วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันมาฆบูชา ไปไหว้พระ ทำบุญ ที่นี่กัน ใกล้ๆ กรุงเทพ


ไปแบกบุญ ที่นครปฐม

 

 

 

           การเดินทางหลายรูปแบบที่เลือกตามความถนัด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบบุกป่าฝ่าดง ขึ้นเขาลงห้วย เที่ยวทะเล, น้ำตก, ไปวัด หรือไปสวนสาธารณะใกล้ ๆ แต่ไม่ว่าจะไปไหน ก็เกิดความสุขได้ด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เดินทางไปกับครอบครัว มันจะทำให้ความรัก ความอบอุ่นแน่นแฟ้นขึ้น                

     หนูน้อยกำลังปิดทองพระพุทธรูป อย่างตั้งอกตั้งใจ (วัดไร่ขิง)

 

นอกจากนั้นก็ทำให้สุขภาพใจเข้มแข็งขึ้น เพราะการเดินทางอย่างน้อยก็ทำให้คุณเห็นมนุษย์ เห็นสถานที่ ที่แตกต่างกันออกไป เปรียบเสมือนการเปิดกาย เปิดใจให้พบกับสิ่งใหม่ ทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น

และหลังจากเดินทางครั้งหนึ่ง ๆ จะทำให้สุขภาพกายแข็งแรงอีกต่างหาก เพราะคงไม่มีการเดินทางครั้งไหน ไม่ต้องออกแรง...

และสำหรับวันนี้ ก็จะขอนำเสนอแหล่งที่เที่ยว เชิงวัฒนธรรม ที่จะทำให้เราอิ่มเอิบไปด้วยความรู้สึกดี คือ “การไปวัด” ซึ่งการไปวัดนั้น จะเลือกวัดที่ไหนก็ไม่ต่างกัน เพราะตอนจบก็คือ “ความสุข แบบอิ่มบุญ”

การเดินทางของฉันครั้งนี้ ขอนำท่านเข้าสู่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดที่มีวัดเยอะอีกหนึ่งแห่งของประเทศไทย ร่วมเดินทางไปกับขสมก. เขาจัดทัวร์แบบวันเดียวได้ไหว้พระ 9 วัด ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก เพราะวัดแต่ละวัดไม่ได้อยู่ในละแวกเดียวกัน แต่ด้วยความพร้อมด้านจิตใจจึงทำให้ไม่เหนื่อยมากนัก

 

            ประวัติศาสตร์อันยาวนานของจังหวัด คงไม่ต้องรื้อฟื้นกันตรงนี้ แต่รับรองว่าถ้าใครสนใจศึกษาแล้วละก็ นครปฐม เป็นอีกจังหวัดนึงที่น่าทึ่งทีเดียว

                                                      

 

 เรามาเริ่มต้นกันที่แรกเลย (ที่นี้ไม่ใช่วัด แต่รับรองว่าใครได้ชม กลับไปต้องคิดถึงอย่างแต่นอน ด้วยความร่มรื่น กว้างขวาง และงดงาม แบบที่สามารถกล่าวได้ว่า บรรยากาศแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่ไม่กี่กิโลเมตร นั่นคือ “พุทธมณฑล”   ภายใต้พื้นที่  2 พันกว่าไร่นั้น ธรรมชาติได้ให้มาบวกกับการปรุงแต่งนิดหน่อยทำให้ดูลงตัว ผู้เข้าไปหาบรรยากาศดี ๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สดชื่นจริง ๆ” 

พุทธมณฑล อยู่ในอำเภอพุทธมณฑล เมื่อได้ผ่านเข้าไปสิ่งแรกที่จะตะลึงในความงดงาม ก็คือ พระพุทธรูปปางลีลา สูงตระหง่าน นามว่า “พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑล – สุทรรศน์” ความสูงถึง 2,500 กระเบียด( มาตราวัดตามวิธีประเพณี 1 กระเบียด เท่ากับ 1 ใน 4 ส่วนของนิ้ว) หรือ 13.75 เมตร ประดิษฐานเป็นศรีสง่า และเป็นที่เคารพบูชา 

 

                                      กุ้ง                     

 

