วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พู่กันสัญจร กับภาพกิจกรรม


เอ้อระเหย...ลอยมา...แล้วค่ะ...กว่าจะมาเล่าเรื่อง  เดือนหนึ่งเข้าไปแล้ว อะไรต่ออะไรทับถมกระหม่อมกระบาล ไม่รู้จะเล่าจะเรียงยังไงไหว ดีแต่ว่าดูหลักฐานตามไฟล์ภาพก็พอจะแคะเมมโมรี่ออกมาได้ คนเล่าเค้าก็ขี้เกียจพิมพ์ คนอ่านเค้าก็ขี้เกียจอ่าน แต่ยังไงก็คงต้องขอฝากบันทึกไว้เป็นหลักฐานให้กับผองเพื่อนที่มีส่วนร่วมกิจกรรม "จักรยานเพื่อน้อง" กับ "พู่กันสัญจร" นับตั้งแต่การบริจาคเงินซื้อจักรยาน ตลอดจนช่วยกันซื้อการ์ดส.ค.ส. สีน้ำ ชุดจักรยานทุกๆ คน

เอางี้ดีกว่า เพื่อให้สมพงษ์กันทั้งสองเรา ให้ภาพช่วยเล่าเป็นส่วนใหญ่ดีกว่านะคะ

วันศุกร์ที่ 11 ตอนเที่ยงเรา 3 คน กลุ่มย่อยในชมรมพู่กันสัญจรอันมีนิคเนมว่า "กลุ่มพู่กันหลงทาง" เดินทางไปก่อน 3 คน ก็หลงกันไปเรื่อยๆ ค่า....ทั้งๆ ที่เป็นคนติดต่อสอบถามทาง เป็นคนทำแผนที่ ที่เอามาเผยแพร่ให้เพื่อนๆ ทุกคนด้วยตัวเอง ภูมิใจจริงๆ แค่หลงทางเสียเวลา ไม่ได้หลงติดยาเลยไม่ถึงกับเสียอนาคต

แวะดูที่พักเพื่อเข้าไปมอบตัวก่อนที่ ห้วยตะโกรีสอร์ท

เลยไปอีกไม่ไกลตกหลุมตกบ่อกะโผลกกะเผลก เหยียบไก่ไป 1 ตัว ก็ถึง รร.บ้านสังเคิล (อ.อู๊ด บอกว่ายามโพล้เพล้นี้ภาษาใต้เรียกว่ายามมุ้งมิ้ง ไก่มันจะตาฟาง รถเข้าถึงตัวแล้วมันก็ยังไม่หลบ มองกระจกหลังเห็นมันดิ้นปั้ด คนขับก็หน้าซีดไปเลย)

เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้วค่ะ

พอไปถึงรร. ก็เห็นจักรยานมาส่งเรียบร้อยแล้ว...เอี่ยมเฟี้ยม จอดเรียงเป็นแถว.....อวดรูปให้พี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมบริจาค ณ ที่นี้ได้ร่วมชื่นใจกันด้วย...คันไหนของใครเอ่ย....

พูดจานัดหมายกับ อ.เมธา หนุ่มหล่อเข้ม ผอ.รร.เรียบร้อยแล้วก็รีบถามทางไปสวนนก ที่ซึ่งเราทั้งหมดจะไปกางเต็นท์พักกันในคืนพรุ่งนี้

ย้อนกลับไปกลางเมืองประโคนชัยเลี้ยวขวาไป 2-3 กม. เอี๊ยด....เลยแล้วๆ  หุ่นนกยืนตะคุ่มๆ อยู่ทางขวาแว๊บๆ บอกไว้ก่อนแบบว่ารู้อนาคตค่ะ พรุ่งนี้หลังจากเสร็จงานแล้ว พอมาถึงก็จะทำท่าเดิมนี้เปี๊ยบเลย คือ ขับเลยไปสักหน่อยแล้วก็...เอี๊ยด...เลยอีกแล้วค่ะ ต่างกันแต่ว่า จะมีขบวนรถที่ตามมาด้วยกันร่วมเอี๊ยดด้วยเท่านั้นเอง

เช้าเลยดีกว่านะคะ ตอนที่ขับนำขบวนเพื่อนที่มาทีหลัง พอเลยรร.ไปสักหน่อยแล้วกลับรถกลับมา แบบเมื่อเย็นวาน เซ็งตัวเอง

