วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แวะเยี่ยมชม “โพธิวิชชาลัย” จ.สระแก้ว


         เช้าวันเสาร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๑ หลังจากจัดเตรียมข้าวของขึ้นรถหมดแล้ว ผมและคณะต่างมีความเห็นตรงกันว่า ก่อนที่จะไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนบ้านทดเจริญนั้น น่าจะแวะไปชม “โพธิวิชชาลัย” กันก่อน เนื่องจากได้รับทราบเรื่องราวของที่นี่มาบ้างแล้ว 

         "โพธิวิชชาลัย" ก็ถือกำเนิดขึ้นมา และอาสาเป็นคำตอบแก่สังคมบนพื้นฐานของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง กับเนื้อที่ ๖๑ ไร่ของอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ดังที่ ผศ. อำนาจ เย็นสบาย รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้จุดประกายแนวคิดดังกล่าวเปิดเผยว่า

        
“ก่อนที่เราจะสร้างอะไรก็ตาม ความคิดปรัชญาเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่ง มศว. ใช้เวลาทำความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วนานถึง ๓ ปี โพธิวิชชาลัยจึงเริ่มก่อตัวให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้ เป้าหมายของเราคือต้องการให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในด้านการศึกษา มาช่วยกันออกแบบการศึกษาที่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้  

         อย่างตอนนี้จังหวัดสระแก้วเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ป่าต้นน้ำถูกทำลาย ปัญหาความแห้งแล้ง ไม่เหมาะสำหรับทำการเกษตร ความต้องการของชุมชนคือต้องการพลิกฟื้นให้จังหวัดสระแก้วเป็นสถานที่น่าอยู่ มีที่ทำมาหากินได้ไม่ขาดแคลน ไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมมากวนใจ และ มศว.ได้เป็นแกนนำดึงทุกภาคส่วนมาจับมือกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาผ่านการศึกษา"







         บนพื้นที่ ๖๑ ไร่ ของวิทยาลัยโพธิวิชชาลัยนั้น ได้แบ่งออกเป็น ๙ ห้องเรียน และ ๙ ศูนย์ภูมิปัญญาชุมชน โดยจะจัดให้มีปราชญ์ชุมชนในแต่ละอำเภอที่มีความชำนาญในเรื่องต่าง ๆ เข้ามาสอนและให้ความรู้แก่นิสิตของวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย ซึ่งเกณฑ์การคัดเลือกปราชญ์ชุมชนนั้นต้องสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงต้องมีความรู้ สามารถปฏิบัติได้จริง ตลอดถึงถ่ายทอดและอธิบายความรู้ให้นิสิตได้เป็นอย่างดี      

         "หลายคนอาจยังกังวลเกี่ยวกับความรู้ความสามารถของปราชญ์ชุมชน เนื่องจากเขาไม่มีใบปริญญาบัตรมายืนยันความสามารถ แต่เขามีภูมิปัญญาที่นำมาใช้ได้จริง เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ นักวิชาการอาจมองว่าวิทยาลัยเรามีมาตรฐานต่ำกว่าแบบแผนที่วางอยู่ไว้ตอนนี้ เพราะเราไม่มีด็อกเตอร์ ไม่มีอาจารย์ปริญญาโทตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ว่า เขามองที่อะไร และเราต้องการอะไรมากกว่าครับ"

         เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของโพธิวิชชาลัย อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ผมขอยกเอาโครงการจัดตั้งโพธิวิชชาลัยโดย มศว. ที่เขียนไว้เบื้องต้น มานำเสนอ ดังนี้ครับ...






