วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กักขัง(ผม)เถิดกักขังไป ขังตัวอย่าขังหัวใจดีกว่า...


            ทุกค่ำคืนวันจันทร์และอังคารในช่วงนี้  แรงดึงดูดของจอตู้สี่เหลี่ยมสามัญประจำบ้านอันทรงอานุภาพได้แผลงฤทธิ์เดชให้ชีวิตอันปกติสุข  ซึ่งกิจวัตรเดิมทีของผมมักชอบฝึกทบทวนสมองในวิชาคณิตศาสตร์ผสมหนึ่งในกีฬาแห่งอดีตกาล  ด้วยในยามขณะก่อนล้มตัวลงนอนบนที่สถิตย์อันเคยนิจทราทุกวี่วัน  หลังจากสวดมนต์ไหว้พระไหว้เจ้าอันเป็นนิจสิน  เมื่อหัวถึงหมอนแล้วหรี่จอภาพปิดเปลือกตาลงแล้วจึงค่อยๆเริ่มบรรจงบรรเลงการเคาน์ดาวน์แห่งราตรีนี่...นี้ด้วยการนับ   ลูกแกะตัวที่หนึ่งกระโดดข้ามรั้วได้...ลูกแกะตัวที่สองกระโดดข้ามรั้วได้...ลูกแกะตัวที่สามกระโดดข้ามรั้วได้...ลูกแกะตัวที่สี่..จุดจุดจุด  ไปเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงร้อง แบะๆ แอะๆ เบาๆคลุกเคล้าคืนแห่งรัตติกาลของเหล่าผองแกะ

            บัดเดี๊ยวนี้...สิ่งที่กีดกั้นขัดขวางให้แกะทุกตัวในคอกแห่งห้วงคำนึงของผมต้องเกิดอาการชะงักงันจนต้องหยุดอยู่แค่ ณ จุดเข้าซองของตำแหน่งสตาร์ทพอยน์เท่านั้น  เป็นเสียงเสนาะที่ล่องลอยตามพระพายมากระแทกสามพี่น้องนาม-ค้อน-ทั้ง-โกลน ของผม  จนเกิดแรงสั้นสะเทือนสะท้อนไปในทุกๆส่วนที่รวมๆแล้วมีตำแหน่งที่ดำรงอยู่บนคอตั้งบ่า    กับต้นกำเนิดแรงอันทรงพลังนั้นเป็นเสียงแห่งการกรีดร่ำร้องของหญิงสาวในระดับขั้นน้องๆสิบแปดหลอด(ลม)  จนผมแอบเผลอลูบคลำต้นคอของตัวเองว่า แล้วอันตัวเรานี้มีศักยภาพได้สักกี่ตัวเลขถึงสิบหลอดกับใครเขาบ้างไหมหนอ?    

เพราะไม่ใช่แค่โสตเสนาะสำเนียงแปร่งหูตามลำพังเท่านั้นแต่ยังบวกผสมลงโรงอยู่เป็นระยะไปด้วยตัวโน๊ตบนบรรทัดห้าเส้นอันสุดพริ้วไหวซึ่งเริ่มเยื้องยุรยาท บรรจงลอยล่องเสนาะสำเนียงแสนคุ้นหูขับไล่อารมณ์ประหลาดใจในตอนแรกที่เริ่มขุ่นมัว  ให้สต๊อปอัพช้าก่อน ตกตะกอนไปเลยน่ะ เจ้าตะกอนน้อย  ขอใสปิ๊งก่อนน้อง mood คนดี    ถัดจากนั้นชวนให้ตามติดจนสติสตางค์อยู่ตัว  จับใจความถัดมาเป็นภาษาไทยอันสุนทรียะติดเครื่องหมายคำถามแปลความจากการเอื้อนเอ่ยจำนรรจาได้ว่า...

            “ เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย   ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น?...”