ขอเล่าข้ามไปก็แล้วกัน พอไปถึงรถกลุ่มที่เดินทางตอนกลางคืนมากันพร้อม แล้ว ขนของลงมาสุมไว้เต็มดังภาพที่เห็น

ทางรร.ก็จัดข้าวต้ม กาแฟ เตรียมไว้ให้...ช่วงนี้กำลังข้าวใหม่ น้ำข้าวต้มข้นๆ ร้อนๆ มีเกี๊ยมไฉ่ ไข่เค็ม กุนเชียง...งึมๆ....อากาศไม่หนาวสักนิดผิดหวังหน่อยๆ แต่ไม่ร้อนก็นับว่าดีแล้วล่ะ

เพื่อนๆ ส่วนที่จัดแบ่งขนม แบ่งของแจกเป็นถุงๆ แล้วรีบแจกเลย เพราะมีอุปกรณ์ศิลปที่ต้องใช้ในอยู่ถุงด้วย แล้วพวกเราส่วนที่ทำกิจกรรมสอนศิลปก็แยกย้ายกันไปตามกลุ่ม

 อยู่ดีๆ เราก็ถูกอุปโลกน์เป็นครูสอนวาดรูปซะงั้น เพราะ อ.พรชัย บอกว่า
จะไปรับแขก ยัดเยียดให้เราเป็น "คู" เฉยเลย หลังจากไม่สบตาแป๋วๆ ของนักเรียน สมองเริ่มคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รูปสี่เหลี่ยม รูปสามเหลี่ยม วงกลม วงรี....เอ่อ ในที่สุดเราก็ได้รูปผีเสื้อมา 1 ตัว

อันผีเสื้อนั้นมีสีและลวดลายมากมาย นักเรียนจะทำลายและสียังไงก็ได้ตามใจ.....เอ่อ...คล้ายๆ จะพอได้มั้ยคะ?

เนื่องจากนาทีชีวิตที่ได้เป็นครูนี้ เลยไม่ได้ถ่ายรูปเองในช่วงแรก ฝากกล้องไว้กับท่านผู้มีอุปการคุณคนที่เป็นสปอนเซ่อร์หลักในการทำการ์ด สคส.ชุดจักรยานสีน้ำของเราน่ะค่ะ จำได้ใช้ไหมคะ บ.เอ็มบีเอ ที่ได้ร่วมเดินทางมาด้วย พร้อมครอบครัว

อ.ตุ้ย ภาณุภณ กำลังสอนอะไรนะ ทีแรกเห็นมีไดโนเสาร์อยู่บนกระดานแป๊บเดียวเป็นรถบรรทุกไปซะแล้ว

อ.โอ๋ จตุพร เหมือนจะกำลังสอนพื้นฐานการใชัสีอยู่หรือเปล่า

ส่วนนี่ก็ อ.อู๊ด ไพศาล สอนให้วาดรูปเสร็จแล้วเคลือบอีกที ดูจากรูปที่เสร็จแล้วอ่ะนะ

อ.ทวีสิทธิ์ สอนปั้นดิน อยากมาเรียนด้วย ตั้งแต่ปีก่อนแล้วล่ะ มุมนี้มีพวกเราที่ไปด้วยแวบมาหัดปั้นกันเองเรื่อยเลยแหละ เห็นไอติมมั้ยคะ อันติ๊ดๆ ไข่ดาว โดนัทอีก ...แหมะ ๆ .....มีแฮมเบอร์เกอร์...แครอท...น่ารัก น่ารับประทานไปหมด ยกเว้นดอกมะลิกับพี่ควาย

เสร็จแล้วมีโชว์ด้วยค่ะ เป็นไอเดียที่ดีที่เพิ่งคิดได้ปีนี้ ด้วยการแขวนรูปไว้เป็นทิวแถวเด็กๆ ก็มาเดินดูมองหารูปฝีมือตัวเองอย่างมีความสุข

 ... อุ๊ย ผีเสื้อของลูกศิษย์คูนิดา"ไม่เลวนะคะ

รายการต่อไปคือ เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ความจริงตั้งใจจะให้เป็นข้าวแล้วก็มีกับข้าว 3-4 อย่าง พวกเราก็ร่วมกินด้วยกัน แต่เกิดการผิดพลาดขึ้น กลายเป็นแจกข้าวกล่องให้เด็กๆ แล้วมีข้าว-กับข้าวให้พวกเรา ไม่ค่อยน่ารักเท่าไร เราอยากนั่งกินในโรงอาหารกับเด็กๆ มากกว่า

กินอิ่มแล้วมารับแจกไอติม .... น่าจะเป็นนาทีที่ดีที่สุดของเด็กๆ หรือเปล่านะ...
ไอติมกะทิตักใส่ขนมปัง อร่อยมากเลย หอมมัน....เล่าพลาง..แหมะๆ......