ห้องทรงงานของสมเด็จพระเทพฯ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น อย่างดินลูกรังซึ่งเป็นมิตรกับธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราเรียกการก่อสร้างอาคารลักษณะนี้ว่าบ้านดิน ถือเป็นการสร้างอาคารที่เน้นความพอเพียงจริง ๆ เพราะการก่อสร้างนั้นราคาถูก แถมการสร้างอาคารด้วยดินลูกรังนั้นจะเพิ่มความเย็น เป็นการประหยัดพลังงานโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ


โครงการจัดตั้งโพธิวิชชาลัย

()  หลักการและเหตุผล 

         ความพยายามในการขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหนในสังคมไทย  กล่าวได้ว่ามีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมไทยมาตลอด   โดยการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  ต่างก็ตั้งความมุ่งหวังเอาไว้ว่า  การปฏิรูปการศึกษา  การปฏิรูปการเรียนรู้  การเปลี่ยนแปลงคนหรือพัฒนาคนโดยผ่านกระบวนการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ  จะเป็นฐานที่มั่นคงของการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง 

         แต่เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีเงื่อนไขจากภายในและภายนอกประเทศ  ที่ทำให้กระบวนการปฏิรูปทุกภาคส่วนของสังคมอำนวยประโยชน์ให้กับคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจทางทรัพย์สินเงินทุน  และอำนาจทางความรู้ในสังคมมาโดยตลอด   

         การให้ประโยชน์กับคนกลุ่มน้อยในสังคมที่มีอำนาจ    ที่คนส่วนน้อยเหล่านั้นมีบทบาทในการผลักดันขับเคลื่อนสังคมไทย ให้มีการพัฒนาไปตามทิศทางของโลกกระแสหลักและเป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มน้อย   ได้ส่งผลทำให้เกิดวิกฤติสังคมไทยและสังคมโลกอย่างเชื่อมโยงกันที่หนักหน่วง  และรุนแรงยิ่งขึ้น 

         ปัญหาความยากจน ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรด้านพลังงานที่เป็นพลังงานยุทธปัจจัย  ปัญหาการแย่งชิงและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ทั้งป่าไม้  ดิน  น้ำ  อากาศจนเกิดภาวะวิกฤติโลกร้อน  ปัญหาวิกฤติทางด้านคุณธรรม  จริยธรรม และปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปี  พ.ศ. ๒๕๔๐  ได้ส่งผลทำให้กลายเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามมาอย่างต่อเนื่อง 

         ท่ามกลางภาวะที่เกิดขึ้น  การปฏิรูปการศึกษา  การปฏิรูปการเรียนรู้  เพื่อการพัฒนาคนก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในเชิงวิพากษ์อย่างหนักหน่วงและอย่างรุนแรง  จนถึงขั้นสรุปว่าความล้มเหลวของสังคมประเทศชาติ  ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะการปฏิรูปการศึกษาที่ล้มเหลว  หรือการปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงปฏิรูปรูปแบบหรือปฏิรูปเทคนิคเท่านั้น  โดยไม่เคยมีการปฏิรูปการศึกษาในระดับปรัชญา ระดับโครงสร้างหรือระดับกระบวนทัศน์ และหรือระดับฐานคิดแต่อย่างใด







         อย่างไรก็ตาม  ท่ามกลางวิกฤติปัญหาจากทุกภาคส่วนของสังคมที่กล่าวมา  ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการเสนอทางออกในหลาย ๆ พื้นที่ขององค์ความรู้ 

         ทางออกของแพทย์ทางเลือก  เศรษฐกิจทางเลือก  เกษตรทางเลือก  การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  การผลิตพลังงานทดแทน และการศึกษาทางเลือกฯลฯ   เหล่านี้   แม้ในทางลึกของทุกทางเลือก  ทุก ๆอนุรักษ์  ทุกๆยั่งยืน  จะมีทั้งความเหมือนและความต่างจนเป็นความหลากหลายที่มิได้มีสูตรเฉพาะตายตัว 

         แต่ประเด็นหลักที่เป็นประเด็นร่วม คือ  ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาของระบบโลก หรือทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่เอารัดเอาเปรียบประเทศกำลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนาด้วยการสร้างลัทธิล่าอาณานิคมแผนใหม่  รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับผู้กุมอำนาจรัฐของสังคมไทยที่อาศัยระบบโลกแสวงหาประโยชน์ใส่ตน หรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการพัฒนาสังคมไทยที่เอาสังคมโลกเป็นตัวตั้ง  
 

