วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หา ! อะไรนะ ... ไบโอดีเซล?


จับพลัดจับพลู อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดี ...

     ไม่รู้ว่า อะไรชักนำให้มารู้จักกับนักธุรกิจชาวรัสเซียท่านหนึ่ง จะว่าไปแล้ว ในภายหลัง ก็ยังไม่แน่ใจอีกเหมือนกันว่า จะเรียกเขาว่า นักธุรกิจได้เต็มปากหรือเปล่า ดังเรื่องที่จะเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้ ...

... มาจะกล่าวบทไป เริ่มต้นอย่างไร ก็ยัง งง งง ก่งก๊ง อยู่เหมือนกัน

มีอยู่วันหนึ่ง ประมาณต้นเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2550 มีโทรศัพท์เข้ามา โชว์เบอร์แปลก ๆ ก็รับสาย ปรากฏว่าเป็นเสียงทักทายภาษารัสเซีย

 

“ฮัลโหล ... นั่น นายไก่ชน หรือเปล่า” 

 

    อันแน่ะ รู้ชื่อกระผมเสียด้วย นึกแปลกใจ ว่านักท่องเที่ยวที่ไหนโทรมา เพราะเวลานั้น เป็นเวลาที่กระผมกำลังเหนื่อยล้าจากการทำทัวว์มาพักใหญ่ สำหรับช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่ผ่านมา

ปกตินักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจะเริ่มเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยชนิดอุ่นหนาฝาคั่ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงปลายเดือนมีนาคมของปีถัดไป หรือเรียกกันเป็นภาษาพูดว่า ช่วงไฮซีซั่น 

นอกเหนือจากเวลานี้ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจะมากันน้อย มัคคุเทศก์หลายท่านก็เริ่มพักผ่อนกัน หลังจากทำงานกันมาอย่างหนักและต่อเนื่องแบบไม่มีวันหยุดกันเลย คงมีแต่มัคคุเทศก์บางท่าน ที่ยังทำงานต่อเนื่องไปจนถึงฤดูกาลใหม่

... คิดว่า ร่างกายเขาเหล่านั้น อาจจะทำจากเหล็กไหล  ...

วันที่รับโทรศัพท์แปลก ๆ วันนั้น จำได้ว่า นักท่องเที่ยวที่เคยอยู่ในความดูแลของกระผม ก็กลับบ้านเกิดเมืองนอนเขากันหมดแล้วนี่นา ...

 “ครับ ผม นายไก่ชน กำลังพูดอยู่ครับ” 

เป็นคำตอบของกระผม 

 เดาเอาว่า ชาวรัสเซียท่านนี้ อาจจะเป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่ได้รับการแนะนำจาก นักท่องเที่ยวคนอื่น ที่กระผมเคยให้เบอร์โทร.ไว้ก็เป็นได้ เขาต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า คิดไปตามสัญชาตญาณของมัคคุเทศก์ ...

“ผมได้รับคำแนะนำ จากนายสถานี สายการบินรัสเซีย ว่าคุณ น่าจะช่วยเหลืออะไรเราได้ ไม่ทราบว่า คุณพอจะมีเวลาว่าง ทานข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อไหม” 

อะนะ อยู่ดี ๆ ก็จะมาเลี้ยงข้าวเย็นกระผมเสียอีก จากประโยคนี้ ก็พอเข้าใจแล้ว ว่า เขาได้เบอร์โทรจากบุคคลที่อ้างอิงได้ มีแหล่งที่มาชัดเจน กระผมคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะตอบไปว่า วันรุ่งขึ้น กระผมว่าง และสะดวกที่จะไปทานข้าวเย็นกับเขาได้

กระผมไม่ได้เห็นแก่การรับประทานอะไรนั่นหรอกนะครับ เพราะหลังจากรู้ว่าเขานัดที่ไหน แทบอยากจะเปลี่ยนใจเลยทันที เพราะว่า สถานที่ที่ว่านั่น ไกลจากบ้านที่ผมพักมาก ถึงมากที่สุด คือว่า คนละมุมเมืองกันเลย

 แต่ก็ตอบตกลงไปแล้ว เพราะคนที่แนะนำเขามา คือคนที่ผมให้ความเคารพนับถือมากคนหนึ่ง สมัยที่ผมทำงานอยู่สายการบินรัสเซีย  ในตอนแรกกระผมพยายามถามว่า จะให้กระผมช่วยเหลือเรื่องอะไร เขาก็ตอบแบบไม่ชัดเจน  ประมาณว่า อยากให้กระผมช่วยวางแผนอะไรให้เขาสักอย่าง ดูท่า เขาคงไม่อยากอธิบายอะไรทางโทรศัพท์ เพราะเรื่องคงจะยาว กระผมก็คิดเอาเอง ว่า สงสัย อยากจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในเมืองไทย แล้วจะให้กระผมช่วยวางแผน เรื่องสถานที่ที่น่าสนใจ หรือที่พักอะไรต่าง ๆ  

จะคิดอะไรได้มากไปกว่านี้ล่ะครับ ก็กระผมเป็นมัคคุเทศก์อาชีพนี่ครับ ...

เมื่อถึงวันที่นัดหมาย พอดี มีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เคยทำงานมัคคุเทศก์ด้วยกัน โทรมาหา  คนนี้ค่อนข้างเก่งภาษารัสเซียมาก เพราะเพิ่งจะจบปริญญาโทด้านภาษารัสเซียโดยตรงจากมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย และมีเวลาว่างวันนี้เหมือนกัน กระผมก็เลยถือโอกาสชวนไปทานข้าวเย็นด้วยกันซะเลย

... แต่น แตน แต๊น ...

เมื่อได้พบปะกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา อากาศดี แถวพระราม 3 หลังจากทักทายแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อย ทานอาหารกันเสร็จ ( กระผมไม่ได้รับประทานอะไรเยอะแยะหรอกครับ ... ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ว่ากระผม ไม่ได้เห็นแก่รับประทาน )

กระผมอยากรู้จริง ๆ ว่าเรื่องอะไรที่เขาอยากให้ผมช่วยเหลือ ...

ครับ ... ผิดหมดครับ ที่เดาไว้ ผิดหมด ไม่เกี่ยวกับเรื่องทัวว์เลย เป็นเรื่องที่ได้ยินแล้ว ต้องอุทาน

“หา...อะไรนะครับ” 

ก็กลายเป็นว่า เขากำลังชวนผม ไปทำธุรกิจน้ำมันไบโอดีเซล   คำว่า ไบโอดีเซล ผมเคยได้ยิน แต่ไม่เคยใส่ใจว่า คืออะไร เป็นอย่างไร คือว่า ไม่เคยอยู่ในสาระบบความคิดของกระผมเลยน่ะซิครับ ผมตอบทันที ว่า

“ผมทำไม่ได้หรอก ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย และที่สำคัญ งานที่ผมทำอยู่ ผมก็สุขกายสบายใจอยู่แล้ว จะเหนื่อยบ้าง ก็เป็นธรรมชาติของงาน” 

เขาพยายามโน้มน้าวกระผมต่าง ๆ นา ๆ กะว่า จะให้ผมตัดสินใจและตอบบัดเดี๋ยวนั้น บัดนาวนี้

แล้วกระผมจะตัดสินใจอย่างไรดีล่ะครับ ในเมื่อกระผมยังไม่รู้เลย จะต้องไปทำอะไร กับ เจ้าไบโอดีเซลนี้ เฮ้อ ... 

โดย นายไก่ชน

 

กลับไปที่ www.oknation.net