วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ


ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ

นิวคาสเซิ่ล 1 - แมนฯ ยูไนเต็ด 5

 

ที่เซนต์ เจมส์พาร์ค นิวคาสเซิ่ลของผู้จัดการทีมเควิน คีแกนซึ่งยังไม่ชนะใครได้ชาร์ลส์ เอ็นซ็อคเบียพ้นโทษแบนลงสนาม แต่โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ยังเดี้ยงไม่หาย ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดส่งผู้เล่นชุดฟูลทีมลงบู๊ แม้ไรอัน กิกส์ซึ่งไม่ฟิตจะไม่มีชื่อโดยตำแหน่งกัปตันตกเป็นของริโอ เฟอร์ดินานด์ แต่คาร์ลอส เตเวซกลับมาเป็นตัวจริงอีกคำรบ

 

เกมเริ่มขึ้นโดยทีมเยือนได้เขี่ยบอลก่อน และใช้เวลา 14 นาทีในการสร้างโอกาสคลำเป้าหนแรกจากลูกที่เตเวซจ่ายจากหน้าเขตโทษเข้าไปในกรอบด้านขวา แล้วเวย์น รูนีย์ไหลไปที่เสาไกลอีกทอดโดยมีนานี่ทะยานเข้าฮอสระยะ 10 หลาถูกสตีเว่น เทย์เลอร์เข้าสกัดทิ้งออกเส้นหลังได้อย่างหวุดหวิด

 

กระนั้นก็ดี ผ่านมาถึงนาทีที่ 25 แฟนผีก็ได้เริงร่าเมื่อเนมันย่า วิดิชทิ้งบอมบ์ลูกยาวจากกลางสนามขึ้นกราบซ้ายแล้วคริสเตียโน่ โรนัลโด้โยกหลอกอาบิบ เบย์ก่อนจะสาดบอลจากเส้นหลังไปเสาไกลให้รูนีย์วิ่งเข้าชาร์จระยะ 3 หลาไม่เหลือเนื่องจากเอ็นซ็อคเบียยืนเฉยไม่วิ่งกลับไปประกบ จึงเป็นสกอร์นำ 1-0 ของแมนฯ ยูไนเต็ด

 

 

พอเสียประตู ขุนพลทูน อาร์มี่ก็ลุยแหลก แต่เอ็นซ็คเบียก็มารับใบเหลืองในนาทีที่ 27 จากการทำฟาล์วนานี่ จากนั้นอีกสามนาทีอับดูลาย ฟายก็โดนจดชื่อตามมาข้อหารบกวนการออกบอลเร็วของเอ็ดวิน ฟานเดอร์ ซาร์ที่คว้าลูกเตะมุมได้สำเร็จ

 

เกมของเจ้าถิ่นเริ่มมีลุ้นมากขึ้น และนาทีที่ 32 เจมส์ มิลเนอร์ก็ตะบึงเข้าเขตโทษด้านขวาหนีไมเคิ่ล คาร์ริกไปได้จึงสับไกทันที แต่มีเวส บราวน์เคลียร์ทิ้งที่เสาไกลได้ทัน จากนั้นอีกสามนาทีไมเคิ่ล โอเว่นก็มีใบเหลืองติดตัวเมื่อเข้ายันใส่วิดิชน่าเกลียด

 

ล่วงมาถึงนาทีที่ 41 แมนฯ ยูไนเต็ดก็น่าจะเช็คบิลเพิ่มได้อีกเมื่อนานี่เลื้อยขึ้นกราบขวาไปโยนบอลเข้าหาเสาไกลให้เตเวซโถมเข้าโขกระยะ 4 หลา แต่บอลไม่เป็นใจลอยเฉี่ยวกรอบประตูไปแค่คืบเดียวเท่านั้น

 

แต่แล้วขยับมาอีกสี่นาที คาร์ริคก็พาบอลบุกเข้าไปในแดนเจ้าบ้านแล้วไหลทะลุแนวรับสาลิกาดงเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้โรนัลโด้โฉบเข้าแปหนีเชย์ กิฟเว่นพาปีศาจแดงหนีเป็น 2-0 ก่อนที่เกมในครึ่งแรกจะยุติลงไป

 

 