         ซึ่งท่ามกลางการนำเสนอแนวคิดทางเลือกใหม่ๆ ของหลายๆพื้นที่องค์ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้กลายเป็นแนวความคิดทางเลือกหนึ่ง ท่ามกลางกระแสอันเชี่ยวกรากของระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์  รวมทั้งเป็นปรัชญาที่ส่งผลทำให้หลายภาคส่วนของสังคมไทยเกิดการหวนกลับมาศึกษาแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ อย่างจริงจังมากขึ้น 

         จนมีข้อสรุปเบื้องต้นว่าเป็นเวลากว่า ๖ ทศวรรษแล้ว  ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานโครงการในพระราชดำริกว่า ๓,๐๐๐ โครงการแก่พสกนิกรปวงชนชาวไทย  โดยยึดหลักการทรงงานที่ถือผลประโยชน์ของประชาชน  ภูมิสังคม  การพึ่งตนเองเป็นฐานรากที่สำคัญนอกจากนั้นยังทรงเน้นย้ำเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของคนในทุกมิติ  การพัฒนาแบบองค์รวมและการพัฒนาแบบบูรณาการ การจัดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (เช่นการใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติภายใต้โครงการปลูกป่า ๓ อย่าง แต่ได้ประโยชน์ ๔ อย่าง ) ฯลฯ
 

         ที่สำคัญพระราชดำรัสของพระองค์นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ เป็นต้นมา  พระองค์ทรงเน้นย้ำหลักการพัฒนาบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาโดยตลอด  จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปีพุทธศักราช  ๒๕๔๐ จนมีการนำแนวพระราชดำริ  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ  ต่อมาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๙  และฉบับที่ ๑๐  ได้มีการกำหนดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นแนวปฏิบัติเพื่อการพัฒนาและบริหารประเทศอย่างชัดเจน
















         มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เห็นคุณค่าและความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งเพื่อให้ภารกิจการบริการวิชาการแก่สังคมเป็นรูปธรรมมากขึ้น  มหาวิทยาลัยจึงขยายผลของหลักคิดดังกล่าวไปสู่การสร้างกระบวนการความร่วมมือแบบภาคีเครือข่าย  หรือเบญจภาคีที่จังหวัดสระแก้ว อันประกอบด้วย  ภาคีภาคราชการ  ภาคีภาคเอกชน โดยได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ  โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพลังงานทดแทนและป่าต้นน้ำจังหวัดสระแก้วขึ้น เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ ณ ศูนย์วิชาการจังหวัดสระแก้ว ภายใต้วัตถุประสงค์ 

         ๑.  เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และจัดการความรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในระดับครอบครัว  และชุมชน 

         ๒.  จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร  และพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน  โดยความร่วมมือขององค์กรเบญจภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน 

         ๓.  กำหนดเป็นนโยบายของจังหวัดสระแก้ว  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการฟื้นฟูอนุรักษ์  ดิน น้ำ ป่า  ด้วยการส่งเสริมการปลูกป่า ๓ อย่าง  ประโยชน์ ๔ อย่าง  พืช ๕ ชั้น  ตามแนวพระราชดำริ  และส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์  เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติภัยแล้งของจังหวัดสระแก้ว 

         ๔.  ลดพื้นที่การปลูกพืชเศรษฐกิจต่างถิ่น และสนับสนุนให้ปลูกพืชพลังงานทดแทน  เพื่อการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าพลังงานน้ำมันจากต่างชาติ 

         ทั้งนี้  เฉพาะภาคีภาควิชาการ (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) มีภารกิจสำคัญ ๔ ประการ คือ 

         ๑.  จัดกระบวนการเพื่อการศึกษาเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

         ๒.  จัดทำข้อมูลเชิงวิชาการและระบบฐานข้อมูล 

         ๓.  ติดตามสนับสนุนและสรุปบทเรียนการดำเนินงานทั้งภาคีภาควิชาการ และภาคีร่วม 

         ๔.  สนับสนุนให้เกิดหน่วยงานโพธิวิชชาลัยตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

