วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Newsline ประจำวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2551(การค้าชายแดน)


Newsline ประจำวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2551

สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศพม่าประจำวันเสาร์ที่ 9 ถึงวันจันทร์ที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ 2551

  1. การค้าชายแดน

1.1            พม่าย้ายศูนย์ค้าอัญมณี กระทบตลาดพลอยแม่สอด

นายตันทูน นักธุรกิจค้าอัญมณี รายใหญ่ของพม่าที่เดินทางจากเมืองมัณฑเลย์ มาติดต่อซื้อ-ขาย อัญมณีที่ตลาดพลอย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เปิดเผยว่า ผู้นำรัฐบาลพม่า หรือ SPDC เตรียมย้ายศูนย์กลางการค้าขายอัญมณี จากเมืองมัณฑะเลย์ไปอยู่ในกรุงย่างกุ้ง เนื่องจากจะได้ดูแลควบคุม ดูแลระบบการค้า และการแลกเปลี่ยนเงิน จากการซื้อ-ขายได้ง่ายขึ้น หลังจากข่าวการย้ายศูนย์กลางค้าขายอัญมณีแพร่ออกไป ส่งผลให้ตลาดอัญมณีในจังหวัดมัณฑเลย์ชะลอตัวลง จากเดิมพ่อค้าอัญมณีจากประเทศอินเดียเดินทางไปพม่าไปซื้ออัญมณีที่เมืองมัณฑเลย์เป็นจำนวนมาก โดยเฉลี่ยการซื้อขายอัญมณีรายละไม่น้อยกว่า 2-3 ล้านบาทต่อวัน

สำหรับศูนย์กลางการค้าขายอัญมณีในมัณฑะเลย์ มีการจำหน่ายหยก ทับทิบ และนิหล่า เป็นต้นมาจาก 6 พื้นที่ ได้แก่ เมืองโมก๊อก ในมัณฑะเลย์ เมืองสู้ ในรัฐฉาน เมืองคำตี จากภาคสะกาย เมืองโมญิน เมืองผากั้น และเมืองนำยา จากรัฐคะฉิ่น โดยศูนย์การค้าขายอัญมณีมัณฑะเลย์เปิดมาเป็นเวลาหลายสิบปี ต่อมาในปี 2540 คณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ได้ย้ายศูนย์อัญมณีมาอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีร้านค้าอัญมณีมากกว่า 2,000 ร้าน อย่างไรดีหากรัฐบาลพม่าย้ายศูนย์การค้าอัญมณีไปอยู่เมืองย่างกุ้งแล้ว จะทำให้ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับการค้าอัญมณีตกงานได้รับความเดือดร้อนไม่น้อยกว่า 200,000 คน

นักธุรกิจชาวไทยที่ทำการค้าอัญมณีในตลอดพลอยแม่สอด กล่าวว่า การย้ายศูนย์อัญมณีของพม่าจากเมืองมัณฑะเลย์ไปกรุงร่างกุ้ง มีผลกระทบกับการค้าอัญมณีตลาดพลอยเมืองแม่สอดในระดับหนึ่ง ทำให้ตลาดซบเซา เงียบเหงา เนื่องจากการค้าอัญมณีของพ่อค้าไทยกับพม่า ตั้งแต่ดั้งเดิมพ่อค้าและนักธุรกิจค้าอัญมณีชาวไทย มีการติดต่อซื้อขาย และค้าอัญมณีกับพ่อค้าพม่า ทั้งที่เมืองมัณฑะเลย์และกรุงร่างกุ้ง เมื่อพม่าย้ายตลาดพลอยเหลือจุดเดียว ส่งผลทำให้ตลาดพลอยแม่สอดเงียบเหงาลงในระดับหนึ่ง แต่พ่อค้าแม่ค้า ก็ยังคงทำการค้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตัวเลขการค้าจะไม่กระเตื้อง แต่ก็คงไม่ได้ลดลง พ่อค้าสามารถดำรงชีพได้ ถึงแม้ธุรกิจค้าพลอยจะไม่สูงเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน

ทุกวันนี้ตลาดพลอยแม่สอด มีลูกค้าจากเนปาล อินโดนีเซีย พม่า ไต้หวัน อินเดีย บังคลาเทศ เดินทางมาค้าขายอัญมณีกัน อัญมณีที่ค้ามากที่สุด คือ พลอย หยก ทับทิม ส่วนยี่หร่า นิล และอื่นๆก็มีการค้าอยู่บ้าง จากปัจจัยเศรษฐกิจของโลกที่ตกต่ำและเศรษฐกิจในเมืองไทยที่ถดถอย ประกอบกับน้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคา ส่งผลกระทบกับการค้าอัญมณี 25-30 %

นายอำพล ฉัตรไชยาฤกษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวถึงกรณีรัฐบาลพม่าย้ายศูนย์อัญมณีจากเมืองมัณฑะเลย์ไปยังกรุงร่างกุ้งว่า ไม่กระทบต่อตลาดอัญมณีแม่สอด หรือตลาดพลอยแม่สอด เนื่องจากการค้าอัญมณีระหว่างพ่อค้าไทยและพม่า เป็นกลไกการค้ามานานแล้ว ประกอบกับพม่า มีการค้าอัญมณี 2 แบบ คือ ในระบบที่มีการสัมปทานรัฐบาลดำเนินการมีการจัดเก็บภาษีเข้ารัฐ ตามตัวเลขเปอร์เซ็นต์ และอีกส่วน คือนอกระบบ ชาวบ้านขุดและนำมาขายเอง พม่าถือว่าเป็นแหล่งอัญมณีอันดับ 1 ของเอเชียและอันดับต้นๆของโลก ทำให้การค้าอัญมณีระหว่างไทย-พม่า เป็นเสมือนการค้าและการทำธุรกิจที่ต้องสืบสานต่อเนื่องที่ประชาชนทำการค้ามายาวนาน การเปลี่ยนแปลงแหล่งการค้า จึงไม่มีผลต่อระบบแต่อย่างใด

ตลาดอัญมณีแม่สอด เป็นแหล่งการค้าใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดจันทบุรี และขณะนี้นักธุรกิจค้าอัญมณีแม่สอด-จันทบุรี ได้ทำเอ็มโอยู ข้อตกลงค้าอัญมณีร่วมกัน ทำให้ระบบการค้าอัญมณีแม่สอดกับพ่อค้าพม่า เชื่อมไปยังจังหวัดจันทบุรี องค์ประกอบดังกล่าวจึงสอดคล้องกับการที่นายชุมพร พลรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก มีนโยบายร่วมกับนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองแม่สอด ที่จะผลักดันแม่สอดเป็นศูนย์กลางอัญมณีแห่งเอเชีย และตลาดคนเดินพลอย

(ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 10-13/02/2551)

1.2            หอการค้าจ.แม่ฮ่องสอนแนะนำรัฐบาลสนับสนุนการค้าชายแดนไทย-พม่า

นายพูลศักดิ์ สุนทรพาณิชย์กิจ ประธานหอการค้า จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังจากการตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้ว จึงขอให้รัฐบาลทบทวน และดำเนินการสนับสนุนการค้าชายแดนและสร้างความสัมพันธ์กับประเทศพม่า โดยเฉพาะการส่งเสริมการยกระดับจุดผ่อนปรนใน จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้สามารถเท่าทียมกับด่านใน อ.แม่สอด จ.ตาก และด่านใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

จุดผ่อนปรนแต่ละแห่งมีการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บ้านน้ำเพียงดิน ที่เคยเป็นด่านขนส่งสินค้าทางน้ำที่สำคัญในอดีตแต่ถูกละเลยไป และบ้านห้วยผึ้งซึ่งมีระยะห่างจากเมืองปินมะนา เมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศพม่า ประมาณ 240 กิโลเมตร โดยแนวโน้มในอนาคตพบว่าทางฝั่งพม่ามีความต้องการวัสดุก่อสร้างสำหรับพัฒนาประเทศจากประเทศไทยผ่านเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก

วันที่ 19 ก.พ.นี้ หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมนำเสนอแผนการสนับสนุนการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในที่ประชุมหอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลได้รับทราบและดำเนินการสนับสนุนต่อไป

 (สำนักข่าวเนชั่น วันที่ 11/02/2551)

โดย คฑาประชาชน

 

กลับไปที่ www.oknation.net