ครึ่งหลังเดอะ แม็คพายส์จำต้องเปลี่ยนนายทวารสตีฟ ฮาร์เปอร์ลงเล่นแทนกิฟเว่นที่ไม่สมบูรณ์อยู่ก่อนแล้วพร้อมกับที่ผีแดงส่งจอห์น โอเชลงเสียบแทนปาทริซ เอวร่า แต่ในนาทีที่ 52 เจ้าบ้านก็ได้เสียวจากการลากบอลทะลุเข้าเขตโทษด้านซ้ายของเดเมี่ยน ดัฟฟ์ที่หนีเวส บราวน์กับเฟอร์ดินานด์ไปได้ แต่จังหวะสับไกถูกเดอร์ ซาร์ทิ้งตัวบล็อคได้ทัน

 

กระนั้นก็ดี ถัดมาอีกสี่นาทีกองเชียร์ทูน อาร์มี่ต้องเซ็งกันอีกเมื่อทีมโปรดทำลายเกมรุกของอาคันตุกะได้อย่างย่ำแย่ ปล่อยให้โรนัลโด้ได้ครองบอลแล้วหนีการเข้าเสียบของเทย์เลอร์หลุดเข้าเขตโทษไปแตะหลบฮาร์เปอร์ก่อนจะซัดตุงตาข่ายได้อีกเม็ดเป็นสกอร์นำ 3-0 ของอสูรร้าย

 

เข้าอีหรอบนี้คิงเคฟจึงต้องแก้ลำด้วยการเปลี่ยนแอนดรูว์ คาร์โรลล์ดาวรุ่งลงเล่นแทนโจอี้ บาร์ตันที่ซ่าส์ไม่ออกในนาทีที่ 61และอีกหกนาทีจากนั้นผีแดงก็เปลี่ยนโรนัลโด้ออกให้หลุยส์ ซาฮาลงสนามก่อนที่นิคกี้ บัตต์อดีตมิดฟิลด์ทีมเยือนจะฟาล์วใส่คาร์ริกจึงรับใบเหลือง แล้วแมนฯ ยูไนเต็ดจึงเปลี่ยนพอล สโคลส์ลงไปแทนวิดิชในนาทีที่ 74

 

แต่แล้วนาทีที่ 79 เจ้าถิ่นก็ตีตื้นได้จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่คาร์โรลล์ได้โหม่งระยะห้าหลาแล้วไปตกใส่ให้ฟายตะบันเผาขนพานิวคาสเซิ่ลไล่มา 1-3

 

แต่นาทีต่อมาสกอร์ก็เปลี่ยนอีกเมื่อผีแดงบุกแบบสายฟ้าแลบจนได้ลูกเตะมุมจากลูกที่สโคลส์โขกจากระยะ 8 หลาถูกปัดข้ามคาน แล้วอลัน สมิธอดีตเด็กผีอีกรายเตะสกัดมาหน้าเขตโทษ รูนีย์จึงบรรจงปั่นโค้งเสียบเสาไกลสุดสวยพาทีมเยือนนำเป็น 4-1

 

 

ช่วงที่เหลือทั้งคู่แลกกันสนุก โดยนาทีที่ 83 สมิธได้ยิงจากหน้าเขตโทษถูกเดอร์ ซาร์ปัดพ้นคานได้ แล้วสาลิกาจึงส่งเฌเรมี่ เอ็นฌิตั๊ปลงไปแทนเจมส์ มิลเนอร์ แต่อีกสองนาทีต่อมารูนีย์ก็จ่ายบอลถวายพานให้ซาฮาได้เข่นเหน่งๆแต่ฮาร์เปอร์ปัดโด่งออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ

 

ท้ายเกมเจ้าถิ่นยังเดินหน้าเพื่อศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมในช่วงทดเจ็บซาฮาได้เกี่ยวลูกผ่านจากกราบซ้ายแล้วกระทุ้งจากระยะ 16 หลาไม่เหลือ ครบ 90 นาทีผีแดงจึงบุกมากำชัย 5-1 ไล่จี้อาร์เซน่อลเหลือสามแต้มเท่านั้น

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 

นิวคาสเซิ่ล : เชย์ กิฟเว่น, ฮาบิบ เบย์, สตีเว่น เทย์เลอร์, อับดุลลาย ฟาย, ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย, เจมส์ มิลเนอร์, นิคกี้ บัตต์, โจอี้ บาร์ตัน, เดเมี่ยน ดัฟฟ์, อลัน สมิธ, ไมเคิ่ล โอเว่น

 

แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ๊ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เวส บราวน์, เนมันย่า วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, หลุยส์ นานี่, เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเวซ

 


 

 

เบอร์มิงแฮม 2 - อาร์เซน่อล 2

 

"เดอะ บลูส์" เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เปิดรัง เซนต์ แอนดรูว์ส ทำศึกพรีเมียร์ลีก นัดเปิดหัววันเสาร์กับจ่าฝูง "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล งานนี้เจ้าถิ่นต้องการคะแนนเพื่อหนีตาย ส่วน เดอะ กันเนอร์ส ต้องการชัยชนะเพื่อทิ้ง แมนฯยูไนเต็ด เป็น 8 คะแนน กดดัน ปีศาจแดง ที่จะเตะคู่ดึก

 

อเล็กซ์ แม็คลีช กุนซือเจ้าถิ่นส่ง มิคาเอล ฟอร์สเซลล์ ยืนหน้าคู่กับ เจมส์ แม็คฟาดเด้น โดยมี โอลิวิเย่ร์ กาโป เป็นตัวสนับสนุน ฝั่งทีมเยือน อาแซน เวนเกอร์ ไม่มี โคโล่ ตูเร่ ที่เจ็บ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ได้ยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่ วิลเลี่ยม กัลลาส โดยแดนกลางเป็น ธีโอ วัลคอตต์ ที่ได้ลงตัวจริงแทน เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ ที่ติดโทษแบน ส่วนแดนหน้าเป็น เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ที่ยืนคู่กับ เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์

 

เล่นไปได้ไม่ถึง 3 นาที มาร์ติน เทย์เลอร์ ไปเสียบ เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา น่าเกลียด จนผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน ชักใบแดงไล่ เทย์เลอร์ ทันที เบอร์มิงแฮม เหลือ 10 คนตั้งแต่ไก่โห่ และ เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ก็เจ็บหนักมากถึงขั้นขาหักต้องพยาบาลกันราว 7 นาทีเศษ และต้องหามออกไปในที่สุด งานนี้ เดอะ กันเนอร์ส ต้องส่ง นิคลาส เบนท์เนอร์ ลงไปแทน โดยช่วงการแข่งขันมีรายงานว่า “ดูดู้” ต้องปิดฉากฤดูกาลนี้ไปเลย พร้อมกับอดไปโม่แข้งให้ทีมชาติโครเอเชีย ช่วงยูโร 2008 รอบสุดท้ายด้วย

 

เดอะ กันเนอร์ส ที่ตัวมากกว่าลุยทันที น.13 อาเดบายอร์ ได้โหม่งกลางเขตโทษแต่หลุดกรอบออกไป ถึงตรงนี้ สจ๊วร์ต พาร์นาบี้ ได้แทนที่ของ มิคาเอล ฟอร์สเซลล์ 4 นาทีต่อมา กาแอล กลิชี่ จ่ายเข้ากลางให้ เชสก์ ฟาเบรกาส กระหน่ำจากระยะ 35 หลาบอลโด่งข้ามคานออกไป

 

กลายเป็นเจ้าถิ่น 10 คนที่ขึ้นนำก่อนเฉยเลย น.28 เมื่อได้ฟรีคิกเยื้องมาทางขวาเล็กน้อย เจมส์ แม็คฟาดเด้น วิ่งเข้าไปปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งข้ามกำแพงไซด์หนีมือ มานูเอล อัลมูเนีย เสียบ 3 เหลี่ยมสวยเหลือเชื่อ เบอร์มิงแฮม นำ 1-0

 

 

ทีมเยือนตกตะลึงและพยายามที่จะเอาคืน แต่ยังไม่ชัดเจน น.40 ฟาเบรกาส จ่ายให้ อาเดบายอร์ หลุดไปกระดกบอลหนีมือ ไมค์ เทย์เลอร์ ไปแล้ว แต่ก็ไม่เข้ากรอบ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เดอะ กันเนอร์ส ได้ลุ้นจากฟรีคิกที่ ฟาเบรกาส โยนเข้าไปในเขตโทษ ให้ เซนเดอรอส ขึ้นโหม่งข้ามคานออกไป

 

เบอร์มิงแฮม เกือบได้ประตูที่ 2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อ แม็คตฟาดเด้น ได้บอลหลุดเดี่ยวไปยิงเหน่งๆ แต่จังหวะซัดไปโดน เซนเดรอส แซะซะก่อนทำให้บอลไม่เข้ากรอบ ครบ 45 นาที เบอร์มิงแฮม นำ 1-0