            หลังจากตกใจกับภาวะเสียงกรีดร้องดังในทีแรก  จนพบต้นตอที่สุดแล้วอยู่ในจอภาพสี่เหลี่ยมประจำบ้าน  กลับอาการตกอยู่ในภวังค์เห็นภาพใบหน้าดาราสาวคนสวยเจ้าของบทบาทอดีตขวัญใจจอมราชันท์ของหนังจอเงินแห่งสยามประเทศเมื่อปีที่แล้ว    ซึ่งในกาลนี้กลายสภาพเป็นเจ้าของอาการน่าเป็นห่วงด้านหลอดลมแทนที่  กับแหล่งกำเนิดต้นธารแห่งการสื่อสารขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึ่งมีและสมควรประหยัดระดับเดซิเบลให้ต่ำลง  

โดยส่วนตัวผมอยากจะเชิญชวนให้เธอมาร่วมรณรงค์โครงการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนภายใต้คำขวัญรัฐบาลของอดีตนายกฯ สุรยุทธ “หยุดโลกร้อน  ด้วยชีวิตพอเพียง”   ด้วยการใดที่ลดระดับโวลุ่มของถ้อยคำสำเนียงลงนั้น  ข้อมูลทางด้านวิชาการนั้นอ้างไว้นั่นหนาว่า ให้ตระหนักถึงเสียงพูดคุยนั้นเป็นคลื่นพลังงานอย่างหนึ่งที่เป็นบ่อเกิดภาวะโลกร้อนได้   ฉะนั้นการรู้จักประหยัดถ้อยคำในเวลาอันควร  จึงนับเป็นสิ่งที่ควรพึ่งปฎิบัติอย่างหนึ่ง  อา...แต่นี่เจ้าหล่อนล่อไปตั้งสิบกว่าหลอด

ช้าก่อน...เมื่อมีคำถามย่อมมีคำตอบในใจส่วนตัวปฎิเสธว่า ใยฤาข้าน้อยจะโกรธาเจ้าลง  ถึงจะทำให้เคืองขุ่นก็คงก็ลดระดับดีกรีลงได้หลังจากได้ติดสอยห้อยตามไปกับละครเล่นซ้ำแนว ตบจูบ ตบจูบ(จุ๊บ...จุ๊บ) ที่คิดว่า ถึงจะเป็นการฉายซ้ำไม่รู้เวอร์ชั่นที่เท่าไหร่ของละครไทยนาม ‘จำเลยรัก’ ได้ข่าวมาว่า ใครๆก็จะติติงมาจนเบื่อฟังเบื่ออ่านว่าอะไรน่ะ...ว่าเป็นละครหลังข่าวอันมีเครือวงศ์ญาติโกโหติกาแถวๆ น้ำนิ่งๆ  ที่นิ่งนานไป จนเน่าๆ กลายเป็นน้ำครำ(เอ...ใช่แบบที่แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ เขาว่า ถึงจะเน่าก็ยังเห็นเงาจันทร์...ไหมหว่า)  

ถึงกระนั่นก็ตาม  ผมก็จำไม่ได้แล้วว่า เคยดูไปกี่เวอร์ชั่นแล้วบ้าง แต่เสน่ห์หนึ่งที่เรียกร้องเชิญชวนให้หัวจิตหัวใจของผมคล้ายดั่งมีเกือกหุ้มให้คอยก้าวตามติดละครเรื่องนี้นอกจากบทของ โสรยา(ทักษอร  ภักดิ์สุขเจริญ) และศันสนีย์(รินลณี  ศรีเพ็ญ)คนสวย  เจ้าของฉายารูปเป็นทรัพย์อันมีแม่เหล็กทรงพลังดึงดูด(เรทติ้ง)ขนานใหญ่แล้ว  กลับเป็นเรื่องประเด็นบทเสริมช่วยเติมแต่งช่วยสร้างสีสันของบรรดาตัวประกอบสร้างละครเรื่องนี้ให้มีชีวิตชีวา อย่างบท บุญทาย(สุคนธวา  เกิดนิมิตร)อดีตแฟนเก่าพระเอก-หฤษฎ์ ที่มาในชุดสาวชาวเลแนวๆหาดทราย-ทะเล-สองเรา เซ็กซี่อยู่ตลอดเวลารวมถึง บทแฟนเก่าของพระรอง-ธวัชชัย ก็แนวผมฟูฟ่องสไตล์เวอร์กิ้งเกิร์ลกับบทบอกอสาวประจำนิตยสารในเรื่อง