ที่ต่อมา วัดดอนหวาย วัดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความศรัทธา ไหว้พระเสร็จก็ตื่นเต้นเสียมากมายกับตลาดดอนหวาย ที่เป็นเสมือนกึ่งตลาดน้ำ เพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำท่าจีน ในต.บางกระทึก อ.สามพราน ซึ่งตลาดนี้ก็สามารถนั่งเรือชมวัฒนธรรมใกล้ ๆ ได้ ค่าโดยสารไม่แพง ใครต้องการอารมณ์ทางน้ำก็ลองดูได้ แต่วันนั้นฉันต้องไปอีกหลายที่จึงไม่มีเวลาลงเรือ

มาสะดุดแบบประทับใจกับ ตลาดดอนหวาย เพราะตลาดนี้มีกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมด้านอาหารของไทยอย่างหลากหลายมาก ถ้าใครเลือกที่จะเดินทางมาที่นี่อาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน เพราะตื่นตาตื่นใจจริง ๆ ด้านอาหารนั้นมีทั้ง แบบปรุงสำเร็จพร้อมทาน แบบไปทำทานที่บ้าน ของคาว ของหวาน ขนมไทย ๆ เยอะจริง ๆ แล้วยังมีผัก ผลไม้ให้เลือกอีกด้วย ยังไม่หมดเพราะกล้วยไม้พันธุ์สวยงาม

             

 

และแปลกตาก็หาชมกันได้ที่นี่ ชมกันแบบที่จะทำให้ท่านก้าวไม่ออกกันเลยทีเดียว เสียดายวันนั้นยังชมได้ไม่ทั่ว เพราะต้องรีบไปไหว้พระวัดต่อไป ใครสนใจไปเยือนก็สามารถไปได้ทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แนะนำว่าถ้าวันธรรมดาจะดีกว่า เพราะเสาร์- อาทิตย์คนเยอะมาก

           

วัดไร่ขิง ความตะลึงพลึงเพลิด มาหยุดเอาตรงรถจอดให้เข้าไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง ที่หลายคนรู้จักกันดี วัดนี้สร้างความประทับใจให้ฉันไม่น้อย ด้วยพลังแห่งศรัทธาของชาวพุทธยิ่งใหญ่มาก เพราะดูจากสายตาแล้วคนจำนวนไม่น้อย เข้ามาทำบุญอย่างล้นหลามจริง ๆ                                     

มีอะไรน่าสนใจเยอะ โดยเฉพาะภายในพระอุโบสถมีภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงาม ด้านข้างของพระอุโบสถมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งน่าสนใจไม่น้อย คณะทัวร์ในวันนั้นมีเวลาไม่มากพอ ฉันก็เลยไม่ได้ชมทั่วบริเวณวัด แต่มั่นใจว่าน่าจะมีอะไรอีกเยอะที่ยังไม่เห็น...

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งอีกที่หนึ่งของประเทศไทย เมื่อเดินขึ้นบันไดไหว้พระประธานแล้ว ก็เดินเข้าไปชมภายใน สามารถสัมผัสได้ถึงความสงบและร่มรื่น ภายในยังมีอะไรอีกเยอะมากให้ชม อาทิ พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปอิริยาบถต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า

และฉันก็ได้ถวายสังฆทานที่นี่ด้วย อันความเชื่อเรื่องนี้อยู่คู่กับชาวพุทธมานาน การถวายสังฆทานนั้น เป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ญาติพี่น้อง ที่อยู่ในภพอื่น เมื่อได้ทำแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น (ฉันแอบคิดว่าการทำบุญ หรือทำความดี ก็เป็นการสร้างความสุขเช่นเดียวกับการได้รับความรักจากใครสักคน)

ต่อมา “วัดไผ่ล้อม” วัดที่มีการเจิมหน้าผาก เพื่อความเป็นสิริมงคล ฉันก็ได้เจิมด้วย ก็ได้นำกระเป๋าตังค์ให้พระท่านเจิมให้ด้วย เผื่อว่าการเงินจะดีขึ้น แต่เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนก็เชื่อมาก บางคนไม่เชื่อ แต่ไม่ลบหลู่ ส่วนฉันก็ไม่แน่ใจว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ที่แน่ ๆ คือ ปฏิบัติตัวให้อยู่ในความดีงาม แล้วผลต่าง ๆ ก็จะดีขึ้นเอง เพราะไม่มีสิ่งไหนดีที่สุด ถ้ากาย ใจ วจีของเราไม่บริสุทธิ์

