วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกพักร้อน : ทางรถไฟร้าง “อรัญประเทศ-ปอยเปต”


เมื่อวันก่อน จากที่ได้เดินทางไปแจกของขวัญกับเด็กๆ ที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้กันจนสุดชายแดนเขมร นั่นคือ “ตลาดโรงเกลือ” อันเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าทั้งอุปโภค บริโภค รวมถึงสินค้าแฟชั่นและแบรนด์เนมเกรดลดหลั่นลงมา แต่รับได้กับความเท่ของผู้ซื้อ

ขณะที่ผู้เขียนกำลังนึกที่จะไปเดินดูด่าน ตม.บ้านคลองลึก ซึ่งอยู่ติดกับตลาดโรงเกลือ สังเกตเห็นถึง “ทางรถไฟร้าง” สายหนึ่ง ที่ทางการได้ล้อมด้วยลวดหนามเอาไว้ไม่ให้ผ่านเข้า-ออก เนื่องจากเดินไปข้างหน้าข้ามสะพานแล้ว ก็จะเป็นฝั่งของกัมพูชา ที่เราเรียกติดปากว่าเขมรนั่นแหละ

สภาพทางรถไฟในตอนนี้ รางเหล็กเก่าขึ้นสนิมสีแดงเข้ม บ่งบอกถึงอาการผ่านร้อนผ่านหนาวของรถไฟสายนี้ บางช่วงบางตอนยังมีคนบุกรุกที่ ถมดินสร้างเพิงกระท่อมจาก สำหรับเป็นที่พักรถโดยสารของผู้ที่จะไปเสี่ยงโชคที่บ่อนคาสิโนฝั่งเขมร ตรงข้ามกับไทยนั่นเอง

เมื่อดูด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านคลองลึก ซึ่งเป็นจุดเดินทางเข้า-ออกระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา สังเกตคนเดินทางกลับประเทศเป็นแถว ในช่วงหลังห้าโมงเย็น สวนทางกับรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่กำลังกลับเข้ามายังฝั่งไทย โดยมีสะพานยาวซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ก่อนที่จะเข้าสู่ด่านของทางฝั่งกัมพูชา ซึ่งเป็นประตูสถาปัตยกรรมแบบเขมร

ย้อนกลับมาที่ทางรถไฟ ห่างทางเดินจากด่าน ตม.มาเพียงเล็กน้อย พบว่าทางรถไฟที่ปิดตายด้วยลวดหนามออกไปก็มีสะพานข้ามคลอง เหมือนราวกับว่าเแต่ก่อนรถไปเคยถูกใช้เป็นเส้นทางคมนาคมแบบคู่ขนาน สอบถามเฮีย mookie ผู้มีบารมีรอบอรัญประเทศ ได้ความว่าสะพานนั้นเป็นสะพานข้ามคลอง แต่ตอนนี้น้ำแห้ง

คลองที่ข้ามสะพานเหล็กตรงนั้นมีชื่อว่า "คลองพรหมโหด" มีต้นกำเนิดที่บ้านโนนหมากเค็ง อำเภอวัฒนานคร ไหลผ่านพื้นที่ตอนกลางของอำเภออรัญประเทศ แล้วไหลเลียบชายแดนไทย-กัมพูชาก่อนจะเข้าสู่ประเทศกัมพูชาที่บ้านหนองเอียน เป็นระยะทางยาว 40 กิโลเมตร ปัจจุบันกำลังประสบปัญหานายทุนที่สร้างรีสอร์ตและบ่อนคาสิโนทำการถมคลองเพื่อบุกรุกที่ดิน ทำให้แนวร่องน้ำลึกแบ่งเขตแดนไทย-เขมร มีความคลาดเคลื่อนไปหมด

ด้วยความสนใจที่ว่า ที่ผ่านมาเราเคยมีทางรถไฟไปเขมร แล้วทำไมถึงไม่เปิดให้เราได้ใช้สัญจรไปยังเขมร เหมือนรถไฟไปมาเลเซีย จึงตัดสินใจค้นคว้าข้อมูลนำมาฝากคุณผู้อ่าน ผู้ใช้นามแฝง “Wisarut” จากเว็บไซต์รถไฟไทยด็อทคอม (www.rotfaithai.com) เล่าให้ฟังได้ความว่าอย่างนี้

ทางรถไฟสายอรัญประเทศ-ปอยเปตนี้เปิดใช้เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2498 โดยใช้รถดีเซลรางของทางการรถไฟกรุงกัมพูชาธิบดี โดยออกทุกๆ วัน จันทร์และศุกร์ ช่วงเวลาเย็น ต่อมาได้เปิดเดินรถโดยใช้รถจักรไอน้ำของการรถไฟแห่งประเทศไทย พ่วงตู้สินค้า ตามที่ทางการรถไฟกัมพูชาต้องการ, รถชั้น 2 (บอท. 1 หลัง) และ รถชั้น 3 (บชส. 1 หลัง) โดยออกทุกๆ วันอังคารและวันเสาร์ ในช่วงเวลาเช้า

ปรากฎว่าหลังเดินรถไปได้ประมาณ 4 ปีเศษ เมื่อกัมพูชาประกาศตัดความสัมพันธ์กับไทย จึงเลิกการเดินรถฝั่งไทยเมื่อวันจันทร์ 24 พฤศจิกายน 2501 และ ฝ่ายไทยเมื่อวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2501

กระทั่งเมื่อมีการเปิดพรมแดนชั่วคราวในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2502 จึงมีการเปิดเดินขบวนรถอรัญประเทศ - ปอยเปตอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2502 โดยใช้เวลาตามขบวนรถเดิมที่ใช้ตั้งแต่ปี 2498 ทั้งรอบเช้าและเย็น