         เพื่อให้โครงการดังกล่าวบรรลุจุดหมาย  การพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการเพื่อให้ยุทธศาสตร์การจัดการความรู้เพื่อสังคม สามารถดำเนินการประสานงานและขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง  โดยเฉพาะการเป็นแบบๆหนึ่งของการสร้างกระบวนการปฏิรูปการศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม         

         การเป็นแบบ ๆ หนึ่งของความร่วมมือในการทำงานที่ใช้พื้นที่เป็นฐาน การเป็นแบบ ๆ หนึ่งของความรับผิดชอบร่วมกันของธุรกิจภาคเอกชน  รวมทั้งเป็นแบบ ๆ หนึ่งของการผลิตบัณฑิตคืนถิ่น  ที่ท้องถิ่นในชุมชนและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมทั้งกระบวนการ
















()  จุดมุ่งหมาย 

         ๒.๑  เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมความรู้  การศึกษาค้นคว้าวิจัย  และโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 

         ๒.๒  เพื่อเป็นแบบอีกแบบหนึ่งของการปฏิรูปการอุดมศึกษา  โดยอาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐาน 

         ๒.๓  เพื่อสร้างกระบวนการผลิตบัณฑิตคืนถิ่น ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม  แนวการพัฒนาที่มีความสมดุล คำนึงถึงบริบทของชุมชน เพื่อชุมชนเข็มแข็งและยั่งยืน  รวมทั้งการจัดการศึกษาในชุมชน เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

         ๒.๔  เพื่อร่วมมือกับองค์กรเบญจภาคี  และสร้างพลังร่วมที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 

         ๒.๕  เพื่อสร้างแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสถาบันการศึกษาที่สนใจทั่วไป 

()  หน่วยงานรับผิดชอบ 

         ยุทธศาสตร์การจัดการความรู้เพื่อสังคม  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 

()  ภาคีเครือข่าย 

         ๔.๑  ภาคีภาควิชาการ  ได้แก่  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสระแก้ว 

         ๔.๒  ภาคีภาคราชการ  ได้แก่  จังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานด้านความมั่นคง 

         ๔.๓  ภาคีภาคประชาสังคมและสื่อ  ได้แก่ 

                                -  มูลนิธิเศรษฐกิจพอเพียง 

                                -  สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง 

                                -  มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

                                -  ศูนย์พัฒนาข้อมูลและสื่อทางเลือกจังหวัดสระแก้ว 

         ๔.๔  ภาคีภาคเอกชน  บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) 

         ๔.๕  ภาคีภาคประชาชน แกนนำประชาชนที่เข้ารับการฝึกอบรมจากศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดสระแก้วหลักสูตร  “กสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง”










 ()  สถานที่ตั้งโครงการ 

         ๕.๑  ที่ดินเบื้องต้น (มีเอกสารสิทธิ์)  บริจาคโดยบริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด จำนวน ๖๑ ไร่  อ.วัฒนานคร  จ.สระแก้ว 

         ๕.๒  ที่ดินที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการของผู้เรียน ได้แก่ ที่ดินโครงการพื้นที่ราบเชิงเขาในโครงการพระราชดำริ (ปางสีดา ท่ากะบาก  คลองเกลือ  ภักดีแผ่นดิน ตาพระยา ) 

()  สถานศึกษาและแหล่งการศึกษาเรียนรู้ของโครงการบัณฑิตคืนถิ่นในชุมชน 

         ๖.๑  ใช้พื้นที่ศึกษาเรียนรู้จากองค์กรภาคีภาคประชาสังคมและสื่อ  ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว   

         ๖.๒  ใช้พื้นที่จากผู้นำภูมิปัญญาชุมชนในภาคีภาคประชาชน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องในการดำรงวิถีแบบพอเพียง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน ๑๐ แหล่งการเรียนรู้เรื่องดิน น้ำ ป่า เกษตรอินทรีย์ พลังงานทางเลือก  การจัดการความรู้และการพัฒนาที่ดินทำกินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  

