วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Meptin : ชื่อนี้... ฉันจะจำจนวันตาย


เมื่อกลางปีที่แล้ว หลังจากเปลี่ยนงานใหม่ได้ไม่เท่าไหร่
งานเยอะ ความรับผิดชอบสูง ยังไม่มีทีมงานเข้ามาช่วย
นอนดึกทุกคืน บางครั้งตีสองตีสาม
แต่เวลาตื่นนอนตอนเช้าคือ หกโมงตรงทุกวัน
เมื่อโดนฝนในวันหนึ่งก็ป่วย และไอตลอดเวลา

หลังจากไปหาหมอ อาการป่วยก็หาย แต่อาการไอยังคงอยู่
สองอาทิตย์ผ่านไป อาการไอกลายเป็นไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ คิดว่า เดี๋ยวก็คงจะหายเอง เพราะตอนไม่สบายไปหาหมอมาแล้ว  แต่เช้าวันหนึ่งอาการไอ รุนแรงจนทนเฉยอยู่ต่อไปไม่ไหว จำใจไปโรงพยายาบาลอีกครั้ง

หมอบอกว่า เป็นหลอดลมอักเสบ สาเหตุมาจาก พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายทนไม่ไหว จึงไม่สบาย และไอ  เมื่อร่างกายอ่อนแอ แล้วเจอฝุ่น ทำให้ร่างกายต้านทานไม่ไหว
คงจะจริง เพราะช่วงนั้น ต้องมอนิเตอร์ข่าวและต้องเช็คคลิปปิ้งหนังสือพิมพ์  15 ฉบับทุกเช้า ไม่รวมนิตยสารและเอกสารอื่นๆ ที่ต้องอ่าน ต้องอยู่กับพวกมันทั้งวัน

หมอบอกว่า ในยาที่จ่ายจะมียาขยายหลอดลม ซึ่งเป็นยาแรง ในคนไข้บางคนมีผลกระทบข้างเคียงมากทีเดียว แต่เป็นบางคนเท่านั้นนะ
ถ้าทานแล้วมีอาการใจสั่น หวิวๆ เหมือนจะเป็นลมให้หยุดยาทันที เลยถามหมอว่าจะมีฉลากคำเตือนระบุไว้ที่ใช่ซองหรือเปล่า หมอบอกว่าใช่

แต่พอรับยา ปรากฏว่า ไม่มีคำเตือนที่ว่า
แค่ระบุว่ายาแก้อะไรและทานอย่างไรเท่านั้น
หยิบซองยาขึ้นมา ถามเภสัชกรว่า นี่คือ ยาขยายหลอดลมที่ทานแล้ว หากมีผลกระทบต้องหยุดทันทีใช่หรือไม่
คำตอบคือ "ใช่ค่ะ"


ก็เลยต้องถามต่อว่า ทำไมไม่ระบุฉลากคำเตือนตามที่แพทย์บอกไว้บนถุง
เพราะถ้ายาแรงขนาดนี้ ชาวบ้านทั่วไป คนแก่ หรือคนที่ไม่ใส่ใจจะอ่าน แต่กินยาไปเรื่อยๆ แล้วมีผลกระทบคุณจะทำอย่างไร

เธอนิ่ง มองหน้าฉันอย่างรำคาญ แต่สักครู่ถามกลับว่า "แล้วมีปัญหาอะไรคะ"
ตอนนั้น พยายามควบคุมอารมณ์โกรธเต็มที่ เธออยู่กับยาทุกวัน น่าจะรู้ว่า ยานั้นมีทั้งประโยชน์และโทษ

อธิบายอย่างใจเย็นว่า ตอนที่อยู่ในห้องตรวจ หมอบอกว่า "จะจ่ายยาอันตรายมาด้วย ถ้าแพ้ให้หยุดทันที"  และ  "จะมีคำเตือนบนฉลาก แล้วบนถุงนี้ทำไม ถึงไม่มี"
สายตาเราประสานกันนิ่ง แต่ในที่สุด ฉันก็เป็นฝ่ายจำใจต้องยุติการสนทนา
หยิบปากกาขึ้นมา แล้วเขียนเพิ่มลงไปเอง ว่า "ยาอันตราย หยุดทันที ถ้าใจสั่น"
เดินกลับออกมา ทันได้ยินเสียงที่เธอคุยกับอีกคนว่า "เรื่องมาก จะเอาอะไรกันนักหนาก็ไม่รู้"

"ฉัน" ไม่ใช่เป็นเป็นคนเรื่องมากเลย แต่คิดว่าอะไรที่เราต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยง
หรืออะไรที่จะช่วยๆกันทำให้มันถูกต้อง ก็น่าจะช่วยกันทำถ้าไม่หนักหนา หรือเหลือบ่ากว่าแรงนัก
และยึดถือตลอดเวลาว่า 'Promise, must be delivered'  สัญญาอะไรกับใครไว้ ก็ต้องทำตามสัญญานั้น

.............................................


กลับถึงบ้าน ทานอาหารค่ำ ทานยา หลังจากนั้นก็นอน

แค่ชั่วโมงกว่า ตกใจตื่น เพราะเสียงหัวใจเต้นแรงและดังมาก
ในตอนนั้น นอนตะแคงจึงรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจกระทบหมอนที่กอดไว้ ความรู้สึกช่างน่ากลัวเหลือเกิน นึกถึงประโยคที่ว่า “เหมือนหัวใจออกมาเต้นอยู่นอกอก” อาการเป็นอย่างนี้นี่เอง

ลุกขึ้นนั่ง มองมือที่สั่นและไม่มีแรง ขยับตัวไม่ได้ ร่างกายอ่อนแรง เลยต้องแข็งใจลุกจากเตียง ดื่มน้ำเข้าไปเกือบลิตร เผื่อว่าจะช่วยได้บ้าง แข็งใจซมซานกลับไปนอนต่อ มือทาบหน้าอก ฟังเสียงหัวใจยังเต้นรุนแรง พยายามข่มตาให้หลับ

ไม่น่าเชื่อเลยว่า ยาสีขาวเม็ดเล็กๆที่มีขนาดแค่ครึ่งหนึ่งของเล็บนิ้วก้อยชื่อว่า Meptin โดสละ 50 มิลลิกรัมจะมีผลกระทบข้างเคียงมากถึงขนาดนี้

สำหรับ Meptin  ฉันสัญญากับตัวเองว่า จะไม่แตะต้องหรือทานยาตัวนี้อีกเด็ดขาด

อาจจะมีสักวันหนึ่งไหมที่ฉันหลับไปเฉยๆโดยที่ไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาอีกเลย

อืม....... วันนี้ ฉันบอกรักคุณแล้วหรือยังนะ?
ถ้าฉันลืม...........หรืออาจจะบอกไปแล้ว
บอกอีกครั้งก็ได้ค่ะว่า.....ฉันรักคุณ

อ้างอิงภาพจาก Google image

โดย Francesca

 

กลับไปที่ www.oknation.net