และแล้วการเดินทางก็มาถึงวัดที่ตั้ง ของ “พระราหู” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ชื่อว่า วัดศรีษะทอง อยู่ในอ.นครชัยศรี

                  พระราหู เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (วัดศรีษะทอง)

 

การบูชานั้น น่ามหัศจรรย์สำหรับฉันทีเดียว เพราะเขาจะบูชา “พระราหู” ด้วยของดำ 8 อย่าง มันเป็นความรู้ใหม่ของฉัน เคยได้ยินมานาน แต่ไม่เคยเห็นกับตา ครั้งนี้จึงได้เข้าใจความเชื่ออีกรูปแบบหนึ่ง

หลังจากนั้นก็มาถึง “วัดบางพระ” หรือที่รู้จักกันในนาม วัดหลวงพ่อเปิ่น พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง นาม พระอุดมประชานารถ วัดนี้ทำให้เกิดสารอะดรีนาลินหลั่ง(สารที่หลั่งเวลาที่เราตื่นเต้น) เพราะวัดนี้ ได้ทำการ “ลงรัก ปิดทอง”โดยหลวงพ่อเจ้าอาวาส ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าวิธีการเป็นอย่างไร คณะทัวร์ที่ไปด้วยกันนั้นต่อคิวยาวเหยียด ฉันเห็นว่าลองทำดูก็น่าจะดี หลังการทำก็เหมือนเดิม คือ คิดว่าคนเราต้องทำดี คิดดี และพูดดี แล้วอานิสงส์ที่ทำนั้นถึงจะส่งผลให้เราได้ดี แต่ก็รู้สึกดีเหมือนกัน...

ถ้าใครอ่านแล้วสนใจขอแนะนำให้ไปก่อน 4 โมงเย็น หลังจากนั้นหลวงพ่อต้องพักผ่อน

หรือถ้าใครไม่สันทัดในเรื่องนี้ละก็ อาจจะไหว้พระเฉย ๆ ก็ได้ เพราะที่นี่ นอกจากหลวงพ่อเปิ่นพระผู้ซึ่งได้รับฉายาว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี" แล้วยังมีโบสถ์เก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเหลือแห่งเดียวในจังหวัดนครปฐมแล้ว

บริเวณข้างวัด ก็ยังติดกับแม่น้ำ ซึ่งมีปลาสวายตัวโต ๆ ที่สามารถให้อาหารแบบถึงเนื้อถึงตัวกันเลยทีเดียว ได้ชมปลาน่ารักน่าจะมาช่วงเย็น เพราะจะทำให้เรารู้สึกสบายใจภายใต้บรรยากาศเย็นสบาย ที่นี่ถูกเรียกว่า “อุทยานมัจฉา” สมชื่อจริง ๆ เพราะปลาเยอะมาก

หลังจากนั้น เราก็เดินทางไปวัดกลางบางพระ เป็นวัดน่าสนใจอีกวัดหนึ่ง เพราะมีเรื่องราวให้เก็บเกี่ยวเยอะ วัดได้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2325 ประวัติศาสตร์น่าค้นหาพอสมควร แต่คนไปเริ่มหมดแรง เพราะที่ผ่านมาก็ตั้ง 7 แห่ง เหนื่อยพอสมควร แต่เมื่อมาถึงวัดนี้อากาศก็เริ่มเย็น เพราะตะวันเริ่มตกดิน ก็ทำให้มีพลังขึ้นมาอีกนิด แบตเตอรี่ในตัวยังไม่หมดแต่แบตเตอรี่กล้องดิจิตอลเกือบหมด ทำให้เก็บภาพวัดนี้มาได้ไม่เยอะ ทั้ง ๆ ที่เป็นอีกวัดหนึ่งที่มี “ความเป็นตัวของตัวเองสูง” 