         ๖.๓  ใช้พื้นที่จากภาคีภาคเอกชนของบริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด(มหาชน) ซึ่งดำเนินการสร้างโรงงานผลิตพลังงานทางเลือก ผลิตน้ำตาลจากเกษตรอินทรีย์  ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานไฟฟ้า เป็นฐานเรียนรู้     

         ๖.๔  ใช้พื้นที่ ๖๑ไร่ (ที่ดินบริจาค) เป็นสถานเรียนรู้  ศูนย์ทดลองและปฏิบัติการ รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลผลงานการศึกษาวิจัยศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ 

         ๖.๕  ศูนย์วิชาการด้านพืช และปัจจัยการผลิต กรมวิชาการเกษตร 

()  บุคลากร 

         บุคลากรทำหน้าที่สอน  ประกอบด้วย 

         ๗.๑  คณาจารย์จากคณะวิชาต่าง ๆ ที่มีองค์ความรู้เกี่ยวข้องกับโครงการ 

         ๗.๒  อาสาสมัครรับเชิญทั่วไปและอาสาสมัครจากผู้เคยได้รับทุนการศึกษาทุนภูมิพล 

         ๗.๓  ผู้นำชุมชนและปราชญ์ชุมชน   

         ๗.๔  บุคลากรจากองค์กรเบญจภาคี ที่อยู่นอกภาคีภาคราชการ













()  ผู้เรียน 

         ๘.๑  ระยะแรก  จากพื้นที่จังหวัดสระแก้ว 

         ๘.๒  ระยะที่สอง จาก ๘ จังหวัดภาคตะวันออก 

         ๘.๓  ระยะที่สาม จากพื้นที่ทั่วไป 

()  ทุนการศึกษา 

         ๙.๑   ระยะแรก  ทุนการศึกษาจนจบหลักสูตร (๔ - ๕ ปี)  นิสิตรุ่นแรกจากการบริจาคจากภาคีภาคเอกชน  เพื่อผลิตบัณฑิตคืนถิ่น 

         ๙.๒  ระยะที่สอง  ระดมทุนจากธุรกิจภาคเอกชน ๘ จังหวัดภาคตะวันออกเป็นทุนการศึกษา










(๑๐)  ผลที่คาดว่าจะได้รับ 

         ๑๐.๑  เกิดแหล่งศึกษาเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ในวาระมหามงคลปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ 

         ๑๐.๒  เกิดตัวอย่างของการปฏิรูปการศึกษาแบบหนึ่ง  ที่มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐาน 

         ๑๐.๓  มีการเรียนการสอนและการผลิตบัณฑิตคืนถิ่นภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม 

         ๑๐.๔  เกิดต้นแบบของความร่วมมือแบบภาคีเครือข่ายที่มีทั้งความคิดและการกระทำอย่างเป็นจริง 

         ๑๐.๕  เกิดแหล่งการเรียนรู้แหล่งใหม่ที่เชื่อมโยงกับปัญหาวิกฤติชุมชน  ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

****************************




"โพธิวิชชาลัยจะไม่ใช่การศึกษาของนักวิชาการในรั้วมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่เป็นการร่วมมือของคนทุกภาคส่วนของจังหวัดสระแก้วเข้าด้วยกัน การเรียนที่นี่ เราต้องการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมให้มาก ไม่ใช่เรียนจบแล้วก็ทอดทิ้งชุมชน หนีจากจังหวัดสระแก้วไปทำงานที่อื่น หรือเอาความรู้ไปเบียดเบียนคนอื่น ผมมั่นใจว่าหลักสูตรของเราสามารถทำได้ครับ"

ผศ. อำนาจ  เย็นสบาย

เรียบเรียงจาก : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9500000148415

ที่มาของโครงการ : http://bodhivij.org/autopage/group.asp?Qgroup=1

 



ขอขอบคุณเพลงจาก esnips แอบจิ๊กมาจากที่คุณยุ้ย พราวนภาอัพไว้อ่ะครับ...

โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net