ฝ่ายชายก็ไม่น้อยหน้า อนุกูล(ไรอัน  เจทย์)หนุ่มเพื่อนข้างบ้านนางเอกที่คอยเป็นห่วงเป็นใย  นับเป็นการขยายบทให้ดูมีเหตุมีผลในรายละเอียดยิบย่อยขึ้น  เพิ่มความลุ่มลึกของละครให้มีที่มาที่ไปกว่าเวอร์ชั่นก่อนเก่า  ทำให้ทันยุคทันสมัยขึ้นแม้ใครๆจะรู้เรื่องย่อตั้งแต่ไก่โห่ เอ๊กอีเอ๊ก ว่าจะมาจะไปอย่างไรกันดีอยู่แล้ว  แต่ก็ยังนับได้ว่าเป็นสร้างละครให้มีมิติขึ้นหน่อย  อาทิเช่น สาเหตุที่โสรยาจงรักภักดีต่อศันสนีย์เพราะเคยช่วยชีวิตกันไว้ตอนจมน้ำสมัยเด็กๆ  เหตุที่พระนางเริ่มมีใจให้กันโดยมีตัวละครที่สามอย่างบุญทายเข้ามาแทรกกลางและการช่วยชีวิตกันถึงสองครั้งสองครา   

ต้นเหตุเงื่อนไขที่ธวัชชัยกับหฤษฎ์ต้องมาติดต่อทางธุรกิจกัน  ด้านลึกของพระเอกกับหน้าที่การงานอันแสดงถึงผู้มีจิตใจดีเป็นที่รักของลูกน้อง  ตอนนางเอกหายไปจากบ้านแล้วมีใครเป็นห่วงคอยตามหาอย่างบทของอนุกูลบ้าง  สาเหตุที่ตีชิ่งหนีจากธวัชชัยของศันสนีย์ที่ไม่ใช่เป็นพระรองที่แสนดีอย่างเดียวแต่ก็ยิ่งมีปัญหาอดีตคนเคยรักเคยชอบกันอยู่  หรือบทคนใช้ใบ้(คงกระพัน  แสงสุริยะ)ที่หล่อเกินเหตุจนไม่ได้ปล้ำนางเอกเลยในเวอร์ชั่นนี้  

รวมไปถึงเจ้าบทบาทของสี่ตัวละครหลัก หฤษฎ์-โสรยา-ศันสนีย์-ธวัชชัย ที่ไม่อยากติติงมากนักเพราะสื่อต่างๆประโคมไปมากโข  พอจะสรุปสั้นๆพอเป็นน้ำจิ้มเพียงว่า

หฤษฎ์-ถึงขาวใสไปบ้าง โหดและตบจูบน้อยไปหน่อย เสียงตะโกนสุดๆแล้วก็ยังสู้นางเอกไม่ค่อยได้

โสรยา-ยุคใหม่กล้าเถียงตอบโต้ สุดสวยแม้ฉากเจ้าน้ำตาก็ไม่เว้น  แม้แรกๆจะใส่เสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ชุดก็ตาม ทำให้ตอนหลังยิ่งผ่อง  ถึงอย่างไรผมเป็นห่วงกล่องเสียงของเธออยู่ดีครับ

ศันสนีย์-จริงๆแล้วผมอยากได้ยินพาวเวอร์ด้านเสียงของเธอชัดๆดังๆสักครั้งว่านางร้าย-นางเอกใครจะปรี๊ด...ปี๊ดกว่ากัน(ฮา)   ก็...เธอยังไม่ร้ายพอ  หรือเพราะรอยยิ้มและนัยย์ตาของเธอสบทบกับริมฝีปากล่างห้อยๆ สมคำว่า สวย...เลือกได้จริงๆครับ

ธวัชชัย-บทพระรองผู้แสนดี ที่มีมิติรักแห่งอดีตมารบกวนจิตใจ สมคาแรกเตอร์ถึงบทจะไม่โดดเด่นนักก็ตาม

แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเพราะทั้งสี่ประสานแห่งละครหลังข่าว ‘จำเลยรัก’ นี่แหละทำให้ทุกวันจันทร์-อังคาร  ผมยังคงถูกใช้ชีวิตอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมจัตุรัสแทนที่จะเป็นเตียงนอนสี่เหลี่ยมผืนผ้า  แล้วก็คร่ำครวญร่ำไรกับตัวเองว่า

“ กักขังผมเถิดกักขังไป  ขังตัวอย่าขังหัวใจดี...ฝ่า...”

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net