และวัดนี้ก็ยังมี “หลวงพ่อทับทิม” พระประธานในพระอุโบสถรุ่นเดียวกับหลวงพ่อโสธร มีพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยแปดล้านปี พิพิธภัณฑ์เครื่องมือเกษตรกรรมพื้นบ้านในสมัยโบราณและของโบราณต่าง ๆ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่

วัดนี้สงบมาก บริเวณวัดเหมาะแก่การเดินเพื่อผ่อนคลาย และชมอะไรไปเรื่อย ๆ เพราะนอกจาก บรรยากาศดีแล้วยังได้พบกับสัจธรรมอีกหลายข้อ เช่น “การคบคนดี นำความสุขมาให้” หรือ “ความดีหาซื้อไม่มีขาย อยากได้ทำเอาเอง” ข้อความบนป้ายที่ติดอยู่บริเวณวัด เตือนสติมนุษย์ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

                                               เจ้าแม่กวนอิมเด่นสง่า งดงามยิ่งนัก(วัดศรีมหาโพธิ)

 

          การเดินทางของวันนี้ มาสิ้นสุดที่วัดสุดท้าย คือ วัดศรีมหาโพธิ วัดที่ยังคงวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นเอาไว้ ได้อย่างน่าทึ่ง วัดนี้เดินทางเข้ามาค่อนข้างลึก แต่ก็ไม่ผิดหวัง เพราะธรรมชาติโอบล้อมวัดไว้ แบบที่หาชมได้ยากในที่อื่น ๆ และนอกจากจะไหว้พระพุทธรูปปางต่าง ๆ แล้วก็ยังมี เจ้าแม่กวนอิม องค์ใหญ่ที่งดงามไม่แพ้ที่อื่น ๆ เลย

เหตุผลที่ทำให้ฉันหลงใหลการเดินทาง ดูเหมือนจะตอบอยู่ในทุกบรรทัดแล้ว นั่นเพราะหลังการเดินทางแต่ละครั้ง ทำให้เราจะมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย มีความสุขมากขึ้น มีความเข้าใจโลกมากขึ้น มีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น เพราะคงไม่มีใครที่จะไม่ลงไปเดินชม และสัมผัสกับสถานที่และบรรยากาศแห่งนั้น ๆ แล้วในที่สุดการเดินมันก็ทำให้เราได้ออกกำลังกาย โดยที่ไม่รู้ตัว...

นี่คือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แบบเข้าวัด เวลาไปวัด ก็มักจะมีการสวดมนต์และสงบนิ่ง ซึ่งสิ่งนั้นจะทำให้สติที่เตลิดอยู่ กลับมาสู่ภาวะปกติ ไม่ว่าศาสนาใด ๆ ในโลกนี้ มักจะมีกุศโลบายที่สอดคล้องกัน เช่น ศาสนาพุทธเป็นการสวดมนต์ ศาสนาอิสลาม ทำละหมาด( 5 ครั้งต่อวัน) ศาสนาคริสต์ก็จะให้อธิฐานถึงพระเจ้า เหล่านี้สังเกตได้ว่าจิตใจเราดีขึ้น มีพลังที่จะทำหน้าที่ การงาน หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ และจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

เพราะการหยุดนิ่ง ทำให้เราได้คิด และอยู่กับตัวเอง ตัดสินใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่พลาด มีปัญญาขึ้น ข้อเท็จจริงนี้เกิดจากความคิดของผู้เขียนเอง ใครมีความคิดเห็นอื่น ๆ ก็ไม่ว่ากันนะค่ะ

 

แล้วการเดินทางครั้งหน้าจะมีที่ไหนมานำเสนอ มาติดตามกันนะค่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาและภาพประกอบ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

น.ส.ทิพารัตน์ ดำเด่น รายงาน                                                                         


 

 

 

 

 

 

                                               

 

 

 

 

 

 

 

                     

 

 

 

 

 

                               

 

                                      กุ้งลวก ขายคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด (หาได้ในตลาดดอนหวาย)

 

                   ช่วงปิดเทอม พ่อแม่พาเด็ก ๆ ไปไหว้พระ ทำให้จิตใจงดงามขึ้น (พุทธมณฑล)

 

 

 

                                              

โดย gankza3

 

กลับไปที่ www.oknation.net