Men In Black : อ.ไพศาล (อู๊ด) อ.โอ๋ (จตุพร) อ.ทวีสิทธิ์ อ.พรชัย อ.ภาณุภณ ไม่มีภาพ อ.พรชัย สอนเด็กในปีนี้เพราะว่า ต้องรับแขก ซึ่งก็คือทีมงานจากรายการ เรื่องจริงผ่านจอ ที่มาขอถ่ายทำกิจกรรมของเรา (ออกรายการไปแล้วเมื่อคืนนี้เอง 7 กพ.51 อดดูง่ะ มีแต่คนโทรมาบอกว่าเห็นเธอในทีวีนะยะ) พวกเราที่นี่มีใครได้ดูหรือเปล่าคะ

จากนี้ชมรูปอิริยาบทของเด็กๆ snap shot ค่ะ

รองเท้าที่เราซื้อไปแจก ยี่ห้อ แอดดา ข้างละสีแบบที่กำลังฮิทกัน ไม่รู้ว่าเด็กๆ จะทะเลาะแย่งรองเท้าให้มันเป็นคู่สีเหมือนกันมั้ยนะ

เจ้าหนูคนนี้ บอกเท่าไรว่านี่ไม่ใช่ปลาหมึกนะคับ แกก็ไม่เชื่อ นั่งเลียรองเท้าอยู่นั่นแหละ....เฮ้อ....

ก่อนกลับพวกเราได้รับของฝากกันทุกคน คือ ข้าวกล้องหอมมะลิแดง ที่นุ่มเหนียว หอม และ น้ำผึ้ง และยังได้รับเรือแกะด้วยไม้....ไม้อะไรน้อ...ไม้ตะเคียนมั้ง จำไม่ได้ค่ะ เห็นบอกว่าเป็นสินค้าท้องถิ่น .... ขากลับเรือลำนี้กองอยู่บนเครื่องครัวในรถของ อ.ทวีสิทธิ์ และ....โดนด่านสกัดด้วยข้อหา ขนวัตถุโบราณ... 555.... ขำกันกิ๊กๆ เลย

ทีมที่เดินทางมาด้วยกันทั้งหมดยี่สิบกว่าคนถ่ายภาพร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก

จากนั้นก็ออกเดินทางไปสวนนกกัน ซึ่งเดิมเป็นสนามบินน้ำ นกเยอะมาก มีเจ้าหน้าที่มาอธิบายแถมน้องจิ๋มคนในคณะเป็นนักดูนก พกกล้องส่องนกอย่างดี ชัดแป๋วเลย แต่ไม่มีกล้องที่จะถ่ายรูปนกได้ รูปนกหัวหงอกที่ถ่ายมาได้นี้ หาใช่รูปนกที่นี่......อยู่ที่ประสาทหินพนมรุ้ง....ซะงั้น เรา

ค่อยๆ ค่ำแล้ว....อ.ทวีสิทธิ์ผู้ยกมาทั้งครอบครัว และครัวมาด้วย รับหน้าที่ประกอบอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ ขอได้รับความขอบคุณจากกองทัพ มา ณ โอกาสนี้ เพราะโอกาสนั้นลืมขอบคุณไปนะจ๊ะ

ได้เวลามุ้งมิ้ง แดดฉาบทาต้นไผ่และแผ่นน้ำเป็นสีทองเรืองรอง โรแม้นส์ซะจริงเลยเชียว

อ.โอ๋จัดแจงกางอุปกรณ์บันทึกภาพด้วยสีน้ำมัน มีกลุ่มเด็กๆ ที่บังเอิญมาทัศนศึกษานั่งดูกันตาแป๋ว

ก่อนค่ำต้องกางเต็นท์กันก่อน เอ๊ะ นั่นยานอวกาศมาจอดไว้ตั้งแต่เมื่อไรนะ อ่ะ เต็นท์ อ.อู๊ดนั่นเอง ส่วนกระโจมแหลมๆสีฟ้านั่น ของ อ.โอ๋ บอกว่าเพื่งได้มา เห่อไม่น้อยเลย

