วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยากให้ทุกเช้าเป็นวันแห่งความรัก


 

ยามเช้าตื่นขึ้นมา เพราะเสียงเพลงจากโรงเรียน เพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน

 เป็นเวลาเกือบสองปีที่ฉันต้องฟังเพลงนี้ทุกเช้า  และตามมาด้วยเสียงสวดมนต์ แผ่เมตตา และหลังจากนั้นก็ฟังครูพูดสั่งสอนนักเรียนนานนับชั่วโมง  เสียงสั่งสอนแบบตะคอก ตำหนิบ่นว่า เสียงแหลมเล็กของครูผู้หญิง แสบเข้าไปในแก้วหู มากกว่าเสียงครูผู้ชาย

ฉันคิดอยูเสมอว่า ทำไมครูไม่คุยกับเด็กด้วยน้ำเสียงธรรมดา พูดเพราะ ๆในยามเช้าที่สดใส ทั้งเด็กกและคนฟังจะได้สบายหูสบายใจ

สำหรับเด็กแล้ว ฉันคิดว่าน่าจะเป็นผลดีในการเรียนหนังสือ ส่วนเรื่องสั่งสอนดุด่า ตำหนิ น่าจะเอาไว้ตอนเย็น ๆ  หรือเฉพาะในชั้นเรียน เพราะบางคนไม่ได้ทำผิดอะไรแต่ต้องมายืนฟังครูตำหนิด้วย  

             หลายครั้งที่อดขำไมได้ เพราะในเนื้อเพลงนั้นบอกว่า สี่วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน แล้วครูทำไมไม่มีวาจาที่สุภาพอ่อนหวานบ้าง

                ฉันรู้สึกว่าเสียงของครูเป็นพิษต่อฉันมาก และฉันซึ่งไม่ชอบโรงเรียนเป็นทุนเดิมตั้งแต่เด็กก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปอีก โรงเรียนยังคงเป็นสถานที่อดทนสำหรับเด็ก และเด็กที่ไม่อยากอดทนก็หนีโรงเรียน ทุก ๆ วันฉันจะเห็นเด็กหนีโรงเรียนออกมาทางกำแพงด้านข้าง ซึ่งเป็นหน้าบ้านของฉัน

           ฉันคิดว่าสักวันหนึ่ง ฉันจะมีโอกาสพูดเรื่องนี้กับครู และวันหนึ่งก็มีโอกาสพูดจริง ๆ ในโอกาสเข้าค่ายนักอ่านนักเขียน แต่เป็นครูคนละโรงเรียนกันกับโรงเรียนข้างบ้าน

            ฉันถามครูว่า ที่โรงเรียนของครู สั่งสอนดุด่าเด็กก่อนเข้าชั้นเรียนไหม

            ครูตอบว่าเป็นนโยบายต้องอบรมสั่งสอนเด็กก่อนเข้าชั้นเรียน

            ฉันถามต่อว่าทำไมไม่พูดดี ๆ พูดเพราะ ๆ กับเด็ก ๆ

            ครูตอบว่า พูดเบา ๆ เด็กไม่ฟัง  ไม่ได้ยิน

            แต่ครูอีกคนหนึ่งบอกฉันว่า เธอไม่เห็นด้วยกับการอบรมสั่งสอนก่อนเข้าชั้นเรียน แต่มันเป็นนโยบายของโรงเรียน โดยส่วนตัวของเธอแล้วไม่ชอบฟังเสียงตำหนิ เธอจึงไม่ทำเสียงแบบนั้นกับเด็ก

              เด็กชินกับเสียงดังของครูหรือว่าครูทำให้เด็กหูตึงไปหมดทั้งประเทศแล้ว ครูจึงต้องตะเบ็งเสียงดังใส่เครื่องขยายเสียงให้ได้ยินกันทั้งหมู่บ้าน

            

                 แต่เช้าวันนี้เปลี่ยนไปจริง ๆ   คงจะเป็นเพราะเป็นเช้าในวันแห่งความรัก  ฉันได้ยินครูพูดกับเด็ก ๆ ด้วยน้ำเสียงธรรมดา จนฉันต้องเอียงหูฟัง เพราะฉันคุ้นกับเสียงดัง ๆ ของครูแล้วเหมือนกัน

                ฉันฟังไม่ผิด ฉันได้ยินครูพูดว่า ครูภูมิใจในตัวนักเรียนของครู  ขอให้นักเรียนจงทำในสิ่งที่ดีงาม แต่งกายให้เรียบร้อย วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ครูจะเล่าเรื่องความหมายของดอกกุหลาบ กุหลาบแต่ละสีมีความหมายอย่างไร

                 นอกจากบอกว่ากุหลาบสีแดง สีส้ม สีเหลือ มีความหมายอย่างไรแล้ว ครูยังบอกเด็ก ๆ ว่า ในวันแห่งความรักให้เรามีความรักที่ปรารถนาดีต่อกัน

            เป็นปีแรก ที่ฉันรู้สึกรักยามเช้าในวันแห่งความรักจริง ๆ และอยากให้ทุกเช้าเป็นวันแห่งความรัก

วันของนักบุญวาเลนไทน์  

 

โดย แพรจารุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net