แต่แล้วสองปีเศษให้หลัง กัมพูชาตัดความสัมพันธ์กับไทยอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2504 กระทั่งเมื่อปิดพรมแดนในสองวันถัดมา อีกสองวันให้หลังงดการเดินรถทุกประเภท

รถไฟสายอรัญประเทศ-ปอยเปต ปิดตายสนิทยาวนาน กระทั่งวันที่ 2 พฤศจิกายน 2513 เริ่มเดินรถข้ามแดน ปอยเปต - อรัญประเทศ แต่ลดเที่ยวเหลือเพียงวันจันทร์กับวันพุธ ส่วนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2513 การรถไฟแห่งประเทศไทย เริ่มเดินรถข้ามแดน ปอยเปต - อรัญประเทศ แต่ลดเที่ยวเหลืออังคาร และวันพฤหัสบดี

แต่เมื่อสถานการณ์ในกรุงกัมพูชาธิบดีอยู่ในภาวะอันตราย และเริ่มมีความวุ่นวาย โดยเฉพาะกลุ่มเขมรแดงตั้งเขตปลดปล่อยทั้งจังหวัดศรีโสภณ ทำให้ต้องเลิกการเดินรถเดินรถข้ามแดน ปอยเปต - อรัญประเทศ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2517 และต่อมารถข้ามแดนของการรถไฟฯ เลิกการเดินรถเช่นกัน

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา มีความพยายามในการผลักดันเส้นทางรถไฟสายทรานส์เอเชีย เชื่อมระบบรถไฟของสิงคโปร์เข้ากับรถไฟของมาลาเซีย ไทย กัมพูชา เวียดนาม เข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนไปสิ้นสุดที่เมืองคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลหยุนหนัน กินความยาวรวม 5,000 ก.ม

ในปัจจุบันทางรถไฟสายทรานส์เอเชียยังขาดช่วงอยู่เพียงแค่ระยะทาง 200 กิโลเมตรเศษในประเทศกัมพูชา กระทั่งธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) ได้ให้เงินกู้กับรัฐบาลกัมพูชาไปดำเนินการก่อสร้างรางรถไฟจากชายแดนด้านตะวันออกของไทยใน อ.อรัญประเทศไปยังปอยเปตใน จ.บ้านใต้มีชัย ที่ขาดช่วงระหว่างปี 2550-2552

การรถไฟกัมพูชา กำลังจะเริ่มการฟื้นฟูบูรณะทางรถไฟครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งการซ่อมแซมบูรณะทางรถไฟสายเดิม ความยาว 48 กิโลเมตร จากศรีโสภณไปยังปอยเปต ที่ถูกทำลายเมื่อหลายปีก่อน เพื่อเชื่อมต่อกับระบบรถไฟของไทยที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว การปรับปรุง และบูรณะเส้นทางรถไฟครั้งนี้ อาจจะใช้เวลานานประมาณ 3 ปี เพราะรางรถไฟอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างมาก

ปัจจุบันนี้ ทางรถไฟในฝั่งไทย ตั้งแต่สถานีอรัญประเทศ จนถึงสถานีคลองลึก กระทั่งข้ามสะพานคลองพรหมโหดไปยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา มีสภาพทรุดโทรมเพราะขาดการใช้งานมากว่า 33 ปีแล้ว ในทางกลับกัน ทางรถไฟฝั่งกัมพูชาพบว่ารางและอุปกรณ์ถูกงัดเพื่อนำไปขายเรียบร้อยแล้ว หนำซ้ำพบว่า “บ่อนคาสิโน” ฝั่งกัมพูชายังสร้างรุกล้ำทับบริเวณย่านสถานีปอยเปตทั้งหมดอีกด้วย

มองดูตึกสูงกว่า 10 ชั้นเบื้องหน้าแล้ว คงต้องใช้บารมีของผู้นำกัมพูชาในการเจรจาขั้นแตกหัก เป็นไปได้ว่าคงถึงขนาดทุบตึกทิ้งเพื่อเคลียร์ทางรถไฟจากไทยที่ยังชี้เด่อยู่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของทางการกัมพูชา เพราะประเทศนี้ได้ขึ้นชื่อว่าความเหลื่อมล้ำในช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีอยู่มาก

มองถึงการพัฒนาการเดินรถไฟของทั้งสองประเทศแล้ว แต่ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญของความมั่นคงระหว่างสองประเทศ นั่นก็คือ การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของชาวกัมพูชา อันจะนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมและความมั่นคงของประเทศตามมา

โดยพบว่าในแต่ละวันมีชาวกัมพูชาจำนวนมากหลบหนีเข้าเมืองเพื่อมาค้าแรงงานในพื้นที่ประเทศไทย ตำรวจภูธรอำเภออรัญประเทศ ต้องนำแรงงานชาวเขมรส่งกลับประเทศ ซึ่งมีเพียงส่วนหนึ่งที่ถูกจับได้จากการตั้งด่านสกัด ในเขตรอยต่อพรมแดนกัมพูชา

หากในอนาคตอันใกล้มีการเปิดเดินรถระหว่างไทย-กัมพูชา มีหลายคนมองว่าคงต้องใช้กำลังทหารประจำที่พร้อมอาวุธครบมือ สอดส่องตรวจตราในตู้รถไฟทุกตู้ แบบที่จัดกำลังตามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นรถไฟที่ไปกรุงเทพฯ คนคิดจะหนีเข้าเมือง ย่อมมองหาซอกหลืบไว้หลบซ่อนทางการจนแน่ใจว่าจะไม่ถูกจับได้เป็นแน่

โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net