อิ่มพุงกาง กางขนาดรักพ่อกับแม่เท่าฟ้า อาบน้ำอาบท่ากัน ห้องน้ำที่นี่มีหลายห้องใช้ได้ มีตุ๊กแกแต่ไม่มีแมงป่องและคางคก อากาศเริ่มเย็น อาบน้ำด่วนๆ  หมอน้องกับกีต้าร์ตัวเดิม ทุกปีเธอมีลูกคู่มาเป็นคณะ ปีนี้เธอมาคู่ ปีหน้าสงสัยคู่นี้คงมากับลูก....เพี้ยง
กลุ่มหนุ่มสาวเริ่มตั้งทั้งเล่นทั้งร้อง กลางแสงไฟฉาย

อีกมุมกลุ่มสว.ตั้งวงเครื่องดื่ม กลางค่ำมืดที่ไร้ไฟ้ฟ้าอย่างนี้ ทุกปีเจ้าพวกนี้ชอบเล่นหลอนกันแบบนี้เป็นประจำ ไม่เจอเข้าจริงๆ ซักปีเถอะ

คืนนี้ฟ้ามีเพียงจันทร์เสี้ยวบาง อากาศเย็นกำลังสบาย เราปลีกตัวหามุมปูเสื่อ นอนดูดาวที่เจิดจ้าเต็มฟ้า เสน่ห์ของการแค้มปิ้งสำหรับเราอยู่ที่การได้นอนดูฟ้า......จะเป็นดาว จะเป็นเดือนไม่เกี่ยงเลย ก็คนเมืองหลวง จะวันจะคืนเห็นแต่หมอกควันสีเทาๆ

เช้าแล้ว.....อยู่บ้านบ้านนี้ยังไม่อยากตื่น ลืมตามองจากเต็นท์เห็นแดดจ้า ฟ้าแจ่ม บึงน้ำ......เซ็งแซ่ไปด้วยเสียงนกร้องไม่ตื่นไงไหว

ร้านกาแฟก็เปิดบริการแล้ว คราวนี้มีหม้อต้มกาแฟหน้าตาแปลกๆ มาประชันสองเจ้า ขนมปังปิ้งเตาถ่านทาเนยโรยน้ำตาล ขายดิบขายดี........รีบๆ หน่อย เพราะในบัดเดี๋ยวร้านกาแฟจะปิดปริการ กลายร่างเป็นสตูดิโอวาดรูป

กิจกรรมวันเด็กของปี 2551 ก็สิ้นสุดลงด้วยการแวะไปปราสาทหินพนมรุ้ง

หลายคนก็ได้นั่งเขียนรูปกันอีกพักใหญ่ เดินทางกลับถึงกรุงเทพ เที่ยงคืน

ตัวข้าพเจ้าสติเลื่อนลอยตั้งแต่แถววังน้อย ต้องเปลี่ยนมือมาให้สาวนิภาคน

ข้างล่างเนี้ยะขับแทน

พวกเราเป็นเพียงการรวมตัวของคนกลุ่มเล็กๆ มาทำกิจกรรมตรงนี้ด้วยใจ ไม่ได้เป็นองค์กรที่เป็นเรื่องเป็นราวเป็นแบบเป็นแผนแต่อย่างใด มีการจัดการเตรียมการกันส่วนหนึ่ง ที่เหลือเป็นปฏิกิริยาตอบรับ ผลที่เกิดขึ้น จึงเกิดขึ้นอย่างค่อนข้างเป็นธรรมชาติ พวกเราทุกคนรู้สึกว่าสำเร็จลงอย่างมีความสุขด้วยกันทุกฝ่าย ทุกคนก็ชื่นใจค่ะ

วันที่ 17-20 นี้ทางกลุ่มก็จะมีการเดินทางไปจัดกิจกรรมศิลปให้เด็กๆ ที่เขาค้อ อีกครั้งหนึ่ง โดยได้รับเชิญจากชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาค้อ....ใครผ่านไปหรืออยู่แถวๆ นั้นก็แวะไปเยี่ยมเยียนกันได้นะคะ จะมีการประมูลภาพที่กลุ่มศิลปินจะวาดให้ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ ที่เขาค้อด้วยค่ะ และหลังจากนั้นก็จะไป อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ใครอยากไปด้วย ยินดีต้อนรับค่ะ

ข่าวคืบหน้า ถ้าไม่.................................................................

แหะๆ....จะเอามาฝากกันอีกที....พักนี้ยอมรับว่าขี้เกียจทำบล็อกที่นี่จังเลย.....บรรยากาศมันไม่เหมือนเดิม เนอะ...เนอะ....

โดย Din

 

กลับไปที่ www.oknation.net