 

ออกสตาร์ตครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเพิ่มเติม เล่นใหม่ได้แค่ 5 นาทีทีมเยือนตามตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ โหม่งชงบอลให้ ธีโอ วัลคอตต์ ซัดด้วยอีขวาระยะไม่ถึง 6 หลาที่เสาซ้ายมือตุงตาข่ายสกอร์เปลี่ยนเป็น 1-1

 

น.55 เดอะ กันเนอร์ส แซงหน้าได้สำเร็จเมื่อ วัลคอตต์ เจ้าเก่าเลี้ยงบอลทางขวาตัดเข้ากลางแล้วยิงด้วยซ้าย ไมค์ เทย์เลอร์ เอาไม่อยู่บอลตุงตาข่ายเด็ดขาด อาร์เซน่อล แซงนำ 2-1 เจ้าถิ่นอยู่เฉยไม่ได้แล้ว แม็คลีช ต้องส่ง เมาโร ซาราเต้ และ เมห์ดี้ นาฟตี้ ลงไปแทน โอลิวิเย่ร์ กาโป และ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ตามลำดับ

 

 

แต่ทีมเยือนเกือบได้ประตูที่ 3 น.76 เมื่อ อาเดบายอร์ หลุดไปยิงเหน่งๆทางซ้าย แต่เหลือเชื่อที่เขาซัดผ่านหน้าประตูออกไป จากนั้น ลูกทีมของ เวนเกอร์ น่าได้ประตูที่ 3 เหลือเกิน ใน น.87 เมื่อ เบนท์เนอร์ ได้ยิงบอลที่ทะลักออกมาทางขวาเต็มๆแต่บอลผ่านหน้าสองไปไม่ถึงศอก

 

เข้าสู่ท้ายเกม อาร์เซน่อล เปลี่ยน 2 คนเอา จิลแบร์โต้ ซิลวา และ เนเวส เดนิลสัน แทนที่ เคล็บ และ ธีโอ วัลคอตต์ ตามลำดับ ซึ่งเกมทำท่าว่าจะเป็นชัยชนะของ เดอะ กันเนอร์ส แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บผ่านไปราว 3 นาที กาแอล กลิชี่ ดันไปเผลอเสียสมาธิทำให้โดน สจ๊วร์ต พาร์นาบี้ ฉกไปกิน และ กลิชี่ ก็ไปสกัด พาร์นาบี้ คว่ำเป็นจุดโทษ

 

งานนี้ แม็คฟาดเด้น รับหน้าที่ยิงเด็ดขาดเข้าประตูไป จบเกมจึงเสมอกัน 2-2 แบบสุดมันส์ ทำให้ เดอะ กันเนอร์ส กดดัน แมนฯยูไนเต็ด ไม่ได้มากนักเพราะนำแค่ 6 คะแนน และอาจจะเหลือ 3 ถ้าเกิด แมนฯยูฯ บุกชนะ นิวคาสเซิ่ล ในคู่ดึกได้

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม 

 

เบอร์มิงแฮม : ไมค์ เทย์เลอร์, สตีเฟ่น เคลลี่, มาร์ติน เทย์เลอร์, เลียม ริดจ์เวลล์, เดวิด เมอร์ฟี่, เซบาสเตียน ลาร์สสัน (เมห์ดี้ นาฟตี้ น.66), เดเมี่ยน จอห์นสัน, ฟาบริซ มูอัมบ้า, โอลิวิเย่ร์ กาโป (เมาโร ซารา

เต้ น.59), เจมส์ แม็คฟาดเด้น, มิคาเอล ฟอร์สเซลล์ (สจ๊วร์ต พาร์นาบี้ น.15)

 

อาร์เซน่อล : มานูเอล อัลมูเนีย, บาการี่ ซานญ่า, วิลเลี่ยม กัลลาส, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, กาแอล กลิชี่, ธีโอ วัลคอตต์ (เนเวส เดนิลสัน น.90), ฟรานเชสก์ ฟาเบรกาส, มาติเยอ ฟลามินี่, อเล็กซานเดอร์ เคล็บ (จิลแบร์โต้ ซิลวา น.90), เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา (นิคลาส เบนท์เนอร์ น.8), เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์

 

โดย บิ๊กกัน191

 

กลับไปที่ www.oknation.net