดินตอนกลางคืนเท่านั้น ช่วงแรกๆ พวกเราก็ยังไปเล่นกับมันบ้าง แต่ยิ่งนาน เราก็เล่นกับมันน้อยลง จนตอนหลัง ก็เพียงทักทายเล็กๆน้อยๆ เวลากลับมาบ้าน หรือเวลาที่ปล่อยมันตอนกลางคืน

4 วันก่อน เจ้าแอนนี่ เริ่มออกอาการซึม ไม่กินอาหาร มีอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เอาแต่นอนนิ่งๆ พี่ดิฉันพามันไปหาสัตวแพทย์ คุณหมอบอกว่า เป็นโรคพยาธิเข้าหัวใจ เกิดจากยุงกัด หรือมากับเห็ด สั่งยามาให้รับประทาน ผ่านไป 2 วัน อาการต่างๆไม่ดีขึ้นเลย เมื่อคืน ก็เลยเชิญคุณหมอมาดูอีกรอบ คุณหมอฉีดยาให้ แล้วก็บอกกับพวกเราว่า คงไม่รอด และขอให้โชคดี พี่ของดิฉัน อยู่เฝ้ามันจนถึงตี 1 ก็ไปเข้านอน ช่วงตี 2 ดิฉันได้ยินเสียงหมาเห่า กันทั้งซอยอยู่ระยะหนึ่ง ในใจก็คิดว่า นี่อาจเป็นการอำลาเพื่อนของพวกมัน พอตื่นมาตอนเช้านี้ประมาณ 6 โมง พวกเราก็พบว่า เจ้าแอนนี่ เสียชีวิตไปเสียแล้ว

แม้ว่า ดิฉันจะไม่ได้คลุกคลีกับมันมากมายนัก แต่เหมือนเห็นกันทุกวัน แล้วอยู่ๆมันก็หายไป ก็ใจหายเหมือนกัน ในใจก็รู้สึกผิดนิดๆ ที่ตอนมันอยู่ น่าจะดูแลมันมากกว่านี้ ในขณะที่มันช่วยดูแลบ้านเราอย่างดีมาตลอด พวกเราตกลงกันว่า คงไม่ได้รับสุนัขมาเลี้ยงอีก เนื่องจากเมื่อมันจากไป มันก็เหมือนเพื่อนเราตายจากไป แล้วก็รู้สึกเศร้าใจ

เช้านี้ พี่ของดิฉัน พามัันไปยังวัดคลองเตยใน มีเตาสำหรับเผาสุนัขโดยเฉพาะ มีถึง 2 เตา สอบถามคุณลุงที่ดูแล มีวันละประมาณ 10 กว่าตัว วันนี้เจ้าแอนนี่เป็นตัวแรก เผาเสร็จแล้ว มีบริการนำเถ้ากระดูกไปลอยอังคารในแม่น้ำให้ด้วย ค่าเผา 1500 บาท ค่าลอยอังคาร 300 บาท อีก 200 บาทให้ทิปคุณลุงไป (มี 2 คนๆละ 100) ตอนเผาคุณลุงมีดอกไม้จันบริการให้ด้วย แล้วถ้าใครไม่เผา ก็มีโลงศพสำหรับสุนัขจำหน่ายอีกด้วย ดิฉันก็เพิ่งรู้ว่ามีบริการแบบนี้ด้วย ช่วงเช้ามีสุนัขอีกตัวมาจาก รพ.สัตว์ มีญาติติดตามมาด้วย คงเป็นเจ้าของ นั่งร้องไห้ตอนที่จะเอาเข้าไปเผา ดิฉันเห็นแล้ว ก็รู้สึกว่า ความผูกพันของสุนัขกับคนนี่ลึกซึ้งกว่าที่ดิฉันคิดไว้มากคะ

เอาละคะ ชีวิตคงต้องดำเนินต่อไป ดิฉันขอให้วิญญาณของเจ้าแอนนี่ ไปสู่สุขคติ อย่างน้อยเหตุการณ์นี้ ก็ให้แง่คิดกับดิฉันอีกครั้งว่า จงทำดีกับทุกคนที่อยู่รอบตัวเราอยู่เสมอ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจหรือสำนึกผิดในภายหลัง ว่าเราน่าจะทำอย่างโน้นอย่างนี้...ลาก่อนนะ เจ้าแอนนี่

โดย FutureMom

 

กลับไปที่ www.oknation.net